seo คืออะไร สอนการทำ seo ให้เว็บติดหน้าแรก google [อัพเดท 2018]

การทำ seo

การทำ seo คืออะไร ถ้าตอบแบบเข้าใจง่ายๆ คือ การผลักดันเว็บไซต์ตัวเองให้ติดหน้าแรกเวลาค้นหาบน google ด้วยคีย์เวิร์ดที่ต้องการ ซึ่งคำนี้ย่อมาจากคำภาษาอังกฤษว่า Search engine optimization ( สอน ทำ seo จากประสบการณ์ส่วนตัว )

เพื่อให้การทำ SEO มีประสิทธิภาพสูงสุด
ผมแนะนำให้คุณอ่านบทความนี้ก่อนครับ Roadmap สอน SEO step by step

แนะนำทุกอย่างเกี่ยวกับการทำเว็บให้ติดหน้าแรก

สำหรับบทความนี้ผมจะพูดถึงวิธี การทำ seo แบบละเอียดทุกขั้นตอน รวมถึงเทคนิคต่างๆ เท่าที่ผมเคยทำ แต่เน้น สอนการทำ seo เฉพาะเว็บไซต์ที่ทำด้วย WordPress เท่านั้นครับ เหมาะสำหรับมือใหม่หรือผู้เริ่มต้นทำ SEO ผิดถูกพิจารณากันเองนะ ผมเขียนจากข้อมูลที่ผมมีและประสบการณ์ส่วนตัวครับ

สารบัญเนื้อหา คลิกอ่านที่ละหัวข้อได้

ทำไมธุรกิจออนไลน์ต้องทำ SEO

หลายๆ คนคิดว่าแค่มีเว็บไซต์ หรือมี Facebook แฟจเพจ ก็สามารถที่จะขายของออนไลน์ได้แล้ว แต่ในความเป็นจริง เราแค่เพียงมีแต่เว็บไซต์ แต่มันยังไม่มีใครเห็นหรือเข้ามาเว็บไซต์เราอย่างแน่นอน ถ้ามีเว็บไซต์แล้วไม่ทำ seo เราจะเสียเวลาไปเปล่าๆ กับการทำเว็บไซต์โดยไม่ได้ประโยชน์อะไรจากมันเลย

เหตุผลที่ธุรกิจออนไลน์ต้องทำ seo ก็เพราะว่า การทำ seo จะช่วยสร้าง traffic พาผู้คนเข้ามาเว็บไซต์ของเราได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อมี traffic พาคนเข้าเว็บเราอย่างต่อเนื่อง เราก็จะได้ไม่ต้องพึ่งการลงโฆษณาแบบเสียเงินเพียงอย่างเดียว และเมื่อมีคนเข้ามายังเว็บของเรามากขึ้น โอกาสขายของและช่องทางการหาเงินจึงตามมาด้วยนั้นเอง

สอนการทำ seo

ขั้นตอนสอน การทำ seo ให้เว็บเราติดหน้าแรก google อัพเดท 2018

1. เราต้องรู้ก่อนกว่าอะไรคือแก่นของ google & facebook

หัวใจของ google

เราใช้งาน google เพื่ออะไร? เราเล่น facebook เพื่ออะไร?

เราใช้งาน google เพื่อหาคำตอบ แต่เราเล่น facebook เพื่อความสนุก และเพื่ออวดบางสิ่งบางอย่างให้คนอื่นๆ รับรู้จริงมั้ยครับ ?

Google คือ Search engine แก่นของเขาคือการแสดงข้อมูล (information) ให้ตรงกับสิ่งที่ผู้คนกำลังค้นหา นั่นหมายความว่า หากเราต้องการให้เว็บของเราติดอันดับหน้าแรก เราก็ต้องสร้างเนื้อหาแบบที่ google ชอบ คือ เป็นข้อมูล (information) ที่เป็นคำตอบต่อคนที่กำลังอยากรู้ และข้อมูลเหล่านั้น ต้องเป็นข้อมูลที่เรียบเรียงมาอย่างดี อ่านแล้วต้องเข้าใจง่ายๆ (accessible) และสุดท้ายข้อมูลของเราต้องเป็นประโยชน์ (useful) คือ ช่วยแก้ปัญหาหรือให้คำตอบกับคนที่กำลังต้องการมันได้

google mission

นั่นหมายความว่าหากเราจะเขียนบทความลงบนเว็บไซต์ของเรา ไม่ใช่ว่าเราอยากนึกจะเขียนอะไรลงไปก็ได้ เราควรเขียนเฉพาะสิ่งที่เป็นข้อมูลและมีคนอยากรู้ หรือมีคนสนใจเท่านั้น ถ้าเรานึกอยากจะเขียนอะไรตามใจไปเรื่อยๆ ก็เขียนได้ครับ แต่มันจะไม่ส่งผลต่อการติดอันดับหน้าแรกของเว็บเราเลย เราจะเสียเวลาไปเปล่าๆ กับการเขียนบทความเหล่านั้น

การเขียนบทความตามใจ โดยไม่สนว่าจะมีคนอยากรู้หรือไม่ เราจะเสียเวลาไปเปล่าๆ และไม่มีผลต่อการติดอันดับใดๆ เลย

2. เราต้องรู้ว่า Google ใช้เกณฑ์อะไรบ้าง? ในการจัดอันดับเว็บไซต์ต่าง

เนื่องจากเว็บไซต์ทั้งโลกมีเป็นแสน เป็นล้านเว็บ หาก google ไม่สร้างเงื่อนไขของการจัดอันดับเว็บที่จะติดหน้าแรกเอาไว้ เมื่อมีคนค้นหาคำตอบด้วย keyword เขาอาจจะไม่ได้รับคำตอบที่เขาต้องการได้ หากผู้คนไม่ได้รับคำตอบที่ต้องการ พวกเขาก็จะเลิกใช้งาน google ไปโดยปริยาย

หมายความว่า Google ต้องใช้เครื่องมือในวิเคราะห์เว็บไซต์เว็บทั้งโลก และดึงเฉพาะเว็บที่มีข้อมูลดีที่สุดมาแสดงเท่านั้น เพื่อให้คำตอบต่อผู้ที่อยากได้ข้อมูลนั้นๆ และทำให้ผู้คนทั้งโลกอยากใช้ google ในการค้นหาข้อมูลเพื่อให้ได้คำตอบดีที่สุด ต่อไปเรื่อยๆ เรียกได้ว่าเขาสามารถทำให้ผู้คนใช้งาน google เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปแล้ว

หากเราอยากเห็นเว็บตัวเองติดอันดับหน้าแรก เราก็ต้องทำเว็บของเราให้ผ่านเกณฑ์ที่ google ได้วางเอาไว้นั้นเองครับ

ในส่วนต่อมาเรามาดูกันครับว่าเกณฑ์ต่างๆ ที่ google ได้วางเอาไว้มีอะไรบ้าง

หลักเกณฑ์ที่ 1 Mobile Friendly

หลักเกณฑ์ใหญ่สุดสำหรับเว็บไซต์หน้าใหม่ที่ต้องการติดอันดับหน้าแรก คือ เว็บนั้นต้องเป็น Mobile Friendly เท่านั้น คือตัวเว็บต้องแสดงผลได้ในทุกๆ อุปกรณ์ โดยเฉพาะการแสดงผลบนโทรศัพมือถือ

mobile friendly

สำหรับเว็บใดๆ ก็ตามที่มีอันดับติดหน้าแรกอยู่แล้ว หากไม่ปรับตัว แล้วมีเว็บคู่แข่งที่นำเสนอข้อมูลหรือคำตอบใกล้เคียงกัน เว็บที่ไม่ได้เป็น Mobile-Friendly จะเสี่ยงต่อการถูกปรับลดอันดับลง แล้วแทนที่ด้วยเว็บหน้าใหม่ที่แสดงผลได้ดีบนมือถืออย่างแน่นอน

หากเราไม่ปรับเปลี่ยนตัวเองให้ทันโลก ในไม่ช้าโลกก็จะมาบังคับให้เราเปลี่ยนอยู่ดี

หลักเกณฑ์ที่ 2 การเขียนบทความคุณภาพ 

อะไรคือบทความคุณภาพในความหมายของ Google เป็นสิ่งที่เราต้องหาคำตอบให้ได้ แต่ในความเป็นจริงเราไม่ต้องคิดลึกซึ้งอะไรก็ได้ มันคือเงื่อนไขการเขียนเรียงความ หรือเขียนหนังสือนั้นเอง หากเราสังเกตดีๆ บางเว็บที่เขาติดอันดับหน้าแรกตัวผู้สร้างเว็บเองอาจจะไม่ได้รู้วิธี การทำ seo เชิงเทคนิคอะไรเลยก็มี แต่สิ่งที่พวกเขามี คือเขารู้วิธีการเขียนหนังสือ ให้น่าสนใจ อ่านง่าย และได้ประโยชน์

แต่เพื่อให้นิยาม บทความคุณภาพ ในความหมายของ google เป็นรูปธรรมมากขึ้น เราอาจต้องใช้เครื่องมือช่วยเช็คสักหน่อย ซึ่งเครื่องมือที่จะใช้เช็คลิสต์บทความของเรา ว่ามีคุณภาพหรือไม่นั้น เราจะใช้ปลั๊กอินที่ชื่อว่า Yoast Seo

ตัวปลั๊กอินนี้ไม่ได้ช่วยให้เว็บเราติดหน้าแรก แต่เขาจะช่วยเราเช็คลิสต์โครงสร้างเนื้อหาหน้าเว็บของเราว่าดีพอรึยัง และต้องดีในแบบที่ google ชอบด้วยนะ อาจต้องเข้าไปดูวิธีการเขียนบทความให้ถูกหลัก seo ได้ที่บทความนี้ครับ เขียนบทความอย่างไร ให้ไฟเขียวติด บนปลั๊กอิน SEO by Yoast

ใช้งานปลั๊กอิน yoast

คอร์สเรียน SEO WordPress

โดยสรุปคือเมื่อเราใช้ปลั๊กอินตัวนี้ตรวจเช็คบทความแล้ว เขาจะมีไฟสัญญาณแจ้งมาให้เรารู้ แบบสัญญาณไฟจราจร คือเราต้องทำให้บทความของเรามีไฟเขียวติดนั้นเอง

ตัวอย่างสิ่งที่ปลั๊กอินนี้ตรวจเช็คหน้าบทความของเรามีประมาณนี้ครับ

วิธี การ ทำ seo ขั้น พื้นฐาน

ต้องการทำ SEO

  • บทความของเราต้องมีคำที่เป็น keyword ชัดเจน 1 คำ
  • ชื่อเรื่องบทความต้องไม่ยาวเกินไปหรือสั้นเกินไป
  • ถ้าจะให้ดีควรนำเอาคำ keyword มาวางตำแหน่งแรกของชื่อบทความ
  • ต้องมี keyword ปรากฏอยู่ที่ย่อหน้าแรกของบทความ
  • สัดส่วนของ keyword เมื่อเทียบกับปริมาณ Text ทั้งหมดในบทความ ไม่ควรเกิน 2.5 %
  • ต้องมีรูปภาพประกอบบทความ และต้องใส่ Alt text ของรูปภาพเป็นคำ keyword ด้วย
  • บทความต้องมีหัวข้อใหญ่ ที่เรียกว่า Subheading และต้องมีคำที่เป็น keyword เป็น Subheading รวมอยู่ด้วย
  • คำอธิบายบทความแบบย่อ หรือที่เรียกว่า meta description ต้องปรากฏคำ keyword และมีความยาวที่เหมาะสมไม่ควรสั้นหรือยาวเกินไป
  • บทความที่ดีต้องมีลิงค์ส่งออกไปยังภายนอกเว็บเราด้วย หรือจะเป็นลิงค์ส่งไปหน้าอื่นๆ บนเว็บไซต์เราก็ได้
  • ความยาวเนื้อหาของบทความที่ดีต้องยาวไม่น้อยไปกว่า 300 คำ
  • บทความต้องจัดวางให้อ่านง่าย แต่ละย่อหน้าต้องไม่ยาวเกินไป ควรมีการเว้นบรรทัด เพื่อให้มีช่องไฟ ให้คนอ่านได้ง่ายขึ้น
  • เนื้อหาควรมีการแสดงที่หลากหลาย เช่น มี ออร์เดอร์ลิสต์ มีบุลเลทต์ มีตัวหนา มีตัวเอียง
  • ถ้าเป็นไปได้ควรมีสื่อผสม คือมีการนำลิงค์วิดีโอ หรือลิงค์ไฟล์เสียงต่างๆ มาแสดงบนหน้าเว็บของเราด้วยครับ

ภาพตัวอย่างบทความที่ไฟเขียวติดแล้ว จะได้หน้าตาประมาณนี้ครับ รูปนี้ดูจากหลังบ้านของเว็บไซต์ WordPress

การทำ seo

แม้ว่าบทความของเราจะมีไฟเขียวติดแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกบทความของเราจะติดอันดับหน้าแรกนะครับ มันเพียงแค่ผ่านเกณฑ์เบื้องต้นเท่านั้น เราไม่สามารถจะไปควบคุมการจัดอันดับของ Google ได้

สิ่งที่เราทำได้คือทำเว็บให้ผ่านเกณฑ์หลักๆ ที่เขาได้วางไว้ เหมือนเราทำเว็บส่งเข้าไปประกวดที่ Google แล้วเขาจะเป็นคนตัดสินหรือให้คะแนนเว็บของเราเองครับ ว่าดีพอหรือคู่ควรที่จะติดหน้าแรกรึเปล่า

หลักเกณฑ์ที่ 3 เวลาที่ใช้บนเว็บไซต์

เราต้องทำให้คนอยู่บนหน้าเว็บไซต์ของเราให้นานที่สุด สมมุติมีเว็บที่มีข้อมูลใกล้เคียงกัน แต่เว็บไหนที่สามารถทำให้คนอยู่บนเว็บนานกว่า จะได้คะแนนมากกว่า

นั้นหมายความหากเราต้องการให้คนอยู่บนหน้าเว็บไซต์เรานานๆ เนื้อหาบทความเราต้องเป็นประโยชน์ และต้องมีความยาวพอสมควรโดย trick เล็กๆน้อยๆ ที่ผมอยากแนะนำ หากต้องการทำให้คนเปิดหน้าเว็บเราไว้นานๆ คือ ให้เราเขียนบทความประเภท how to ที่เป็นขั้นตอน หรือที่เราเรียกกันว่า Evergreen content

ลองเข้าไปศึกษาการเขียน Evergreen Content ได้ที่บทความนี้เลยครับ Evergreen Content vs Topical Content คอนเทนต์แบบไหนน่าทำกว่ากัน?

พอเราเขียนเรื่องที่ให้คนสามารถทำตามเป็นเสต็ปๆ เขาก็จะเปิดหน้าเว็บเราค้างไว้ และทำตามสิ่งที่เราแนะนำไปเรื่อยๆ ถ้าเราสามารถทำได้แบบนี้ Google ก็จะมองว่าเว็บเรามีเนื้อหาที่มีคุณภาพ เขาก็จะพาอันดับเว็บไซต์ของเราให้ไต่อันดับสูงขึ้นได้

หลักเกณฑ์ที่ 4 จำนวนผู้เข้ามายังหน้าเว็บไซต์เรา

หมายความว่าหากมีเว็บที่ทำ keyword คำเดียวกับเรา และทำทุกอย่างผ่านเกณฑ์มาเหมือนๆ กัน Google เขาจะใช้เกณฑ์สถิติจำนวนของผู้ที่เข้ามายังเว็บของเราเป็นเกณฑ์ในการจัดอันดับ ว่าเว็บไหนควรอยู่อันดับดีกว่า หรือต่ำกว่ากัน

จำนวนคนเข้าเว็บ

แต่ในความคิดเห็นส่วนตัวของผม ผมเชื่อว่า Google เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ หมายความว่าแม้ว่าเราจะสามารถพาคนเข้ามายังหน้าเว็บของเราได้ แต่มันจะไม่มีประโยชน์อะไร หากคนที่เข้ามายังเว็บไซต์ แล้วไม่หยุดอ่านหรือเสพบทความของเรา คือเข้ามาแล้วก็รีบอ่านและรีบปิด

เราอาจจะสร้าง Traffic พาคนเข้าเว็บแบบเว็บที่ดังๆ ไม่ได้ แต่สิ่งพวกเราจะทำได้ คือ การเขียนคอนเทนต์ ขนาดยาวที่มีคุณภาพ ช่วยให้คนที่เข้ามาได้ประโยชน์ และทำให้เขาอยู่บนเว็บของเราให้นานที่สุด

ผมเชื่อว่า Google เข้าฉลาดมากพอในการแยกแยะ ว่าบทความไหนดีหรือไม่ดี หน้าที่เราคือเขียนบทความดีๆ ส่งไปให้ Google อ่านอยู่เรื่อยๆ แล้วรอเวลาให้เขาจัดอันดับเว็บให้เรา ถ้าเนื้อหาบนเว็บของเราดีจริง เดี๋ยวอันดับการติดหน้าแรกมันจะมาเองครับ

ขั้นตอนสอน การทำ seo ให้เว็บเราติดหน้าแรก ลำดับต่อมาคือ

3. การสร้าง traffic พาคนมายังเว็บไซต์ของเรา

เมื่อเราเขียนบทความเสร็จ ทุกอย่างยังนิ่งสนิทครับ ไม่มีใครเห็นบทความของเราแน่นอน สิ่งที่เราต้องทำเป็นลำดับต่อไปคือการสร้าง traffic พาคนเข้ามาเว็บของเราให้ได้ แต่ละคนย่อมมีวิธีการสร้าง traffic แตกต่างกันไป

แต่วิธีที่ผมใช้สร้าง traffic อยู่เป็นประจำก็จะมีประมาณนี้ครับ

  • แปะลิงค์โพสต์ไปที่ Facebook fan page
  • แปะลิงค์โพสต์ไปที่ Facebook ส่วนตัว

เป้าหมายของทุกคนที่แชร์ลิงค์บทความจากเว็บตัวเองมาบน Facebook คืออยากให้คนเห็น อยากให้คนอ่านบทความของเรา เพื่อสร้าง traffic กลับไปยังเว็บไซต์ แต่สิ่งแรกที่จะทำให้คนหยุดคลิกอ่านบทความของเรา คือ รูปภาพหน้าปกมันต้องสวย (featured image) นั้นหมายความว่าเราต้องตั้งค่ารูปภาพหน้าปกของเรา ให้แสดงผลอย่างถูกต้องบน Facebook ด้วย

โดยไซต์รูปภาพที่ทาง Facebook ได้แนะนำเอาไว้คือขนาด 1200 x 628 พิกเซล เราสามารถเข้าไปดูกฏเกณฑ์การแสดงรูปภาพจากทางเฟสบุ๊คโดยตรงได้ที่นี่ครับ >> Facebook ads guide

การทำ seo 2018

  • แปะลิงค์โพสต์ไปที่ Facebook Group

สิ่งที่ผมแนะนำเลย คือทุกธุรกิจ ทุกวงการ จะมี Facebook group ถ้าเป็นไปได้ให้เราไปขอเข้าร่วมกลุ่มบน Facebook ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ หรือสินค้าของเรา ให้มากที่สุด แต่เราอย่าไปโพสต์ขายของแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ บนกลุ่มเหล่านั้นนะครับ

สิ่งที่เราจะทำได้คือ สังเกตว่าผู้คนในกลุ่มเหล่านั้นเขามีปัญหาอะไรกัน ในทุกวงการจะมีคำถามของมือใหม่เสมอ เช่น ในวงการทำเว็บไซต์ของผม คนที่เป็นมือใหม่ก็จะมีคำถามพื้นฐาน ประมาณว่า จดโดเมนเช่าโฮสที่ไหนดี? จดโดเมนอย่างไร? วิธี backup เว็บทำยังไง? ฯลฯ ให้เราเขียนบทความตอบปัญหาเหล่านี้เก็บไว้บนเว็บของเราครับ

รอจังหวะให้มีคนถามแล้วเราค่อยเอาลิงค์บทความที่เราเขียนไว้ไปแปะครับ ทุกครั้งที่เราแปะลิงค์ คนอื่นๆ ในกลุ่มเรานั้นก็จะมองเห็นโพสต์ของเราด้วย อาจจะมีคนอยากรู้คำตอบนี้พอดี เขาก็อาจจะคลิกลิงค์เพื่อเข้ามาดูข้อมูลบนเว็บไซต์ของเราก็ได้ครับ แต่เราอย่าไปพยายามขายของตรงๆ บนกลุ่มพวกนี้นะครับ ไม่อย่างนั้นเราอาจจะถูกแบนออกจากกลุ่มก็เป็นได้ ^_^

  • ลงโฆษณาบน Facebook หรือที่เรียกว่าการโปรโมทโพสต์

3 วิธีสร้าง traffic ก่อนหน้านี้คือการสร้าง traffic แบบไม่ใช้เงินครับ แต่อาจต้องลงแรงซักนิดนึง คราวนี้หากเราอยากเร่งให้เว็บเรามีคนเข้ามาดูมากขึ้น เราก็อาจต้องลงโฆษณาบน Facebook ช่วยครับ สำหรับผู้เริ่มต้นอาจต้องศึกษาวิธีการลงโฆษณากันสักนิดนึงนะครับ ว่าทาง Facebook เขามีกฏเกณฑ์ในการลงโฆษณาอย่างไรบ้าง อาจจะลองเข้าไปศึกษาวิธีการลงโฆษณาได้ที่นี่ครับ >> Facebook ads guide

  • หาเว็บหรือเพจพันธมิตร ช่วยทำ backlink

เว็บที่ดีต้องมีการถูกพูดถึงจากเว็บอื่นๆ ด้วย หมายความว่า มีเว็บอื่นๆ เขียนข้อมูลแล้วเขาพูดถึงข้อมูลบางอย่างบนเว็บของเราแล้วใส่ลิงค์กลับมาที่เว็บของเรา แบบนี้เราเรียกว่า Backlink ครับ เราจะได้คะแนนตรงส่วนนี้สูง หากเว็บหรือเพจที่ส่ง backlink เป็นเว็บใหญ่หรือมีผู้ติดตามมาก

สร้าง backlink

จะดีที่สุดหากเรารู้จักผู้สร้างเว็บหรือเจ้าของเพจเหล่านั้น อาจจะแจ้งเขาไปว่าถ้าพูดเรื่องนี้ทำ backlink มาหาเราหน่อยนะ แล้วเดี๋ยวถ้าเรามีบทความที่เกี่ยวข้องกับเว็บคุณ เราจะทำ backlink กลับไปหา หรือภาษาในวงการเขาจะเรียกว่า การแลกลิงค์ นั้นเอง

Google จะให้คะแนนเฉพาะ backlink ที่ส่งกลับมาจากเว็บที่มีคุณภาพเท่านั้นนะครับ เราจะทำ backlink จากเว็บหลอกๆ ที่เราแอบไปสร้างขึ้นเองไม่ได้แล้ว Google เขาฉลาดกว่าเรามากครับ ดีไม่ดีเราอาจจะถูกลงโทษ ลดอันดับลงอีกด้วย

นอกจากเราจะหาวิธีสร้าง traffic พาคนเข้าเว็บตามวิธีที่ผมได้แนะนำมาทั้งหมด ขั้นตอนต่อไปสำหรับ การทำ seo ที่เราต้องทำ คือการเอาเว็บของเราไปลงทะเบียนกับ Google search console และส่ง site map ไปให้เขาครับ วิธีดังกล่าวจะเป็นการช่วยเร่งให้ Google bot เข้ามาเก็บข้อมูลบนเว็บของเราได้เร็วขึ้น

คอร์สเรียน SEO WordPress

4. เชื่อมต่อเว็บไซต์เข้ากับ google search console

install-google-search-console

Google Search Console คือ บริการฟรีจาก Google ที่จะช่วยให้เราเข้าใจวิธีการที่ Google ดูเว็บไซต์ของเราและเพิ่มโอกาสให้เว็บของเราติดหน้าแรกได้ง่ายขึ้นนั้นเอง สำหรับ วิธีการติดตั้ง google search console เพื่อเชื่อมต่อกับเว็บไซต์ (ที่ทำด้วย WordPress) มีวิธีการดังต่อไปนี้ครับ >> วิธีการติดตั้ง google search console เข้ากับเว็บไซต์ WordPress

5. ส่ง sitemap ไปให้ google

ส่ง sitemap

Sitemap คือ ไฟล์เกี่ยบกับการจัดระบบเนื้อหาหน้าเว็บไซต์ของเรา ที่เราสามารถส่งไปเพื่อบอก Google หรือ Search Engine อื่นๆ เพื่อให้โปรแกรมรวบรวมข้อมูลเว็บ เช่น Googlebot สามารถรวบรวมข้อมูลจากเว็บไซต์ของเราได้ง่ายขึ้นนั่นเอง หากเว็บไซต์ของเราเป็นเว็บใหม่ และยังไม่มี backlink คุณภาพมาจากเว็บอื่นๆ การส่ง sitemap ไปให้ google เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง หากเราคาดหวังที่จะเห็นเว็บตัวเองติดหน้าแรก google ในเวลาอันใกล้ ดูวิธีการทำได้ที่นี่ครับ >> การส่ง sitemap ไปให้ google บนเว็บ WordPress

ยังครับๆ การทำ seo มันยังไม่จบง่ายๆ ยังมีอีก 1 คำแนะนำครับ ซึ่งผมก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันยังมีผลต่อการจัดอันดับของ Google แล้วหรือยัง แต่ผมเชื่อว่า trend ปีหน้ามาแน่ มันคือการทำเว็บของเราเป็น htttps:// ครับ

6. ทำเว็บของเราให้เป็น https://

https:// คือ การเข้ารหัสข้อมูลบนเว็บไซต์ของเรา เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการสื่อสารหรือส่งข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตครับ เราจะสังเกตเห็นว่าเว็บไหนที่เขาเข้ารหัสไว้ มันจะมีการแสดงรูปแม่กุญแจเอาไว้บน browser ลองดูจากรูปตัวอย่างนะครับ

ทำเว็บเป็น https

การทำเว็บเราให้เป็น https:// อาจช่วยให้ google มองว่าเว็บเรามีคุณภาพ ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า การจัดอันดับเว็บเราก็จะดีขึ้นได้ครับ หากเปรียบเทียบกับเว็บที่คล้ายกัน แต่เขาไม่ได้เข้ารหัสเว็บเอาไว้ โดยแนวโน้มผมเชื่อว่า google จะให้น้ำหนักเกี่ยวกับการทำเว็บให้ปลอดภัยเพิ่มมากขึ้นด้วย

สำหรับใครที่อยากจะเข้ารหัสความปลอดภัยเว็บ ผมแนะนำให้ติดต่อโฮสที่เราใช้บริการอยู่ได้เลยครับ โดยส่วนมากผู้ให้บริการโฮสจะช่วยเราปรับเว็บให้เป็น https:// ให้อยู่แล้ว ซึ่งจะมีทั้งแบบที่เสียเงิน และแบบที่เป็นตัวฟรีก็มีครับที่เรียกว่า Let’s Encrypt ลองติดต่อผู้ให้บริการโฮสกันดูนะครับ

free ssl certificate

หรือหากใครอยากลองทำเว็บให้เป็น HTTPS ด้วยตนเองลองดูวิธีการทำได้จากบทความนี้เลย ทำเว็บให้เป็น HTTPS (แบบฟรี) ด้วย Let’s Encrypt บน DirectAdmin

ใครอ่านมาถึงจุดนี้ เราคงจะเข้าใจแล้วใช่มั้ยครับว่า การทำ seo มันคืออะไร และมันไม่ใช่ง่ายๆ และผมเชื่อว่าการทำ seo มันจ้างทำ ไม่ได้ด้วย เพราะสิ่งที่ google ให้ความสำคัญสูงสุดคือ คุณภาพของบทความของเรา ว่ามันตอบโจทย์ ความเป็นแก่นของ google ที่เรียกว่า  การเป็นแหล่งข้อมูล (information) เข้าใจง่าย (accessible) และ เป็นประโยชน์ (useful) แล้วหรือยัง?

หน้าที่ของเราคือเขียนบทความให้ดีที่สุด ให้ผ่านหลักเกณฑ์ที่ google เขาได้วางเอาไว้ จากนั้นให้เราทำใจเย็นๆ รอเวลาครับ การจัดอันดับเป็นหน้าที่ของ google เราไม่สามารถควบคุมอะไรได้ แต่ผมเชื่อว่า google เขา fair และเขาฉลาดพอที่จะวิเคราะห์ได้ว่าบทความไหนดี หรือบทความไหนเป็นบนความขยะ คือต่อให้ใครมีเงินก็ซื้ออันดับไม่ได้

เมื่อ google นั้นยุติธรรม โอกาสจึงเปิดกว้างสำหรับทุกคนครับ ไม่สำคัญว่าเว็บเราจะมาก่อนหรือมาหลัง ถ้าเนื้อหาบนเว็บของเราดีกว่าเว็บอื่นๆ อันดับเว็บของเราสามารถขึ้นไปแทนที่ได้เสมอครับ

สรุปขั้นตอน สอนการทำ seo มีดังนี้ครับ 

  1. เราต้องรู้ก่อนกว่าอะไรคือแก่นของ google & facebook
  2. เราต้องรู้ว่า Google ใช้เกณฑ์อะไรบ้าง? ในการจัดอันดับเว็บไซต์ต่าง
  3. การสร้าง traffic พาคนมายังเว็บไซต์ของเรา
  4. เชื่อมต่อเว็บไซต์เข้ากับ google search console
  5. ส่ง sitemap ไปให้ google
  6. ทำเว็บของเราให้เป็น https://

เมื่อเราทำทุกขั้นตอนหมดแล้ว เราก็รอครับ หรือไม่ก็เขียนบทความใหม่ๆ ใน keyword อื่นๆ มาเติมเรื่อยๆ แล้วเดี๋ยวอันดับเว็บของเราจะมาเอง การทำ seo เป็นเกมส์ระยาว อาจต้องใจเย็นกันสักหน่อย บาง keyword ก็ติดอันดับได้เร็ว บางคำก็เป็นแรมเดือน แต่บางคำก็เป็นแรมปีครับ

แต่หากเราทำ seo ด้วยวิธีการที่ถูกต้องตั้งแต่แรก การติดอันดับมันจะคงทน ติดแล้วติดเลย หล่นยาก สุดท้ายนี้ผมขอขอบคุณทุกท่านนะครับ ที่อ่านบทความนี้มาจนจบ ผิดถูกอย่างไรคงไม่ว่ากันนะครับ

บทความนี้ผมเขียนจากประสบการณ์และแนวทางส่วนตัว ในความเป็นจริงวิธี สอนการทำ seo อาจจะมีแนวทางอื่นๆ หรือวิธีที่ดีกว่านี้ได้ แต่ละคนก็อาจต้องศึกษาเพิ่มเติมกันต่อไปครับ

ฟรี SEO Tool วิเคราะห์เว็บไซต์

similarweb.com

  • วิเคราะห์ traffic คนเข้าเว็บ
  • วิเคราห์ว่าคนเข้ามาเว็บเราจากช่องทางไหนบ้าง
  • คำไหนที่ถูกค้นหาเจอเยอะที่สุด 
  • สามารถเปรียบเทียบกับเว็บอื่นๆ ได้
  • แต่สถิติพวกนี้จะแสดงถูกต้องเฉพาะเว็บที่มีคนเข้าชมเยอะ คือ หลักแสนขึ้นไป
  • ถ้าเว็บไหนมี traffic น้อย ข้อมูลอาจไม่แสดง หรือแสดงไม่ถูกต้อง

alexa.com

  • เช็ค Traffic คนเข้าเว็บ แต่จะแสดงเป็นแบบ rank แทน 
  • เอาไว้ใช้กรณีที่เราไปเช็คที่ similar เว็บแล้วสถิติไม่ขึ้น
  • ดู Bounce Rate, Daily Pageviews per Visitor และ Daily Time on Site ภาพรวมได้
  • ดู keyword ที่มีคนค้นหาเยอะๆ 

kwfinder.com

ในตัวของ kwfinder ยังแบ่งฟันชั่นการวิเคราะห์ออกเป็น 4 ประเภท

  • KW finder ใช้วิเคราะห์ keword และปริมาณการค้นหา พร้อมกับแสดงหน้า Google SERP
  • SERP Checker แสดงหน้า SERP แบบละเอียด แยกการแสดงผลระหว่าง desktop กับ mobile
  • SERP Watcher แสดง Keyword Ranking ที่เราอยากรู้ของเว็บนั้นๆ
  • Link Miner เอาไว้เช็คว่าเว็บคู่แข่งมี  back link มาจากที่ไหนบ้าง

Mozbar

เป็น extension ที่เราสามารถติดตั้งลงไปที่ chrome ได้เลย

  • เช็คโครงสร้างเนื้อหา ดูพวก Page Title, Meta Description
  • เช็คจำนวนของ H1, H2, Alt text ในแต่ละหน้าเว็บ
  • ดูความเร็วการเปิดหน้าเว็บ
  • ดูค่า PA DA
  • เช็คจำนวน internal link และ external

serprobot.com

อีกหนึ่งเว็บเช็คอันดับ keyword เผื่อใครยังไม่เคยลองเล่น ใครสร้างอันนี้ผมไม่รู้ แต่ผมว่าโปรแกรมที่เขาเขียนสำหรับการดึงข้อมูลจาก Google มาใช้จัดเรียงอันดับ มันดูง่าย เราสามารถเช็คอันดับ keyword ได้ครั้งละ 5 คำเลยนะ ลองเข้าไปเล่นดูนะ

เช็คอันดับเว็บ

Google PageSpeed Insights

การปรับความเร็วเว็บนั้นไม่ง่าย เพราะต้องอาศัยความรู้เชิงเทคนิคนิดหน่อย คำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ เราไม่จำเป็นต้องปรับ speed ให้ได้คะแนนะ 100% เพราะเว็บเราอาจพังได้ ปรับให้ได้สัก 70% ขึ้นไปก็เพียงพอแล้วครับ

google pagespeed

gtmetrix.com

อีกหนึ่งเว็บที่ไว้สำหรับเช็คความเร็วหน้าเว็บของเรา แต่เหมือนเดิมการปรับความเร็วเว็บ อยู่ไปยึดติดที่ตัวเลขมากนัก เพราะหลายๆ ครั้งตัวเลขสูงแต่เว็บเปิดช้าก็มี ดังนั้นนอกจากดูที่ตัวเลข ดูที่ความรู้สึกตอนเปิดเว็บของเราจริงๆ ถ้าไม่หมุนช้าจดหงุดหงิด ก็ถือว่าใช้ได้แล้วนั้นเอง

GTMetrix

ประชาสัมพันธ์

สำหรับท่านใดที่อ่านบทความนี้แล้ว สนใจการทำ SEO บน WordPress แบบจริงจัง ในวันเสาร์ที่ 25 สิงหาคม 2561 นี้ ผมได้เปิดคอร์สสอน SEO WordPress แบบกลุ่มเล็กๆ 1 รอบ สอนสดรอบละ 10 คน เพื่อให้ผู้เรียนได้ประโยชน์สูงสุด เรียนรู้และทำตามไปพร้อมๆ กันได้ 

รายละเอียดคอร์สเรียน

SEO WordPress

  • ค่าเรียน 4,500 บาท
  • เรียนวันเสาร์ที่ 25 สิงหาคม 2561
  • ระยะเวลาเรียน 6 ชั่วโมง
  • เราเปิดสอน 1 รอบ
    รอบเช้า 10.00 – 16.00 น. (ว่าง)
  • เรียนกลุ่มเล็กรอบละ 10 คนเท่านั้น
  • สถานที่เรียน Seatz Station
  • ปากซอยงามวงศ์วาน 44 ก่อนถึง รพ.วิภาวดี ฝั่งตรงข้าม ม.เกษตรประตูงามวงศ์วาน 3
  • จองที่นั่งเรียนผ่าน Lind ID : padveewebschool ได้เลยครับ
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

ตัวอย่างผลงาน SEO Ranking ของเรา

ทำ seo
อบรม SEO