Backlink คืออะไร เรียนรู้วิธีทำ Backlinks ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

backlink คือ

ในบทความนี้เราจะพูดถึงความสำคัญของ Backlink และวิธีการทำ Backlink ที่มีคุณภาพเพื่อให้เกิดประประโยชน์ต่อการทำ SEO มากที่สุด

Backlink คืออะไร

Backlink คือ ลิงค์จากเว็บอื่นๆ ที่ส่งกลับมาที่เว็บไซต์ของเรา เป็นสิ่งที่บอก Google ให้รู้ว่าเนื้อหาของเว็บไซต์เราได้รับการยอมรับเหมือนเป็นคะแนนโหวตจากเว็บอื่นๆ ส่งมาให้ จะส่งผลให้เว็บนั้นมีความน่าเชื่อถือในสายตา Google มากขึ้นไปด้วย

backlink คือ

ก่อนที่เราจะเข้าสู่รายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการทำงานของ backlink นี่คือบางคำศัพท์ที่เป็นประโยชน์ ที่คุณควรรู้ก่อน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการทำ Backlink ที่ดีต่อไป

คำศัพท์สำคัญเกี่ยวกับ Backlink

Referring domain

หมายถึง เว็บไซต์หรือโดเมนที่มีการส่ง backlink มายังเว็บไซต์หรือโดเมนปลายทาง เมื่อมีลิงก์มาจากโดเมนหรือเว็บไซต์หนึ่ง ๆ นั้น เรียกว่า “referring domain” เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เว็บไซต์ปลายทางได้รับความน่าเชื่อถือและอิทธิพลทาง SEO

Referring page

หน้าเว็บ (URL) ของเว็บไซต์ใดเว็บนึง มีลิงก์ส่งไปยังเว็บไซต์หรือหน้าเว็บเป้าหมายของเรา เปรียบเสมือน แหล่งที่มา ของผู้เข้าชมเว็บไซต์ เราจึงเรียกหน้านั้นว่า Referring page เช่น หน้า URL นี้ https://addin.co.th/blog/dns-server/ มีลิงก์ส่งมาหาหน้า URL เว็บผมแบบนี้ https://padveewebschool.com/seo-basics/

Broken backlink

หมายถึง Backlink ที่เสียหาย ไม่สามารถคลิกลิงก์ไปยังหน้าเว็บปลายทางได้ เปรียบเสมือนถนนที่ตัน ผู้ใช้ไม่สามารถผ่านไปยังจุดหมายปลายทางได้ ซึ่งมักจะถูกระบุด้วยรหัสข้อผิดพลาด “404” (page not found)

Lost backlink

หมายถึง Backlink ที่เคยมีมายังเว็บไซต์ของเรา แต่ปัจจุบันไม่สามารถใช้งานได้ หรือหายไป เปรียบเสมือนเส้นทางที่เคยเชื่อมต่อมายังเว็บไซต์ของเราจากที่ต่างๆ ถูกตัดขาด สาเหตุหลักของ Lost Backlink เจ้าของเว็บนั้นเอาลิงก์ออก หรือได้มีการลบหน้าเว็บนั้นทิ้งไป

Internal backlink

หมายถึง ลิงก์ที่เชื่อมโยงหน้าเว็บต่างๆ ภายในเว็บไซต์เดียวกัน เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมต่อที่ช่วยให้คนอ่านสามารถค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

Anchor text

หมายถึง ข้อความที่แสดงบนหน้าเว็บ ซึ่งสามารถคลิกลิงก์ไปยังหน้าเว็บอื่น เปรียบเสมือนป้ายบอกทางที่บอกผู้ใช้ว่าลิงก์นี้จะพาไปยังที่ใด เช่น Off-page SEO เป็น Anchor text ในประโยคต่อไปนี้: Off-page SEO  เป็นการทำ SEO โดยอาศัยปัจจัยภายนอกเพื่อช่วยเสริมพลังให้กับเว็บไซต์ของเรา

PageRank

คือ อัลกอริทึมที่ Google ใช้ในการวัดความสำคัญของเว็บเพจ โดยพิจารณาจากจำนวนและคุณภาพของลิงก์ที่ชี้มายังเว็บเพจนั้น เปรียบเสมือนคะแนนนิยมที่บอกให้ Google รู้ว่าเว็บเพจใดมีความน่าเชื่อถือและน่าสนใจ

ประโยชน์ของ Backlink ต่อการทำ SEO

เป็นที่ชัดเจน backlink คือสะพานเชื่อมต่อข้อมูลในโลก internet ช่วยให้ search engine ต่างๆ เข้าถึงข้อมูลใหม่ๆ แต่แท้จริงแล้วมันมีประโยชน์อะไรได้อีกบ้าง? และทำไมธุรกิจขนาดใหญ่แทบทุกแห่งดูเหมือนจะพร้อมที่จะลงทุนในโปรแกรมการสร้างลิงค์? นี่คือบางเหตุผล

  • ช่วยเพิ่ม organic traffic: Backlink เป็นหนึ่งในปัจจัยการจัดอันดับของ Google ถ้าปัจจัยอื่นทั้งหมดเท่าเทียมกัน หน้าเว็บที่มี backlink ที่เชื่อถือได้ มีโอกาสติดอันดับบนหน้าแรก Goole ได้มากกว่า
  • ช่วยเพิ่ม referral traffic: ลิงก์ที่ส่งมาจากหน้าเว็บที่มี Traffic เยอะๆ ก็จะช่วยส่งผ่านผู้คนจากลิงก์นั้นๆ ให้เข้ามายังเว็บไซต์ของเรา สิ่งนี้เรียกว่าการได้ referral traffic
  • เพิ่มความน่าเชื่อถือต่อ Google: Google ประเมินคุณภาพเนื้อหาของเว็บไซต์ตามสัญญาณที่บ่งบอกถึงความเชี่ยวชาญ อํานาจ และความน่าเชื่อถือ (E-A-T) Backlink เป็นสัญญาณบอกให้ Google รู้ว่าเว็บของคุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่ และข้อมูลนั้นน่าเชื่อถือเพราะมีเว็บอื่นๆ ช่วยคอนเฟริม
  • เพิ่มความน่าเชื่อถือต่อผู้อ่านข้อมูล: หน้าเว็บที่ได้รับ backlink จากเว็บที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน ช่วยให้ผู้อ่านเกิดความเชื่อถือในข้อมูลที่ได้รับมากขึ้น
  • ช่วยทำให้หน้าเว็บ index ได้ไวขึ้น: ในโลก internet มีข้อมูลมหาศาล หน้าเว็บที่ได้รับ Backlink คุณภาพ ช่วยให้ Google รับรู้ถึงข้อมูลที่เกิดขึ้นใหม่ได้เร็วขึ้น

Backlink ประเภทต่างๆ มีอะไรบ้าง

ไม่ใช่ทุก Backlink จะมีค่าเท่ากัน และการทำความเข้าใจถึงประเภทต่างๆ ของ Backlink ที่มีอยู่สามารถช่วยให้นักทำ SEO และเจ้าของเว็บไซต์สามารถใช้ประโยชน์จากพวกมันได้อย่างเต็มที่ Backlink แบ่งออกเป็นประเภทหลักๆ ดังนี้

1. ตามวิธีการได้มา

  • Natural Backlink: ลิงก์ที่ได้มาโดยธรรมชาติ หมายความว่าไม่ได้สร้างเอง เช่น เว็บไซต์อื่นอ้างอิงเนื้อหาของคุณ
  • Artificial Backlink: ลิงก์ที่สร้างขึ้นเอง เช่น แลก Backlink, เขียน Guest Blog, ซื้อ Backlink

2. ตามคุณภาพ

  • DoFollow Backlink: ลิงก์ที่ส่ง PageRank ให้กับเว็บไซต์ของคุณ
  • NoFollow Backlink: ลิงก์ที่ไม่ส่ง PageRank ให้กับเว็บไซต์ของคุณ

3. ตามตำแหน่ง

  • Homepage Backlink: ลิงก์ที่มาจากหน้าแรกของเว็บไซต์
  • Body Backlink: ลิงก์ที่มาจากส่วนหนึ่งของเนื้อหา
  • Comment Backlink: ลิงก์ที่ส่งมาจากคอมเมนท์ต่างๆ
  • Internal Backlink: ลิงก์ที่มาจากหน้าเว็บอื่นภายในเว็บไซต์เดียวกัน
  • External Backlink: ลิงก์ที่มาจากเว็บไซต์อื่น

4. ตามรูปแบบ

  • Text Backlink: ลิงก์ที่เป็นข้อความ
  • Image Backlink:ลิงก์ที่เป็นรูปภาพ
  • Video Backlink: ลิงก์ที่เป็นวิดีโอ

5. ตามความเกี่ยวข้อง

  • Relevant Backlink: ลิงก์ที่มาจากเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ของคุณ
  • Irrelevant Backlink: ลิงก์ที่มาจากเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ของคุณ

6. ตามภาษา

  • Thai Backlink: ลิงก์ที่เป็นภาษาไทย
  • English Backlink: ลิงก์ที่เป็นภาษาอังกฤษ

7. ตาม Domain Authority

  • High Domain Authority Backlink: ลิงก์ที่มาจากเว็บไซต์ที่มี Domain Authority สูง
  • Low Domain Authority Backlink: ลิงก์ที่มาจากเว็บไซต์ที่มี Domain Authority ต่ำ

อ่านเพิ่มเติม: Domain Authority คืออะไร

Backlink มีหลายประเภท แต่ละประเภทมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน ควรเลือกสร้าง Backlink ประเภทที่เหมาะสมกับเว็บไซต์ของคุณ

ลักษณะของ Backlink ที่ดีมีองค์ประกอบอย่างไรบ้าง

Backlink ที่เราได้รับมาแต่ละลิงก์นั้นมีค่าไม่เท่ากัน Backlink ที่มีคุณภาพจะมีลักษณะดังนี้

1. เป็นลิงก์ที่ได้รับมาจากเว็บที่มีความน่าเชื่อถือสูง/มีอำนาจสูง

คุณอยากได้ backlink จากสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียง หรืออยากได้ลิงก์จากเว็บที่ไม่มีใครรู้จัก Google ก็รู้สึกเช่นเดียวกัน

แนวคิดนี้เรียกว่า “Domain Authority” โดยพื้นฐานแล้วยิ่งเว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือมากเท่าไหร่ก็ยิ่งสามารถส่งต่อพลังไปยังไซต์ของคุณได้มากขึ้นเท่านั้น (ผ่านลิงก์)

ตัวอย่าง backlink จากสถาบันการศึกษา/หน่วยราชการ ที่ทำลิงก์ส่งกลับมายังเว็บ padvee

2. เป็นลิงก์ที่มาจาก Anchor text ที่สัมพันธ์กัน

Anchor text คือ ข้อความที่แสดงบนหน้าเว็บ ซึ่งสามารถคลิกลิงก์ไปยังหน้าเว็บอื่น

ลิงก์ที่เป็น Anchor text ต้องเป็นคำ keyword ที่สัมพันธ์กับหน้าเนื้อหาที่ได้รับ Backlink หรือพูดแบบง่ายๆ คือ คำ keyword ต้องตรงกัน

3. ต้องมาจากเว็บหรือหน้าเว็บที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเว็บของคุณ

เมื่อเว็บไซต์ใดมีการเชื่อมโยงลิงก์ออกไปหากัน Google ย่อมมองถึงความเกี่ยวข้องกัน ลองคิดตามดูนะ

หากคุณกำลังจะทำบทความเรื่อง “การวิ่งมาราธอน” Google ย่อมให้น้ำหนักของลิงก์ที่ได้รับมาจากเว็บที่พูดถึงเรื่องการวิ่งหรือการออกกำลังกาย มากว่าการได้รับ backlink จากเว็บอุปกรณ์ตกปลา หรือเว็บอุปกรณ์แต่งรถ

4. ลิงก์ที่ได้รับต้องเป็นลิงก์แบบ Do follow

Do follow คือ link ที่เป็นค่าเริ่มต้น โดยที่เราไม่ต้องทำอะไรกับลิงก์ที่เราสร้าง Do follow เป็นเหมือนสะพานบอก Search Engine ให้รู้ว่าหน้าเว็บที่อ้างอิงถึงมีความสำคัญ

Google และเครื่องมือค้นหาอื่นๆ ไม่นับลิงก์ที่มีแท็ก “nofollow” มาเป็นส่วนหนึ่งในการจัดอันดับ

5. ได้รับลิงก์จากโดเมนที่ไม่เคยทำลิงก์ส่งมาหาเว็บคุณมาก่อน

การได้รับ backlink จากเว็บใหม่ๆ เป็นสิ่งที่เราต้องทำอย่างต่อเนื่อง ลิงก์จากเว็บเดิม ลิงกที่ 2 3 4 พลังจะค่อยๆ หมดลง ดังนั้น ถ้าคุณมี 100 backlink ก็ควรเป็นลิงก์ที่มาจาก 100 โดเมน

วิธีการสร้าง Backlink

มีวิธีการได้มาซึ่ง backlink อยู่หลากหลายวิธี ต่อไปนี้คือ 5 วิธีหลักๆ ที่จะทำให้เว็บคุณมี Backlink

1. เขียนบทความที่เป็นการอธิบายคำศัพท์ต่างๆ ในอุตสาหกรรมของคุณ

หากคุณอยากได้รับ backlink จากหน่วยราชการ หรือสถานบันกาศึกษา สิ่งเดียวที่จะช่วยให้เว็บของเราได้รับ backlink คือ การทำบทความในสิ่งที่พวกเขาต้องการข้อมูล เช่น นักศึกษาต้องทำรายงาน ทำวิจัย หาข้อมูลต่างๆ

เราก็วิเคราะห์ว่าถ้าในอุตสาหกรรมของเรา มีคำศัพท์อะไรที่พวกเขาอยากรู้บ้าง เราก็ทำบทความเรื่องนั้นดักเอาไว้ เช่น สมมุติคุณขาย ชุดฟิตเนส คุณก็ทำบทความเรื่องการออกกำลังกายชนิดต่างๆ เช่น

  • การออกกำลังการแบบ HIIT คืออะไร
  • การออกกำลังการแบบ Cardio คืออะไร
  • การออกกำลังการแบบ แอโรบิก (Aerobic)
  • Hyaluronic Acid คืออะไร

เมื่อเว็บเรามีบทความวิชาการประเภทนี้ปรากฏอยู่บ้าง ก็จะช่วยสร้างโอกาสให้เว็บสถานศึกษา ทำลิงก์ส่งกลับมาหาเรา หากพวกเขามาสืบค้นข้อมูลบนอินเตอร์เน็ตแล้วเจอเว็บเราพอดี และอาจจะมีการนำบทความของเราไปเป็นส่วนหนึ่งของรายงาน หรืองานวิจัยได้ รับก็จะได้รับลิงก์ส่งกลับมาเพื่อการอ้างอิงงานของเขา

2. ทำรูปภาพประเภท Infographic / ออกแบบรูปประกอบบทความให้สวย

เมื่อเราเขียนบทความอะไรเสร็จ ให้พยายามสรุปข้อมูลออกมาเป็นรูปภาพ Infographic เสมอ เมื่อมีคนได้มาอ่านบทความแล้วเกิดชอบรูป Infographic นั้น หากเขาเอารูปบนเว็บเราไปใช้งานต่อ บางคนกลัวเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ เขาก็จะทำลิงก์ส่งกลับมาให้เองโดยอัตโนมัติ หรือหากเราไปเจอรูปภาพของเราไปปรากฎอยู่บนเว็บใด เราก็สามารถติดต่อเว็บนั้นให้ทำลิงก์ส่งกลับมาหาเว็บเราได้อีกด้วย

3. จดโดเมนทำเว็บเพิ่มขึ้นมาเองหลายๆ เว็บเพื่อโหวตตัวเอง

ในเมื่อไม่มีใครทำ backlink ธรรมชาติมาให้เรา เราก็ทำเว็บเพิ่มขึ้นมาเอง แต่แน่นอน คุณก็ต้องทำให้เว็บเหล่านั้นมี Traffic ด้วย เทคนิคของการทำเว็บรอง แล้วให้ได้ traffic ไวๆ คือการโฟกัสไปที่คำ longtail เป็นหลัก เช่น แทนที่คุณจะทำบทความเรื่อง “ผันเห็นงู” แต่ให้ทำคำนี้แทน “ฝันเห็นงูเลื้อยมาหาแต่ไม่กัด”

โดยให้ตั้งเป้า traffic ของแต่ละเว็บไปที่ 2000 คือเว็บไหนทำแล้วมี traffic ถึง 2000 ก็ให้พอ แล้วไปจดโดเมนทำเว็บขึ้นมาใหม่ไปเรื่อยๆ นั้นเอง

4. ใช้เงินซื้อ backlink

แน่นอนหากคุณมีเงิน ก็ย่อมได้เปรียบในการทำ backlink แต่ก่อนจะไปซื้อ คุณต้องทบทวน องค์ประกอบของ Backlink ที่อีกรอบก่อน ถ้าเข้าเงื่อนไขก็สามารถใช้เงินซื้อมาได้เลย

  • ต้องเป็นเว็บที่มี traffic คิดต่อไปว่าเว็บไหนบ้างที่มี traffic ก็คือใช้เงินไปติดต่อเว็บดังๆ เช่น พวกเว็บสื่อต่างๆ แล้วให้เขาเขียนข่าว pr ทำลิงก์ส่งมาให้
  • เว็บที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเว็บเรา: คำว่าเกี่ยวข้องไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องทางตรงก็ได้ เกี่ยวข้องทางอ้อมก็ได้ทังหมด เช่น เราทำธุรกิต ตู้แช่อาหาร เว็บต้นทางอาจจะเป็นเว็บที่พูดถึงระบบทำความเย็นทั่วไปก็ได้ ไม่จำเป็นว่าเว็บนั้นต้องพูดถึงเรื่อง ตู้แช่อาหาร ก็ได้
  • หาเว็บ directory ที่มีบริการให้เพิ่มเนื้อหา: เว็บ directory เว็บที่ทำหน้าที่รวบรวมธุรกิจต่างๆ เอาไว้ด้วยกัน เปรียบเหมือนเป็นสมุดหน้าเหลืองบนโลกออนไลน์ อาทิเช่นเว็บเหล่านี้ thaibusinesssearch.com, yellowpages.co.th, at-once.info, thdirectory.com, thaithurkic.com, thaifranchisecenter.com บางเว็บเขาจะคิดค่าบริการ สำหรับการใส่ขอมูลธุรกิจและพื้นที่ใส่ลิงก์ส่งกลับไปยังเว็บไซต์ของเรา
  • ซื้อผ่านเว็บประเภท Guest Posting Services: เว็บที่เป็นตัวกลาง ให้เราสามารถเข้าไปทำลิงก์ หรือขอลงบทความ จากเว็บที่มี traffic และอยู่ในเครือข่ายของเขาได้ โดยที่เราไม่ต้องไปติดต่อเว็บต้นทางนั้นตรงๆ ตัวอย่างเว็บประเภทนี้ได้แก่ icopify.co, loganix.com, linksmanagement.com

อ่านเพิ่มเติม: คู่มือซื้อ Backlink บนเว็บ Guest Posting

5. สร้าง Backlink ด้วย Connection

สำหรับคนที่ไม่อยากทำเว็บ ทำบทความเพิ่ม รวมถึงคนที่ไม่อยากใช้เงินซื้อ Backlink การสร้าง Backlink ด้วย Connection คือ อีกหนึ่งวิธีที่น่าสนใจ

การสร้าง Backlink ด้วย Connection คือ การที่เราไปติดต่อคนรู้จัก หรือคนในอุตสาหกรรมเดียวกันกับเราหรือใกล้เคียง แล้วเสนอการร่วมมือกันเพื่อแลกเปลี่ยนลิงก์นั้นเอง คือ เราไปขอให้เขาทำลิงก์ส่งกลับมาให้เรา ส่วนเราก็จะทำลิงก์ส่งกับไปให้เขา เว็บของคุณก็จะได้รับ backlink กลับมาโดยไม่ต้องใช้เงิน และไม่ต้องไปเสียเวลาจดโดเมนทำเว็บขึ้นมาเองด้วย

ตัวอย่าง จะมีคนทักไลน์มาหาผมอยู่เป็นประจำเพื่อขอแลกเปลี่ยนลิงก์

หรือในเว็บผมมีการเขียนวิธีการใช้งานปลั๊กอินบางตัว แล้วเมื่อเวลาผ่านไป เจ้าของปลั๊กอิน อาจจะผ่านมาเห็นพอดี เขาก็จะทักเข้ามาที่แชท เพื่อเสนอการทำลิงก์แลกเปลี่ยนกัน แบบนี้

พวกเราพอจะเห็นไอเดียมั้ย หากต้องการแลกลิงก์กับใคร ทักไลน์ไปคุยเลย ทักไป 10 คน มีคนตอบตกลง 1 คน คุณก็จะได้ backlink คุณภาพดีกลับมาแล้วนั้นเอง อยากได้ของดี ต้องกล้าทักหาผู้คนนะ

การสร้าง Backlink จึงสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การเขียนบทความวิชาการ, สร้าง Infographic, จดโดเมนทำเพิ่มเว็บ, ใช้เงินซื้อ, และการสร้างด้วย Connection. วิธีเหล่านี้ช่วยให้เว็บได้รับลิงก์กลับมา เพิ่มโอกาสในการถูกค้นพบ ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือต่อ search engine และต่อผู้ใช้งานอีกด้วย

โปรแกรมเช็ค Backlink ใช้ตัวไหนได้บ้าง?

สำหรับเครื่องมือที่เราไว้ใช้สำหรับตรวจเช็ค Backlink จะมีอยู่ด้วยกัน 2 ตัว คือ

ปล. คุณต้องเข้าใจก่อนนะ 2 โปรแกรมนี้ เป็นเพียงเครื่องมือที่ใช้สำหรับตรวจเช็ค Backlink ของเว็บต่างๆ เท่านั้น ไม่ใช่โปรแกรมสำหรับการสร้าง Backlink ครับ

การใช้งาน Ubersuggest

ไปที่เว็บ neilpatel.com/backlinks/ หรือคลิกที่มีเมนูตามรูปภาพนี้

การเช็ค Backlink เราจะดูที่ละหน้า ดังนั้นให้นำ URL ของหน้าเว็บที่เราต้องการเช็ค Backlink มาวางในช่อง และเลือกโหมดตรวจสอบเป็น Exact URL แล้วคลิก search ได้เลย

เราก็จะได้ผลลัพธ์แบบนี้

การใช้งาน Ahrefs backlink-checker

อีก 1 เว็บไซต์ที่เราเอาไว้ตรวจเช็ค Backlink สำหรับวิธีการใช้งานมีดังนี้ ให้เข้าไปที่ ahrefs.com/backlink-checker แล้ววาง URL หน้าเว็บที่คุณต้องการเช็ค Backlink ลงไป เลือกโหมดตรวจสอบเป็น Exact แล้วคลิก Check backlinks

เราก็จะได้ผลลัพธ์แบบนี้

พอเราเห็นรายการ Backlink ทั้งหมด อันดับต่อมาเราต้องมาแยกแยะว่า Backlink ไหนคือ backlink ที่ดี อันไหนคือ Backlink ที่ไม่ดี

ถ้าเราเช็คแล้ว เว็บคู่แข่งมี Backlink มากก็จริง แต่ส่วนใหญ่เป็น Backlink ที่ไม่ดี แบบนี้ไม่น่ากลัว เรายังพอทำ SEO สู้กับเขาได้อยู่ครับ

คําเตือน: Backlink ไม่ใช่ปัจจัยที่สำคัญที่สุด อย่าไปยึดติดจนเกินไป

Backlinks เป็นปัจจัยสำคัญในการทำ seo แต่ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการทำ SEO เพราะอะไร? เดี๋ยวผมมีเหตุผลมาอธิบายครับ

เพราะว่า หาก Google จัดอันดับเว็บ ด้วยการวัดจากจำนวนของ Backlink เป็นหลัก มันก็จะเป็นระบบที่ไม่ยุติธรรม เพราะจำนวนของ Backlink ไม่ได้เป็นตัวการันตีว่า เนื้อหาบนเว็บนั้น จะทำมาดี หรือเขียนแล้วอ่านรู้เรื่อง

ด้วยเหตุนี้ Google จึงพัฒนาอัลกอลิทึ่มมากมาย เพื่อใช้เป็นองค์ประกอบในการจัดอันดับเว็บไซต์ และตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา Google มีความฉลาดและสามารถคัดแยก Backlink ที่ดี และไม่ดีได้แล้วนั้นเอง

“In 2018, stuffing your website with backlinks may hurt more than help.”

คำว่า more backlinks, higher ranking จึงเป็นแนวคิวที่ใช้การไม่ได้แล้วในยุคนี้

ตัวอย่างเว็บที่ไม่ได้มี Backlink แต่ก็สามารถทำเว็บติดอันดับหน้าแรก Google ได้

หมายความว่า หากเว็บของคุณไม่มี Backlink เลย ก็สามารถติดอันดับหน้าแรกได้  ดังนั้นเว็บเรามี Backlink เยอะๆ ก็ดี แต่ถ้าไม่มีเลยก็ไม่เป็นไรครับ

แต่หากคุณต้องการ Backlinks ส่งมาหาเว็บของคุณเยอะๆ คุณต้องมีความสามารถแยกแยะให้ได้ก่อน ว่า backlink แบบไหนดี แบบไหนที่ไม่ดี แบบไหนควรทำ แบบไหนไม่ควรทำ หากคุณไม่มีความรู้เหล่านี้ มีโอกาสที่คุณจะเสียเงินซื้อ Backlink โดยไม่จำเป็นครับ

“มี Backlinks ถือว่าดี แต่ไม่มีเว็บก็ยังสามารถขึ้นอันดับ 1 Google ได้”

สรุปการทำ Backlink ให้มีคุณภาพ

  • Google ลดความสำคัญของ Backlink เพราะจำนวนของ Backlink ไม่ได้เป็นตัวบอกว่าเนื้อหาบนเว็บมีคุณภาพดีเสมอไป
  • Backlink ยังมีความจำเป็น แต่ต้องเป็นลิงค์ที่เราได้รับจากเว็บ ที่มีคุณภาพ และมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับคอนเทนต์ ของเรา และต้องมีความเป็นธรรมชาติ
  • คุณภาพของแหล่งที่มาของลิงค์สำคัญที่สุด ต้องเชื่อถือได้ มี Traffic ธรรมชาติ และมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเว็บของเรา
  • ลิงค์นั้นต้องมีคนกดด้วย
  • Text link และตำแหน่งของลิงค์ จากคอนเทนต์สำคัญ กว่าจากตำแหน่งอื่นๆ
  • ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อโปรแกรมทำ Backlink เพราะมันไม่ได้ผลแล้วสำหรับยุคนี้
  • ไม่ต้องเสียเวลาสร้างเว็บ PBN มีเป็นพันเว็บก็ไม่มีความหมาย ถ้าแต่ละเว็บเนื้อหาไม่มีคุณภาพ เอาเวลามาโฟกัสที่ on page และเติมบทความบนเว็บหลักดีกว่า

หากคุณสร้างบทความที่มีคุณภาพ หน้าเว็บนั้นก็มีโอกาสติดหน้าแรกได้เช่นเดียวกัน เพราะ Google มีหลายร้อยเกณฑ์สำหรับการจัดอันดับเว็บ และเขาจะมองหาเว็บที่มีเนื้อหาที่ดีที่สุดอยู่เสมอ

4 thoughts on “Backlink คืออะไร เรียนรู้วิธีทำ Backlinks ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

  1. Sumire says:

    กำลังหาข้อมูลการทำbacklinkอยู่พอดี คลายข้อสงสัยไปได้เยอะเลยครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *