Backlink คืออะไร เรียนรู้วิธีทำ Backlinks ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

backlink คือ

พวกเราส่วนใหญ่ก็คงจะพอรู้กันอยู่แล้ว ว่า Backlink เป็นปัจจัยสำคัญใน การทำ SEO  แต่สำหรับบางคนที่พึ่งเริ่มต้น ผมขอขยายความคำว่า Backlink อีกรอบ 1 ก่อนนะ

backlink

สารบัญ ขั้นตอนทำ Backlink

เรียน SEO ออนไลน์ฟรี 4 บทเรียน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดของการทำ SEO 

คลิกเข้าเรียนที่นี่

Backlink คืออะไร

Backlink คือ ลิงค์จากเว็บอื่นๆ ที่ชี้กลับมาที่เว็บไซต์ของเรา เป็นสิ่งที่บอก Google ให้รู้ว่าเนื้อหาของเว็บไซต์เราได้รับการยอมรับเหมือนเป็นคะแนนโหวตจากเว็บอื่นๆ ส่งมาให้ จะส่งผลให้เว็บของเราได้คะแนน SEO จาก Google มากขึ้นไปด้วย

Backlinks เป็นปัจจัยสำคัญในการทำ seo แต่ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการทำ SEO เพราะอะไร? เดี๋ยวผมมีเหตุผลมาอธิบายครับ

 

ทำไม Backlink จึงไม่ใช่ปัจจัยที่สำคัญที่สุด เพราะว่า หาก Google จัดอันดับเว็บ ด้วยการวัดจากจำนวนของ Backlink เป็นหลัก มันก็จะเป็นระบบที่ไม่ยุติธรรม เพราะจำนวนของ Backlink ไม่ได้เป็นตัวการันตีว่า เนื้อหาบนเว็บนั้น จะทำมาดี หรือเขียนแล้วอ่านรู้เรื่อง

ด้วยเหตุนี้ Google จึงพัฒนาอัลกอลิทึ่มมากมาย เพื่อใช้เป็นองค์ประกอบในการจัดอันดับเว็บไซต์ และตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา Google มีความฉลาดและสามารถคัดแยก Backlink ที่ดี และไม่ดีได้แล้วนั้นเอง

คำว่า “more backlinks, higher ranking” จึงเป็นแนวคิวที่ใช้การไม่ได้แล้วในยุคนี้”

“In 2018, stuffing your website
with backlinks may hurt
more than help.”

ตัวอย่างเว็บที่ไม่ได้มี Backlink แต่ก็สามารถทำเว็บติดอันดับหน้าแรก Google ได้

เช็ค backlink

โปรแกรมสำหรับเช็ค Backlink คือ Ubersuggest

หมายความว่า หากเว็บของคุณไม่มี Backlink เลย ก็สามารถติดอันดับหน้าแรกได้  ดังนั้นเว็บเรามี Backlink เยอะๆ ก็ดี แต่ถ้าไม่มีเลยก็ไม่เป็นไรครับ

แต่หากคุณต้องการ Backlinks ส่งมาหาเว็บของคุณเยอะๆ คุณต้องมีความสามารถแยกแยะให้ได้ก่อน ว่า backlink แบบไหนดี แบบไหนที่ไม่ดี แบบไหนควรทำ แบบไหนไม่ควรทำ หากคุณไม่มีความรู้เหล่านี้ มีโอกาสที่คุณจะเสียเงินซื้อ Backlink โดยไม่จำเป็นครับ

“มี Backlinks ถือว่าดี แต่ไม่มีเว็บก็ยังสามารถขึ้นอันดับ 1 Google ได้”

โปรแกรมเช็ค Backlink ใช้ตัวไหนได้บ้าง?

สำหรับเครื่องมือที่เราไว้ใช้สำหรับตรวจเช็ค Backlink จะมีอยู่ด้วยกัน 2 ตัว คือ

ปล. คุณต้องเข้าใจก่อนนะ 2 โปรแกรมนี้ เป็นเพียงเครื่องมือที่ใช้สำหรับตรวจเช็ค Backlink ของเว็บต่างๆ เท่านั้น ไม่ใช่โปรแกรมสำหรับการสร้าง Backlink ครับ

การใช้งาน Ubersuggest

Backlink checker

สำหรับวิธีการใช้งานมีดังนี้ครับ

ไปที่เว็บ neilpatel.com/backlinks/ หรือคลิกที่มีเมนูตามรูปภาพนี้

หา backlink

การเช็ค Backlink เราจะดูที่ละหน้า ดังนั้นให้นำ URL ของหน้าเว็บที่เราต้องการเช็ค Backlink มาวางในช่อง และเลือกโหมดตรวจสอบเป็น Exact URL แล้วคลิก search ได้เลย

ubersuggest check backlinks

เราก็จะได้ผลลัพธ์แบบนี้

ตรวจ backlink

พอเราเห็นรายการ Backlink ทั้งหมด อันดับต่อมาเราต้องมาแยกแยะว่า Backlink ไหนคือ backlink ที่ดี อันไหนคือ Backlink ที่ไม่ดี

ถ้าเราเช็คแล้ว เว็บคู่แข่งมี Backlink มากก็จริง แต่ส่วนใหญ่เป็น Backlink ที่ไม่ดี แบบนี้ไม่น่ากลัว เรายังพอทำ SEO สู้กับเขาได้อยู่ครับ

สำหรับการแยกแยะว่า Backlink อันไหนดีหรือไม่ดี เดี๋ยวผมจะมีอธิบายในหัวข้อถัดไป สำหรับขั้นตอนนี้ แค่ให้พวกเรารู้ก่อนว่า Ubersugget สามารถใช้เช็ค Backlink ได้ครับ

การใช้งาน Ahrefs backlink-checker

ahrefs backlink checker

อีก 1 เว็บไซต์ที่เราเอาไว้ตรวจเช็ค Backlink สำหรับวิธีการใช้งานมีดังนี้ ให้เข้าไปที่ ahrefs.com/backlink-checker แล้ววาง URL หน้าเว็บที่คุณต้องการเช็ค Backlink ลงไป เลือกโหมดตรวจสอบเป็น Exact แล้วคลิก Check backlinks

backlink seo

เราก็จะได้ผลลัพธ์แบบนี้

คะแนน backlink

หลังจากที่เราใช้งานโปรแกรมเช็ค Backlink เป็นแล้ว สิ่งที่เราต้องทำต่อคือ การแยกแยะว่า backlink ที่เราเช็คเจอ ว่าอันไหนคือ backlink ที่ดี อันไหนคือ link ที่ไม่ดี

ประเภทของ Backlinks

  • Natural-Editorial : เป็น Backlink ที่ไม่ต้องเสียเงินซื้อ ซึ่งเกิดจากเนื้อหาในเว็บของเราดีและมีประโยชน์ แล้วจึงมีเว็บไซต์อื่นทำการอ้างอิงเนื้อหา เขียนถึงและทำลิงค์กลับมาให้
  • Manual Link Building : คือลิงค์ที่เราสร้างเอง เอาไปปล่อย เอาไปแปะตามที่ต่างๆ คำแนะนำสำหรับ manual link building คือ ถ้าหากต้องการสร้าง backlink ด้วยการ “ซื้อ” แล้ว ควรทำเป็นลักษณะซื้อบทความ editorial และมีลิงค์กลับมาที่เว็บของเรา ผ่านเว็บไซต์ที่มีคุณภาพ ไม่ใช่พวก spam เว็บไซต์ หรือถ้าต้องการสร้าง Backlink เองแล้ว วิธีที่ง่ายที่สุด ก็อาจจะเริ่มด้วย Owned asset ก่อน เช่น การทำ Video content บน Youtube ที่มีลิงค์กลับมาที่เว็บไซต์ การสร้าง Social channels ต่างๆ รวมถึงการสร้างเว็บ Blogs ขึ้นมาเอง เป็นต้น
  • Non-Editorial : เป็นพวกลิงค์ที่กลับมาจากคอมเม้นท์ในเว็บไซต์ต่างๆ ที่ให้คนทั่วไปเข้าไปเขียนคอมเม้นท์ได้

ที่มา: googleanalyticsthailand.com

ตัวอย่าง Natural Backlink

ที่เป็นบทความคนอื่นที่ทำลิงค์ส่งกลับมาหาเว็บผม : เว็บไซต์เนื้อหาดี สำหรับมือใหม่ WordPress

ตัวอย่าง Manual backlink

จากเว็บไซต์ที่ผมและทีมงานของผมช่วยกันสร้าง เพื่อทำลิงค์ส่งกลับมายังเว็บหลักของผม

ลักษณะของ Backlink ที่ดี

1) ต้องมาจากเว็บที่มีชื่อเสียง และน่าเชื่อถือ

ดูยังไงว่าเว็บแบบไหนดูแล้วน่าเชื่อถือ ก็คือ หลังจากที่คุณใช้โปรแกรมเช็ค Backlink คุณก็เข้าไปไล่กดดูลิงค์ต่างๆ ถ้าหน้าเว็บที่กดเข้าไปดูเป็นเว็บที่คุณรู้จัก แสดงว่าเว็บนั้นเป็นเว็บที่มีชื่อเสียง หรือถ้าคุณกดลิงค์เข้าไปดู เจอเว็บที่มีข้อมูล ที่เขียนมาอย่างดี และออกแบบหน้าเว็บไว้อย่างสวยงาม แสดงว่าเป็น Backlink ที่เชื่อถือได้

สำหรับ Backlink ที่มาจากเว็บที่ไม่น่าเชื่อถือ ดูยังไง?

คำแนะนำ ก็คือให้ดูที่เนื้อหาของข้อมูล และความสวยงาม ถ้าคุณคลิก backlink เว็บคู่แข่ง แล้วไปเจอเว็บอะไรก็ไม่รู้ ไม่มีเนื้อหาที่เป็นสาระ หรือไม่มีความสวยงาม แบบนี้คือ backlink จากเว็บต้นทางที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ

ตัวอย่างหน้าตาเว็บที่ดูไม่น่าเชื่อถือ จะเป็นประมาณนี้ครับ

spam backlink

เนื้อหาบนเว็บมันจะสั้นๆ ห้วนๆ ไม่สวย และบางครั้งเนื้อหาก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ Keyword แบบนี้เราถือว่าเป็น backlink ที่ไม่ดีทั้งหมด

2) ต้องเป็นลิงค์ที่มาจากเนื้อหา

เพราะลิงค์ที่ถูกกดเข้ามาจากเนื้อหา จะได้คะแนนมากกว่า ลิงค์ที่มาจาก sidebar หรือ footer

การทำ backlink

3) ลิงค์ที่อยู่ตำแหน่งบนๆ มีโอกาสถูกกดมากกว่าลิงค์ที่อยู่ด้านล่าง

links higher up

4) ลิงค์ที่มาจาก text ที่เป็นคำที่เกี่ยวข้องกับ Keyword มีพลังมากกว่าลิงค์จาก Generic link

anchor links

อ่านเพิ่มเติม: ลักษณะของ Link 6 ประเภท

ใช้โปรแกรมเช็ค Backlink ในการดู Anchor text หรือจะเรียก Text link ก็ได้ ต้องเป็นคำที่เกี่ยวข้องกับ keyword บนหน้าเว็บของเรา

Anchor Text

5) ลิงค์จากโดเมนที่ไม่ซ้ำกัน

Backlink ที่มาจากหลากหลายโดเมน มีประโยชน์กว่าลิงค์จากโดเมนเดิมๆ ที่เคยส่งลิงค์มาหาเราแล้ว

links form Unique Domains

6) ลิงค์จากเว็บ spam ไม่มีประโยชน์

ลิงค์จากเว็บ spam มีลิงค์ส่งมาหาเว็บเราเป็น ร้อยเป็นพัน ลิงค์ ก็ไม่มีประโยชน์ ดังนั้น คุณไม่จำเป็นต้องไปเสียเวลาทำนะ เอาเวลามา Focus ที่การทำคอนเทนต์บนเว็บของเราให้มีคุณภาพดีกว่า

7) ลิงค์มาจากเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเว็บของเรา

Backlink ที่ดีต้องมาจากเว็บที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเว็บของเราได้ เช่น คุณทำฟาร์มขายหมาพุดเดิล เว็บที่ทำลิงค์ส่งมาหาเราควรเป็นเว็บที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเรา เช่น ลิงค์มาจากเว็บขายอาหารสัตว์ เป็นต้น แต่ถ้าคุณเป็นร้านขายหมา แต่เว็บที่ทำลิงค์ส่งมาเป็นเว็บขายประกัน แบบนี้ถือว่าไม่ดี เพราะเนื้อหามันไม่เกี่ยวข้องกับเว็บของเรานั้นเอง

8) ลิงค์จากเนื้อหาที่สดใหม่

เราควรเพิ่มบทความใหม่เพื่อทำ backlink อยู่เสมอ จะส่งผลดีกว่ามาจากหน้าเนื้อหาเก่าๆ  ที่ไม่มีการอัพเดทเนื้อหา

9) การเพิ่มจำนวนของ link มาหาเว็บเราคือสัญญาณที่ดีในสายตา Google

10) ไม่ต้องกังวลกับ backlink spam ที่เราไม่ได้สร้าง

 หากมีลิงค์ spam ส่งมายังเว็บคุณโดยที่คุณไม่ได้สร้างเอง ไม่ต้องกังวล Google ไม่สนใจลิงค์พวกนี้อยู่แล้ว ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาแกล้งเรา Google มีความสามารถคัดแยกลิงค์แบบนี้ได้อยู่แล้วครับ

11) แม้ลิงค์ที่ส่งมาจากเว็บคนอื่น จะเป็น  Nofollowed Links ก็ถือว่ามีผลดี

หากเว็บต้นทางเป็นเว็บที่มีความน่าเชื่อถือ หากมีคนกดลิงค์นั้นมายังเว็บเรา

อ่านเพิ่มเติม: ออกแบบ Link อย่างไรให้มีคนคลิก ตามที่เราวางแผนไว้

เนื้อหาด้านบนทั้งหมด คือ check list สำหรับการแยกแยะ Backlink ที่ดี และไม่ดี เดี๋ยวในหัวข้อถัดไป เราจะมาเรียนรู้วิธีการสร้าง Backlink กันครับ

หลัการทำ Backlinks

Backlink ยังมีความสำคัญต่อการทำ SEO อยู่ก็จริง แต่ Google ลดความสำคัญให้เหลือน้อยลง Backlink มากไม่ได้แปลว่าเราจะทำ SEO แล้วจะชนะ เพราะสุดท้าย Google วัดจากคุณภาพของ Link ที่ส่งกลับมาหาเว็บของเราเป็นหลัก

การทำ Backlink คือการไปสร้างลิงค์ส่งกลับ บนเว็บคนอื่น ดังนั้นก่อนที่เราจะลงมือทำ Backlink ผมขอทบทวนลักษณะของ Link ให้พวกเราเข้าใจอีกรอบก่อน

ลักษณะของ Link 6 ปะเภท

  1. Exact-match : ดูดไขมัน
  2. Partial-match : ดูดไขมันด้วยยาชาหรือยาสลบดี
  3. Branded : rwcclinic, padvee
  4. Naked Link : https://rwcclinic.com/filler-under-eyes/
  5. Generic : อ่านเพิ่มเติม คลิก   ที่นี่   Click Here  (ลิงค์เรียกแขก)
  6. Images : การใส่ลิงค์หลังรูปภาพ

ทำความเข้าใจเรื่องของลิงค์แบบละเอียดที่บทความนี้ครับ Link building สำหรับการทำ SEO

Link ทั้ง 6 ประเภท ลิงค์ที่มีพลังเยอะที่สุดคือลิงค์ประเภท Exact match กับ Partial match นั้นหมายความว่า ตอนที่คุณจะไปทำ Backlink หรือไปจ้างคนเขียนบทความ ลิงค์ที่เราจะใช่ส่งกลับมาเว็บหลัก ให้เลือกทำ link แบบ Exact match กับ Partial match เป็นหลักครับ

สร้าง Backlink จาก Social media

การทำ Backlink ที่ได้ผลและง่ายที่สุด คือการทำ Backlink จาก Social media คือให้เราทำคอนเทนต์บนเว็บ แล้วเอาคอนเทนต์ไปแชร์ยังช่องทางต่างๆ บน Social media ตามนี้

  • Facebook ส่วนตัว, แฟนเพจ และ Facebook Group
  • อย่าลืมวาง URL เว็บเราเข้าไปที่ส่วนของ About บน Facebook
  • YouTube ทุกคลิป ต้องวางลิงค์กลับมาหาเว็บของเราเสมอ
  • เอาคอนเทนต์ไปโพสที่ Line
  • สร้างคอนเทนต์บน Google My busines
  • Twitter หรือ Social media อื่นๆ ที่เขาอนุญาตแปะลิงค์ได้ เราก็ตามไปแปะลิงค์ให้หมด

แต่อย่าลืมให้ความสำคัญกับคุณภาพของตัวคอนเทนต์ที่คุณนำไปแปะบนโลกโซเชียล ด้วยว่ามันน่าสนใจพอที่จะทำให้เกิดการมีส่วนร่วมหรือไม่ ถ้าเราเอาแต่แปะลิงค์จากเว็บ แต่ไม่ใครคลิกเข้าไปดู link เหล่านั้นก็ไม่มีความหมาย

ลิงค์จาก Facebook group มันจะได้ผล ถ้าสิ่งที่เราไปแปะในกลุ่ม มันมีประโยชน์ ก็จะมีคนจริง คลิกเข้ามาดูนั้นเอง

ตัวอย่างการทำคอนเทนต์บน Google My busines คลิกดูที่นี่

ลิงค์ส่งกลับ

 

สร้างโอกาสให้เว็บได้ Backlink ธรรมชาติ

การจะเป็นที่ยอมรับจนทำให้เว็บคนอื่นทำ Backlink ส่งกลับมาให้เว็บของเรานั้นไม่ง่าย สิ่งที่เราทำได้คือการสร้างคอนเทนต์ ที่เพิ่มโอกาสในการถูกแชร์ ถูกคัดลอก หรือถูกอ้างอิง ให้ได้มากที่สุด ไอเดียสำหรับการทำคอนเทนต์ก็จะมีดังนี้ครับ

  • เขียนบทความประเภท “Best X” List Mentions
  • เขียนบทความประเภท Ultimate Guides
  • ทำปุ่มดาวนโหลด PDF เช่น แจกคู่มือ แจกแคทตาล็อกสินค้า แต่ในไฟล์นั้นให้วาง ลิงค์กลับมาเว็บเราด้วยเสมอ
  • ทำรูปภาพประเภท Infographic
  • ปล่อยให้คนคัดลอกบทความของเราไป ไม่ต้องทำระบบป้องกันคัดลอกบทความ บางทีมันจะติดลิงค์เว็บของเราตามไปด้วย

ตัวอย่างบทความประเภท “Best X” List Mentions

  • 10 ที่เที่ยว + จังหวัด
  • 20 ที่พัก + จังหวัด
  • 30 ร้านอาหารอร่อย + จังหวัด
  • 25 ร้านกาแฟ + จังหวัด
  • 10 ทะเลสวย + จังหวัด
  • 10 โปรแกรม + ประเภทสิ่งที่ทำ เช่น ตัดต่อวิดีโอ, แต่งภาพ ฯลฯ
  • 10 ชื่อสินค้า + ขายดี, ยอดนิยม, มาใหม่
  • 10 คลินิก+ประเภทศัลยกรรม
  • 10 โรงงาน + ประเภทธุรกิจ

บางครั้งคู่แข่งเราเขียนบทความ 10 List Mentions มาก่อน คุณอาจต้องเกทับด้วยการเขียนให้มาก 10 list เช่น

ถ้าเราทำบทความรีวิวมากพอ เดี๋ยวก็จะมีคนมาเจอบทความของเรา แล้วเอาข้อมูลจากเว็บเราไปแชร์ต่อ หรือเอาไปเขียนประกอบบทความของเขา แล้วโดยธรรมชาติ เขาก็จะให้เครดิตทำเป็นลิงค์ส่งกลับมาหาเราครับ

ตัวอย่างการแชร์คอนเทนต์บน Facebook

เพจ 2how.com แชร์คอนเทนต์ของเว็บ fotoinfo.online และตัวคอนเทนต์มันน่าสนใจ พอเอามาแชร์ที่เพจ ก็จะเกิดการถูกแชร์ต่อไปเรื่อยๆ อีก ถือเว็บ fotoinfo.online ได้ Backlink ส่งจาก social media

ตัวอย่างบทความประเภท Ultimate Guides

  • คู่มือสอน WordPress ฉบับสมบูรณ์
  • คู่มือซ่อมมือถือฉบับสมบูรณ์
  • คู่มือแต่งหน้าฉบับสมบูรณ์
  • คู่มือออกกำลังกายฉบับสมบูรณ์
  • คู่มือทำสวนฉบับสมบูรณ์
  • คู่มือเที่ยวญี่ปุ่นฉบับสมบูรณ์
  • ฯลฯ

ถ้าเราเขียนได้ดีมากพอ เดี๋ยวจะมีคนเอาข้อมูลของเราไปใช้ แล้วเขาจะให้เครดิตเป็นลิงค์ส่งกลับมาเอง

ตัวอย่างคอนเทนต์ Ultimate Guides : คู่มือสร้างเว็บไซต์ ขายของออนไลน์ด้วย WordPress

ทำปุ่มดาวนโหลด PDF

เช่น แจกคู่มือ แจกแคทตาล็อกสินค้า แต่ในไฟล์นั้นให้วาง ลิงค์กลับมาเว็บเราด้วยเสมอคุณลองกดดาวน์โหลดไฟล์นี้ของผมดูนะ

แจกฟรี SEO Roadmap 2020

ปล. ไฟล์นี้เป็นเอกสารแจกฟรี เพื่อเป็นตัวอย่างในการทำ backlink เท่านั้น เราขอสงวนสิทธิ์ในการไม่ตอบคำถาม หรือให้ความช่วยเหลือ จากการอ่านข้อมูลในเอกสารแล้วไม่เข้าใจ หรือดาวน์โหลดไฟล์ไม่ได้

ทำรูปภาพ Infographic

เพราะภาพประเภท Infographic มันจะเอื้อให้คนนำไปใช้ต่อ ยิ่งคนนำรูปภาพเราไปใช่ต่อมากเท่าไหร่ เราก็จะได้ Backlink ส่งกลับตามมารยาท เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

เช่นรูปภาพชุดนี้

ผมเอามาจากบทความนี้ 20 Graphics on Google’s Valuation of Links บทความเป็นประโยชน์และผมเอารูปภาพเหล่านี้มาประกอบบนเว็บผม ก็ต้องทำ Backlink ส่งกลับไปยังเว็บต้นทางด้วย

หน้าบทความนั้นของ Moz.com ก็จะได้ Backlink แบบธรรมชาติเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก

การทำ backlink

ปล่อยให้คนคัดลอกบทความเราไปเลย

เพราะบางทีมันจะติด link บนเว็บของเราเข้าไปที่เนื้อหาบนเว็บนั้นด้วย

ตัวอย่างหน้าเว็บที่คัดลอกเนื้อหาผมไปใช้

Manual Link Building

หัวข้อที่ผ่านมาเป็นการพูดถึงวิธีเพิ่มโอกาสได้รับ Backlink แบบธรรมชาติ ถ้าสุดท้ายแล้วไม่มีใครทำ Backlink แบบธรรมชาติมาให้เรา เราก็ต้องสร้างมันขึ้นมาเองแทนครับ

การสร้าง Backlink ขึ้นมาเองจะมีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี

  • แบบใช้เงินซื้อลิงค์ตรงๆ
  • สร้างเว็บเครือข่ายขึ้นมาเอง ต้องใช้เงิน + ออกแรงด้วย

สร้าง Backlinks แบบใช้เงินซื้อลิงค์ตรงๆ

แต่การซื้อลิงค์ตรงๆ ในที่นี้ ไม่ใช่การใช้เงินไปซื้อโปรแกรมทำ Backlink นะ เพราะโปรแกรมทำ Backlink คุณไปซื้อมาสร้างลิงค์บนเว็บคุณได้ แต่มันไม่ค่อยได้ผลแล้วในยุคนี้ คุณอาจจะเสียเงินฟรีนะ

หลักการใช้เงินซื้อ Backlink มีดังนี้

  • ติดต่อเว็บดังๆ ให้เขาเขียนบทความใหม่ ส่งลิงค์กลับมาให้เรา แต่ตรงจุดวาง backlink ต้องทำลิงค์แบบ Exact-match หรือ Partial-match ส่งมายังหน้า Keyword หลักบนเว็บของเราด้วย
  • มองหาเว็บสื่อดังๆ ที่ติดหน้าแรก Google ของ Keyword ต่างๆ อยู่แล้ว ให้เขาเพิ่มลิงค์เว็บเราเข้าไปที่เนื้อหาบทความให้หน่อย แปะเป็น banner รูปภาพก็ได้
  • หรือหากมีเงินเหลือเยอะ ไปซื้อต่อเว็บคอนเทนต์ของคนอื่น ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้อง กับเนื้อหาบนเว็บของเรามาเลย

สร้างเว็บเครือข่ายขึ้นมาเอง ต้องใช้เงิน + ออกแรงด้วย

pbn

ในเมื่อไม่มีใครทำ backlink ธรรมชาติมาให้เรา เราก็ทำเว็บคอนเทนต์เอง แต่จุดสำคัญที่ Backlink เหล่านี้จะได้ผล คือคุณภาพของคอนเทนต์ บนเว็บนั้นต้องดีด้วย ไม่ใช้ทำแบบ spam เว็บไซต์ หรือ spam บทความ

วิธีการนี้ก็ใช้เงินเหมือนกัน แต่ใช้เงินน้อยกว่าวิธีแรก แต่เราต้องออกแรงเพิ่ม ในการสร้างเว็บขึ้นมาเองหลายๆ เว็บ การสร้างเว็บเครือข่ายศัพท์ทางเทคนิค เราจะเรียกกันว่าทำ PBN (Private Blog Network)

ตัวอย่างเว็บ PBN ของผม ซึ่งต้องทำเอง เขียนบทความกันเองทีละเว็บ ที่ละบทความ ไม่มีทางลัด

จุดสำคัญ คือ บรรดาเว็บเครือข่าย มันต้องทำคอนเทนต์ให้ดี ให้มี Traffic ธรรมชาติในตัวมันเองด้วย เพื่อจะได้มีพลังมากพอในการทำ Backlink ดังนั้นการสร้างเว็บ PBN คุณก็ต้องใช้เงิน แต่เป็นการใช้เงินจ้างทีมงาน ให้มาช่วยกันผลิตคอนเทนต์นั้นเอง

การสร้างเว็บเครือข่ายเป็นสิ่งจำเป็นในการทำ Backlink แต่ต้องอย่าทำแบบ spam คือมีแต่จำนวนเว็บไซต์อย่างเดียว แต่ไม่มีคุณภาพ ถ้าคุณทำเว็บแบบ spam ผมแนะนำว่าไม่ต้องทำดีกว่า เพราะมันเสียเวลา และไม่ได้ผล สู้เอาเวลาไปปรับ on page seo บนเว็บหลักแทนดีกว่า

ไอเดียเพิ่มเติม Manual Link Building

  • สร้างเว็บแจกของ เช่น แจกคู่มือ แจกโปรแกรม แจกข้อสอบ แจกแคทตาล็อคต่างๆ แต่ตอนโหลดสิ่งเหล่านั้นให้มาโหลดที่เว็บหลัก
  • ทำเกม หรือคิดแคมเปญ บนเฟสบุ๊ค แต่ตอนประกาศผลให้มาดูผล ที่เว็บของเรา
  • ทำหน้าประกาสรับสมัครงาน ไปประกาศยังเฟสบุ๊คกลุ่มต่าง ๆ (ปล. แม้ว่าบริษัทเราจะรับพนักงานเต็มแล้ว)
  • ไปตอบกลับตามกระทู้ พันทิป หรือเว็บบอร์ดต่างๆ แต่จะได้ผลด้าน Backlink กระทู้เรานั้นต้องเป็นกระทู้ที่ติดหน้าแรก Google อยู่แล้วด้วย
  • เขียนกระทู้ใหม่ ตามเว็บ Platform ต่างๆ เช่น Medium, storylog.co, blockdit.com แก่นของมันคือ ต้องเขียนให้มีคุณภาพด้วย on page ต้องครบ ไปเขียนแบบแสปม ไม่ต้องไปเสียเวลาทำ ไม่มีความหมายครับ
  • จะลงโฆษณากับเว็บลงประกาศต่างๆ เพื่อทำ Backlink เช็คให้ดีก่อนว่าเว็บนั้นมี Traffic เยอะน้อยแค่ไหน ถ้าไม่มี Traffic ลงประกาศไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรเสียเงินฟรีนั้นเอง

ตำแหน่งวาง link บนเว็บ

ตำแหน่งวางลิงค์

เราสามารถวางลิงค์ไว้ 4 จุดหลักๆ บนเว็บไซต์

  • วางที่เมนู (เมนูบนเว็บไซต์ ถือว่าเป็น link ทั้งหมดครับ)
  • วางที่เนื้อหา
  • วางที่ Sidebar
  • และวางที่ footer

Google ไม่ได้ให้ความสำคัญของจำนวนลิงค์ใน 1 หน้าเว็บ แต่ Google ให้ความสำคัญของลิงค์ที่ถูกกด ดังนั้น คุณต้องออกแบบลิงค์ให้มันดูน่ากดเข้าไปอ่านด้วยนั้นเอง เช่น คุณอาจจะเปลี่ยนสีของลิงค์ให้มันแตกต่างจากตัวอักษรทั่วไปก็ได้

นอกจากนี้ Google ให้ความสำคัญของการกดลิงค์แต่ละจุดไม่เท่ากัน ลิงค์ที่มีพลังมากที่สุดเมื่อถูกกด คือ ลิงค์ที่วางอยู่ในเนื้อหาครับ ลิงค์จาก sidebar และ footer นั้นไม่ค่อยมีพลัง แต่เราก็ควรใส่ลิงค์ลงไปด้วย แม้ว่าจะได้คะแนนน้อย แต่ก็ดีกว่าไม่ได้คะแนนอะไรเลย

บทความแนะนำสำหรับผู้เริ่มต้น WordPress

สอน SEO สอน WordPress สอน WooCommerce

เช็คคนกด Backlink เข้ามาบนเว็บดูยังไง?

Backlink ต่างๆ จะได้ผลต้องมีคนจริงๆ กดลิงค์นั้นมายังเว็บของเราด้วย ซึ่งเราต้องเช็คจาก Google Analytic ครับ

ให้ไปดูที่ การกระทำ > การเข้าชมทั้งหมด > การอ้างอิง

เช็ค backlink

ยิ่งมีคนคลิกลิงค์เข้ามายังเว็บเรายิ่งเยอะ ก็ยิ่งดีครับ แต่ถ้าเรามี Backlink เยอะ แต่ไม่มีคนกดเข้ามา link ต่างๆ ที่ทำถือว่าไม่มีความหมาย

สรุปการทำ Backlink ให้มีคุณภาพ

  • Google ลดความสำคัญของ Backlink เพราะจำนวนของ Backlink ไม่ได้เป็นตัวบอกว่าเนื้อหาบนเว็บมีคุณภาพดีเสมอไป
  • Backlink ยังมีความจำเป็น แต่ต้องเป็นลิงค์ที่เราได้รับจากเว็บ ที่มีคุณภาพ และมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับคอนเทนต์ ของเรา และต้องมีความเป็นธรรมชาติ
  • คุณภาพของแหล่งที่มาของลิงค์สำคัญที่สุด ต้องเชื่อถือได้ มี Traffic ธรรมชาติ
    และมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเว็บของเรา
  • ลิงค์นั้นต้องมีคนกดด้วย
  • Text link และตำแหน่งของลิงค์ จากคอนเทนต์สำคัญ กว่าจากตำแหน่งอื่นๆ
  • ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อโปรแกรมทำ Backlink เพราะมันไม่ได้ผลแล้วสำหรับยุคนี้
  • ไม่ต้องเสียเวลาสร้างเว็บ PBN มีเป็นพันเว็บก็ไม่มีความหมาย ถ้าแต่ละเว็บเนื้อหาไม่มีคุณภาพ เอาเวลามาโฟกัสที่ on page และเติมบทความบนเว็บหลักดีกว่า

หากคุณสร้างบทความที่มีคุณภาพ หน้าเว็บนั้นก็มีโอกาสติดหน้าแรกได้เช่นเดียวกัน เพราะ Google มีหลายร้อยเกณฑ์สำหรับการจัดอันดับเว็บ และเขาจะมองหาเว็บที่มีเนื้อหาที่ดีที่สุดอยู่เสมอ

ความรู้เพิ่มเติม:  7 เว็บไซต์ แหล่งเรียนรู้ SEO ระดับโลก รวมไว้ในบทความเดียว

ประชาสัมพันธ์

สำหรับท่านใดที่อ่านบทความนี้แล้ว สนใจการทำ SEO บน WordPress แบบจริงจัง ในวันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2563 นี้ ผมได้เปิดคอร์สสอน SEO WordPress แบบกลุ่มเล็กๆ 1 รอบ สอนสดรอบละ 10 คน เพื่อให้ผู้เรียนได้ประโยชน์สูงสุด เรียนรู้และทำตามไปพร้อมๆ กันได้ 

รายละเอียดคอร์สเรียน

SEO WordPress

  • ค่าเรียน 6,500 บาท
  • เรียนวันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2563
  • ระยะเวลาเรียน 6 ชั่วโมง
  • เราเปิดสอน 1 รอบ
    รอบเช้า 10.00 – 16.00 น. (ว่าง)
  • เรียนกลุ่มเล็กรอบละ 10 คนเท่านั้น
  • สถานที่เรียน Seatz Station
  • ปากซอยงามวงศ์วาน 44 ก่อนถึง รพ.วิภาวดี ฝั่งตรงข้าม ม.เกษตรประตูงามวงศ์วาน 3
  • จองที่นั่งเรียนผ่าน Lind ID : padveewebschool ได้เลยครับ

  ทุกคอร์สเรียนรอบสอนสด ได้คอร์สเรียนออนไลน์แถมฟรีครับ  

  ทุกคอร์สเรียนรอบสอนสด  
 ได้คอร์สเรียนออนไลน์แถมฟรีครับ  

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ดูตารางเรียนรอบถัดไป

ตัวอย่างผลงาน
SEO Ranking ของเรา

Logo-SERPmojo
seo พัดวี
ติดหน้าแรก Google

**ประกาศ**

สำหรับการเรียนแบบส่วนตัว 1 ต่อ 1 หรือกลุ่มส่วนตัว แบบสอนนอกสถานที่ ผมไม่รับสอนเว็บพนัน เว็บบอล เว็บหวย เว็บสายเทาทุกชนิดครับ

จะเว็บสายขาว หรือเว็บสายเทา การทำ SEO ใช้หลักการเดียวกันหมดครับ เพราะการทำ SEO ในยุคปัจจุบัน ไม่มีใครสามารถโกง Google ได้นั้นเอง

หากเว็บคุณเป็นสายเทา แต่สนใจเรียน SEO ด้วยวิธีการที่ถูกต้องตามหลัก Google ก็มาเรียนได้ครับ แต่ให้ลงเรียนรอบสอนกลุ่มปกติ ที่สอนรอบละ 10 คนแทนนะ

แน่นอนวันเรียน คือ เรียนจาก case study จากเว็บหลายๆ แบบ แต่จะไม่มีการยกเว็บพนันมาเป็น case study  แต่คุณก็สามารถนำความรู้จากคลาสเรียนนี้ไปปรับใช้กับเว็บตัวเองได้ครับ ไม่มีปัญหา เพราะหลักการทำ SEO นั้นเป็นหลักการสากล นำไปปรับใช้ได้กับเว็บทุกชนิด จะเว็บสายขาย หรือสายเทา หลักการที่ผมสอนนี้ใช้ได้ทั้งหมด

แจ้งไว้ให้ทราบทั่วกัน และขออภัยในความไม่สะดวกครับผม...

แผนที่สถานที่เรียน (รอบสอนกลุ่ม)

สถานที่เรียน Seatz Station

ปากซอยงามวงศ์วาน 44 ก่อนถึง รพ.วิภาวดี
ฝั่งตรงข้าม ม.เกษตรประตูงามวงศ์วาน 3

seat-station

บรรยากาศคลาสเรียน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *