ซื้อ Backlink ที่ไหนดี ซื้ออย่างไรไม่ให้เป็นสแปม และไม่โดนหลอก

การทำ SEO คือการแข่งขัน ต้องพยายามทำทุกอย่างให้ Google ถูกใจเว็บของเราให้ได้ การทำ Backlink ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัย ที่เราต้องพยายามหามาเติมใส่เว็บของเราให้เพิ่มมากขึ้น แต่หัวใจของการทำ Backlink คือ คุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณ ดังนั้นคุณจำเป็นต้องมีหลักการคัดเลือกและรู้แหล่งซื้อ Backlink ที่ดีก่อน

Backlink เป็นแค่ตัวเสริม ไม่ใช่ปัจจัยหลักในการทำ SEO

ก่อนที่จะหาที่ซื้อ Backlink พวกเราต้องปรับแนวคิดให้ถูกต้องก่อน ถ้าติดกระดุมเม็ดแรกผิด เม็ดต่อมาก็ผิดทั้งหมด เป้าหมายของ Google คือ จัดหาข้อมูลที่ดีที่สุดและเกี่ยวข้องมากที่สุดให้กับผู้ใช้งาน นั้นแปลว่า คุณต้องทำเนื้อหาให้มันดีก่อน เพราะผู้ใช้งาน ไม่ได้มีใครสนใจว่าเว็บคุณจะมี Backlink เยอะหรือน้อย

ต่อให้เว็บคุณมี Backlink คุณภาพดี แต่เนื้อหาบนเว็บมันไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน Google เขาก็ไม่สนใจเว็บของเราอยู่ดี แต่การทำ Backlink เป็นเพียงแค่ตัวเสริม เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของเว็บเราเท่านั้น แต่แน่นอน มี Backlink บ้าง ย่อมดีกว่าเว็บเราไม่มี Backlink เลย

องค์ประกอบของ Backlink ที่ดีมีอะไรบ้าง

ก่อนจะเสียเงินซื้อ Backlink คุณต้องรู้ก่อนว่า Backlink ที่ดีนั้นมีองค์ประกอบอะไรบ้าง ถ้ายังไม่รู้ว่า Backlink ที่ดีเป็นอย่างไร พวกเราจะหมดเงินไปกับการซื้อ backlink แต่ไม่เกิดประโยชน์ต่อการทำ SEO ซึ่ง Backlink ที่ดีควรมีองค์ประกอบดังนี้

1. ต้องมาจากเว็บที่มีความน่าเชื่อถือและมี Traffic

เว็บที่หน้าเชื่อถือนั้นดูไม่ยาก ก็คือดูด้วยตาเลย ถ้ามันมีเนื้อหา มีข้อมูล ดูสวยงาม ดูแล้วไม่ได้บูดๆ เบี้ยวๆ ไม่เป็นเว็บร้าง ไม่เป็นเว็บไม่สมประกอบ

ควรเช็คต่อว่าเว็บนั้นมี Traffic หรือไม่ ก็ดูไม่ยากอีกเช่นกัน คือ เอาเว็บนั้นไปเช็คตาม SEO Tools ต่างๆ เช่น Ubersuggest ก็ได้ ขอให้มี Traffic หลักพันขึ้นไปได้ทั้งหมด ถ้าได้ Backlink จากเว็บที่มี Traffic หลักหมื่น หลักแสนก็ยิ่งดี

2. ต้องมาจากเว็บหรือหน้าเว็บที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเว็บของคุณ

การทำ Backlink ก็เหมือนการหาคนอื่นมาช่วยคอนเฟริมว่าเราดี เราน่าเชื่อถือ แต่คนที่มาคอนเฟริมเราได้ มันต้องเป็นคนในวงการที่เกี่ยวกับเราได้ด้วย ไม่ใช่ว่าผมอยู่ในวงการ WordPress แต่มีคนทำสวนมาชื่นชมผม ว่าผมนั้น เก่ง WordPress มากเลย มันก็ดูไม่ค่อย make sense ขาดน้ำหนักความน่าเชื่อถือ เพราะคนที่มาชมเรานั้นอยู่คนละวงการ ไม่เกี่ยวข้องกัน

ดังนัน คุณต้องไปตามหาเว็บที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกับคุณ หรือถ้าเว็บต้นทางไม่ได้เกี่ยวข้องทางตรง ก็ต้องมีหน้าเนื้อหาที่เกี่ยวข้องทางอ้อม ทำลิงก์ส่งมาให้เรา ไม่ใช่เว็บอะไรก็ไม่รู้ เนื้อหาไม่ได้มีอะไรสัมพันธ์กับเราเลยแม้แต่น้อย แบบนี้ทำไปก็ไม่เกิดประโยชน์

3. Anchor text กับหน้าปลายทางต้องสัมพันธ์กัน

นอกจากเนื้อหาที่ต้องสัมพันธ์กัน ลิงก์ที่เป็น Anchor text ต้องเป็นคำ keyword ที่สัมพันธ์กับหน้าเนื้อหาที่ได้รับ Backlink หรือพูดแบบง่ายๆ คือ คำ keyword ต้องตรงกัน

พวกเราเห็นคำว่า “Anchor text” ด้านบนที่ผมทำเป็นลิงก์มั้ย แปลว่าผมมีการทำ backlink ส่งไปหาเว็บอื่น ถ้าพวกเราลองกดเข้าไป หน้าปลายทาง ก็จะเป็นเว็บที่มีเนื้อหาพูดถึงเรื่อง “Anchor text” นั้นเอง แบบนี้แหละที่เราเรียกว่า คำ Keyword ต้นทางกับปลายทางตรงกัน

4. ลิงก์ที่เราได้รับต้องอยู่ใน Body Content

ใน 1 หน้าเว็บไซต์จะมีองค์ประกอบการวางข้อมูลอยู่ 4 ส่วน คือ Header, body, sidebar และ Footer

หัวใจของ Backlink คือความสัมพันธ์ระหว่างต้นทางกับปลายทาง ดังนั้น ตำแหน่งของลิงก์จึงต้องอยู่ในเนื้อหา (body) เท่านั้น ถึงจะสามารถเป็น signal บอกถึงความสัมพันธ์ได้ ถ้าลิงก์อยู่ในตำแหน่งอื่นความสัมพันธ์ของเนื้อหาก็จะไม่มี ดังนั้น เราต้องพิจารณาจุดนี้ในขั้นตอนเลือกซื้อ backlink ด้วย

5. ลิงก์ที่ได้รับต้องเป็นลิงก์แบบ Do follow

โดยปกติลิงก์ที่เราใส่บนเว็บผ่านเครื่องมือ hyperlink ก็จะเป็นลิงก์ประเภท Do follow โดยอัตโนมัติ แต่บางครั้ง เมื่อเราไปติดต่อซื้อ Backlink เว็บต้นทางที่เขาทำลิงก์ส่งมาให้เรา อาจจะถูกตั้งค่าเป็น No follow link อยู่ก็ได้

Do follow คือ link ที่เป็นค่าเริ่มต้น โดยที่เราไม่ต้องทำอะไรกับลิงก์ที่เราสร้าง Do follow เป็นเหมือนสะพานบอก Search Engine ให้รู้ว่า หน้าที่อ้างอิงถึงมีความสำคัญ

แต่ Nofollow Link เป็นลิงค์ที่กำหนดโดยการใส่แท็ก rel=”nofollow” ใน HTML Link ใช้เพื่อบอกให้ Bot ของ Search Engine “ไม่ต้องตามไปเก็บข้อมูลในหน้าเว็บปลายทาง”

หากเว็บเราได้ Backlink แต่ได้รับลิงก์ประเภท No follow เข้ามา ก็ไม่เกิดประโยชน์ในด้าน SEO มากนัก แต่ทำแล้วมีผลเสียมั้ย คำตอบ คือ  ถ้าลิงก์นั้นมาจากเว็บที่หน้าเชื่อถือและมี traffic ก็ ไม่มีผลเสีย แค่ได้ประโยชน์จากลิงก์นี้ไม่เต็มที่

การเช็คว่าลิงก์นั้นเป็น Do follow หรือ no follow เช็คผ่านเครื่องมือ seo tool ต่างๆ ได้เลย หรือจะเช็คผ่านวิธีการ inspect หน้าเว็บดูก็ได้

6. หน้าที่ทำ Backlink ส่งมาต้อง Index

จุดเริ่มต้นของการติดอันดับในหน้าค้นหา Google ก็คือการที่หน้าเว็บนั้นต้องถูกจัดทำดัชนี (index) เข้าสู่ระบบ Google เสียก่อน

Google จะรู้ว่าหน้าไหนเนื้อหาดี หรือไม่ดี เขาต้องจัดทำดัชนีก่อน แล้วถึงจะนำมาพิจารณาต่อได้ เช่น เดี๋ยวกัน หากคุณต้องการ backlink ที่จะมีพลังในการโหวตเว็บของคุณได้ หน้าที่ทำ backlink นั้นต้อง index เสียก่อน เว็บเราได้รับลิงกเป็นร้อยลิงก์ แต่มาจากหน้าเว็บที่ไม่ index ถือว่ามีค่า = ศูนย์

ดังนั้น การเช็คว่าเราได้รับ backlink ดีหรือไม่ดี ดูแบบง่ายๆ คือดูที่การ index ก่อนเลยเป็นอันดับแรก สำหรับวิธีการเช็คว่าหน้านั้น index หรือยังให้พิมพ์คำว่า site:ตามด้วย URL ของหน้าเว็บที่เราต้องการเช็คได้เลย ถ้าขึ้นตามรูปด้านล่างแปลว่าหน้านั้น Google ได้มาจัดทำดัชนี (index) เรียบร้อยแล้ว

7. ลิงก์ส่งออก (external link) ต้องมีไม่เกิน 10 ลิงก์

ทุกคนอยากได้ลิงก์จากหน้าเว็บที่ดี แต่ถ้าหน้าเว็บที่ดีนั้น มีการกระจายลิงก์ส่งออก (external link) เยอะเกินไป หน้าปลายทางที่ได้รับ ก็ได้รับพลังส่งกลับมาน้อยด้วย จุดนี้ภาษา SEO เรามักจะเรียกันว่าค่า Link juice

หน้าเว็บที่เป็น Backlink ทีดี ควรไม่ควรมีจำนวนลิงก์ส่งออกเยอะเกินไป ถ้ามีไม่เกิน 10 ลิงก์ก็ยังพอไหว แต่หามีลิงก์ออกมากว่านี้ เว็บเราที่เป็นปลายทาง ก็ได้รับค่าพลังเพียงน้อยนิด เพราะต้องถูกแบ่งไปให้เว็บอื่นหมดแล้วนั้นเอง

วิธีการเช็ค external link ของแต่ละหน้า URL เราก็สามารถใช้ SEO Tool ทั่วไปเช็คได้เลย เช่น ใช้ Moz bar ในการเช็คก็ได้ ทำตามรูปนี้ได้เลย

8. หน้า URL ที่ทำ Backlink ส่งมาต้องมี Traffic (ถ้าหาได้นะ จะเพอเฟคที่สุด)

เว็บที่มี traffic กับหน้า URL ของเว็บนั้นที่มี traffic มันจะไม่เหมือนกัน เช่น เว็บไทยรัฐ traffic ของทั้งเว็บไซต์คือ 50 ล้าน แต่หน้า URL นั้นอาจจะมี traffic แค่หลัก 1000 หรือบางหน้าอาจจะไมมี traffic เลยก็เป็นได้

แต่การจะหา Backlink ทีดี เราจะอ้างอิงถึง traffic ของ URL นั้นด้วย คือต้องมี Traffic สัก 100 ขึ้นไปเป็นอย่างน้อย ซึ่งจุดนี้แหละที่ทำให้การหาซื้อ Backlink ที่ดีนั้นไม่ง่าย เพราะส่วนใหญ่ที่มาขายกัน มักจะมาจากหน้า URL ไม่มี traffic นั้นเอง

วิธีเช็คว่า URL ไหนมี Traffic หรือไม่มี ก็ให้คัดลอก URL นั้นไปวางตรงๆ บน เครื่องมือ SEO ต่างๆ ได้เลย แล้วดูที่ค่า Traffic ยิ่งมีเยอะ คือ ยิ่งดี

4 ช่องทางที่เราจะได้มาซึ่ง Backlink

แล้วเว็บของเราจะได้รับ backlink จากช่องทางไหนได้บ้าง โดยส่วนใหญ่แต่ละเว็บจะได้รับ Backlink จาก 4 ช่องทางดังนี้

  1. ได้รับแบบธรรมชาติ: เราทำเนื้อหาดีมากๆ จนมีคนอื่นพูดถึงเนื้อหาของเรา แล้วเขาทำลิงก์ส่งกลับมาให้เองโดยที่เราไม่ได้ร้องขอ
  2. ซื้อ Backlink: วิธีการนี้คือทางลัดสำหรับคนที่ต้องการใช้เงินนำทาง ก็คือใช้เงินหาซื้อ backlink มาเองได้เลย ซื้อที่ไหนได้บ้าง เดี๋ยวผมจะแนะนำในหัวข้อถัดไป เตรียมเงินในกระเป๋าคุณไว้ให้พร้อมเป็นพอ
  3. ทำ Backlink ขึ้นมาเอง: ภาษา SEO เราจะเรียกสิ่งนี้ว่าการทำ PBN แต่ถ้าภาษาแบบบ้านๆ ก็คือ การจดโดเมนทำเว็บเพิ่ม และทำลิงก์ส่งกลับมามาเว็บหลักของเราเองแค่นั้น วิธีการนี้เน้นใช้การออกแรงเป็นหลัก ถ้าคุณงบน้อย แต่คุณขยัน วิธีการนี้คือคำตอบของคุณ
  4. การขอแลกลิงก์: ถ้าคุณงบน้อย และขี้เกียจจดโดเมนทำเว็บ ทำบทความเพิ่ม วิธีการนี้คือทางเลือกที่น่าสนใจ การขอแลก backlink  คือ การที่เราไปติดต่อเว็บของคนที่เรารู้จัก และขอเขาแลกลิงก์กันไปเลย เราทำลิงก์คำนี้ให้เธอ เธอทำลิงก์คำนี้ส่งกลับมาให้เรานะ หรือแม้กระทั่งคนที่คุณไม่รู้จัก คุณก็ทักไปถามตรงๆ เลยก็ได้ เพราะทุกคนก็อยากได้ลิงก์กันอยู่แล้ว ทักไลน์ หรือส่งข้อความไปหาเว็บที่คุณสนใจได้เลย ทักไป 10 เว็บ อาจจะมีคนตอบตกลงกลับมา 1 เว็บ ก็คุ้ม เพราะเราจับเสือมือเปล่า ไม่ได้มีอะไรเสียหาย

แหล่งซื้อ Backlink ที่มีคุณภาพ มีที่ไหนบ้าง ควรเช็คอะไรบ้างก่อนซื้อ

จริงๆ มันก็มีเยอะแยะไปหมด แค่ว่าก่อนจะซื้อ backlink จากใคร คุณเอาหลักการองค์ประกอบของ backlink ที่ดีมาตรวจเช็คได้เลย

1. ติดต่อขอทำ backlink ผ่านเว็บดังๆ

ถ้าคุณมีเงิน ก็ไม่ต้องคิดมาก ติดต่อเว็บดังๆ ที่คุณรู้จักทั้งหมดได้เลย เช่น เว็บสำนักข่าวต่างๆ เช่น เว็บ sanook, kapok, ไทยรัฐ, มติชน, thestandard, เว็บแบ๋ไต๋, เว็บ รีวิวดังๆ เช่นเว็บ wongnai, productnation เพราะเว็บเหล่านี้การันตีเรื่อง Traffic ของตัวเว็บอยู่แล้ว แต่แน่นอน ก็ต้องใช้เงินเยอะเล็กน้อย ใครมีทุนเยอะ ก็ลุยไปได้เลย

แค่เช็คว่าเว็บเหล่านั้น มีเงื่อนไขปล่อยลิงก์เป็น Do follow หรือ no follow พยามหาเว็บที่สามารถทำลิงก์ เป็น do follow ได้เป็นหลัก ทุกเว็บข่าวดังๆ เขาจะมีช่องทางติดต่อ ของลงโฆษณาไว้อยู่แล้ว คุณแค่ทักไปติดต่อพวกเขาเพื่อขอ rate card ราคาลงบทความ ทำ backlink ได้เลย

ตัวอย่าง rate card ของบางสำนักข่าวที่แจ้งราคาไว้อย่างชัดเจน คลิกดูตัวอย่างที่นี่ แต่บางเว็บอาจจะไม่ได้แสดงราคาทำบทความ หรือราคาของการทำ backlink ไว้อย่างชัดเจน คุณต้องไปทักคุยกับเขาส่วนตัวต่อนั้นเอง

2. จ่ายเงินให้เว็บเล็กๆ แต่พอมี traffic หลักพันถึง 1 หมื่น แต่เน้นทำหลายเว็บ

คุณต้องทำความเข้าใจก่อนว่า backlink ดีๆ ไม่เดินทางมาเอง ในเมื่อเรามีเงิน ก็ให้ใช้อำนาจเงินให้เป็นประโยชน์ ก็คือให้ไล่ทักเว็บคอนเทนต์ เว็บรีวิวต่างๆ อาจไม่จำเป็นต้องเป็นเว็บดังมากก็ได้ ขอแค่พวกเขาเป็นเว็บที่มี traffic หลักพันถึง 1 หมื่นก็พอ ทักไปเสร็จเราก็เสนอเงินให้เขาเลย ว่าถ้าช่วยทำลิงก์ส่งมาจากบางหน้าเนื้อหา เราจะให้เงินสินน้ำใจเท่านี้นะ จะกี่บาทก็ว่าไป จ่ายเงินไปเลยคือจบ แต่ก็อย่าลืมเอาองค์ประกอบของ backlink ที่ดีมาเช็คด้วย

3. ซื้อผ่านบริษัท / agency / คนรับทำ backlink

ทุกคนก็มักจะเคยซื้อ Backlink ผ่านวิธีแบบนี้กันมาบ้างแล้ว ไม่ว่าจะซื้อผ่าน agency หรือซื้อบนพวกแพลตฟอร์ม เช่น fastwork, fiverr, seoclerk แต่ก่อนจะซื้อ backlink จากใคร ให้เอาองค์ประกอบของ backlink ที่ดีมาตรวจเช็คด้วยเสมอ

ลักษณะของคนขาย backlink ที่ดี ต้องมีลักษณะดังนี้

  • ต้องมีเว็บเอามาให้เราตรวจเช็คได้ก่อนจ่ายเงิน ว่าจะทำ backlink จากเว็บไหนให้เราบ้าง
  • เว็บเหล่านั้นต้องมี traffic ด้วย
  • ต้องมีการนำเสนอหน้า URL ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเว็บเรา ส่งมาให้เราดูก่อน
  • ต้องทำลิงก์จากเนื้อหาส่งมาให้เราด้วย ลิงก์จาก sidebar หรือคอมเมนต์ ไม่เอา

ถ้าเราไม่เช็คเขาก่อน ส่วนใหญ่คือโดนหลอก เพราะคนขาย Backlink ในความเป็นจริงแล้ว เขาไม่ได้สนใจหรอกว่าเว็บคุณจะติดอันดับหรือไม่ เขาแค่รู้ว่าคุณอยากได้ Backlink และคุณยังแยกไม่ออกว่าอะไรคือ backlink ที่ดี หรือไม่ดี เขาก็อาศัยจุดนี้ในการหลอกเอาเงินจากคุณแค่นั้น

แต่ถ้าใครไม่มีเว็บมาให้คุณเช็คก่อนจ่ายเงินทำ backlink คุณปฏิเสธไปได้เลย เพราะลิงก์ที่คุณจะได้รับมา ส่วนใหญ่คือลิงก์ที่ไม่มีคุณภาพ เป็นลิงก์จากเว็บที่เขาทำหลอกๆ แต่ไม่ได้มี traffic หรือความเกี่ยวข้องกับ Keyword ของคุณเลย

4. ซื้อผ่านเว็บประเภท Guest Posting Services

Guest Posting Services คือ เว็บที่เป็นตัวกลาง ให้เราสามารถเข้าไปทำลิงก์ หรือขอลงบทความ จากเว็บที่มี traffic และอยู่ในเครือข่ายของเขาได้ โดยที่เราไม่ต้องไปติดต่อเว็บต้นทางนั้นตรงๆ

ข้อดีของเว็บที่เป็น Guest Posting Services เราสามารถเลือกเว็บเองได้เลย โดยเอาเงื่อนไของค์ประกอบของ backlink ที่ดีมาเป็นหลักในการเลือกเว็บ คุณอยากได้เว็บที่มี traffic หลักพัน หลักหมื่น หลักแสน พวกเขาจะมีเตรียมไว้ให้คุณเลือกได้เอง เช็ค traffic ได้เองเลย รวมถึงเลือกหน้า url บนเว็บนั้นได้เองอีกด้วย

ตัวอย่างเว็บที่ให้บริการ Guest Posting Services

ตัวอย่างวิธีการซื้อ backlink ผ่านเว็บ icopify.co

icopify.co คือเว็บที่ให้บริการทำ Guest Post และซื้อ backlink โดยซึ่งเขาจะมีบริการอยู่ 3 รูปแบบหลักๆ คือ

  • Content Placement (ค่าบริการถูกที่สุด)
    คุณเขียนบทความส่งให้เขา ซึ่งบทความนี้คุณใส่ลิงก์ได้ 1 ลิงก์ แล้วเขาจะนำบทความนี้ขึ้นไปโพสลงบนเว็บเป้าหมายที่คุณต้องการ
  • Content Creation and Placement (ค่าบริการราคาปานกลาง)
    คุณจ้างเข้าเขียนบทความใหม่พร้อมกับใส่ลิงก์ และนำบทความนั้นไปโพสลงบนเว็บที่คุณต้องการ
  • Link Insertion (ค่าบริการราคาสูงที่สุด)
    คุณเลือกเว็บ เลือกหน้า URL ที่ต้องการ และขอให้เขาทำลิงก์จากหน้านั้นส่งมายังเว็บคุณ

ไปที่เว็บนี้  icopify.co ลงทะเบียนและสมัครสมาชิกให้เรียบร้อย

เติมเงินเข้าสู่ระบบเขาไปสักเล็กน้อยอาจจะลองเอามาทำสอบสัก 100us

สร้าง project ขึ้นมา 1 อัน

การทำ Link Insertion

การซื้อ Backlink ด้วยวิธีการนี้จะเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุด แต่จะมีค่าใช้จ่ายแพงที่สุด หลักการทำก็ไม่ยาก แค่เข้าไปค้นหาเว็บที่มี traffic และเลือกหน้า url ที่ต้องการ แล้วแจ้งเขาทำลิงก์ส่งกลับมาหาเว็บเราแค่นั้น

หลังจากที่คุณสร้าง Project ขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว ให้ดูที่หัวข้อ Link Insertions จากนั้นก็เลือกหมวดหมู่เว็บไซต์ ที่เกี่ยวข้องหรือใกล้เคียงกับเนื้อหาหน้าที่คุณต้องการจะทำ Backlink

คุณก็จะเห็นรายชื่อเว็บไซต์มากมาย เห็นจำนวน traffic เห็นพวกค่า DR ค่า DA และเห็นราคาสำหรับการทำ Link Insertions

สมมุติอยากจะทำ Backlink เกี่ยวกับ WordPress และผมสนใจเว็บนี้ เพราะดูแล้วว่าน่าจะมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเว็บ WordPress และเว็บนั้นก็น่าจะมี Traffic

แต่เราอย่าพึ่งเชื่อว่าตัวเลข Monthly Traffic ที่เราเห็นจะเป็น Traffic ในปัจจุบันจริงๆ คุณอาจจะทำการตรวจเช็คซ้ำอีกรอบก่อน ด้วยการเอาเว็บนั้น ไปเช็คผ่านโปรแกรม SEO Tools ก่อน

ผมก็เลยลองเอาเว็บนั้นเช็คดู Traffic ที่โปรแกรม Ahrefs ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะเป็นแบบนี้

ถือว่ายังพอมี Traffic แม้ว่าจะไม่ตกปก ตามที่เขาโฆษณาไว้ แต่ก็น่าจะพอได้

จากนั้นผมก็เข้าไปเช็คเนื้อหาบนเว็บนั้น ว่ามีหน้าไหนมีการทำบทความเกี่ยวกับ “WordPress” หรือไม่ เราจะเช็คหา keyword ในบทความต่างๆ ด้วยคำสั่งนี้ครับ

keyword site:domain.com ผมก็จะเช็คได้แบบนี้

WordPress site:https://techager.com

คุณก็จะเจอหน้าบทความต่างๆ ที่มีคำว่า WordPress เป็นส่วนหนึ่งของบทความ จากนั้นเราก็เลือกดูว่าจะเอาบทความไหนบนเว็บนั้น มาเป็น Backlink ส่งกลับมาเว็บของเรา

สมมุติผมเลือกหน้านี้ https://techager.com/wordpress-maintenance-with-automation-top-5-best-practices/

เมือเรามีหน้าที่ต้องการแล้วกลับไปที่ Dashboard ของ Project เราบน icopify.co ให้คลิกที่ Buy Link

เลือกไปที่ Link insertion แล้วทำตามรูปด้านล่างได้เลยนะ

จากนั้นก็คลิก order now ระบบก็จะดำเนินการต่อให้เราเองอัตโนมัติครับ

ที่เหลือก็รอเขาดำเนินการให้ และเขาก็จะมี Status ให้เราได้ตรวจเช็คด้วย ว่าดำเนินการถึงขั้นตอนไหนแล้ว ทำเสร็จก็จะขึ้นแจ้ง Complete ให้เราเองครับ

วิธีทำ Content Placement และ Content Creation and Placement

Content Placement คือ เราทำบทความส่งให้เขา แล้วเขาจะเอาบทความเราไปอัพขึ้นยังเว็บที่เราต้องการ ภาษาทั่วไปเราเรียกสิ่งนี้ว่าการทำ guest post นั้นเอง

Content Creation and Placement คือการจ้างนักเขียนประจำเว็บนั้นๆ ทำบทความใส่ลิงก์ และอัพขึ้นบนเว็บที่เขาเป็นสมาชิกอยู่ให้แทนเรา

วิธีการทำก็มีดังนี้

ดูที่หัวข้อ all publishers กรองตัวเลือกเพื่อค้นหาเว็บที่เกี่ยวข้องและเข้าเงื่อนไขที่เราต้องการ

เลือกเว็บที่คุณสนใจมา 1 เว็บ สมมุติผมเลือกเว็บนี้ จากนั้นก็คลิก buy Post

เลือกนักเขียนมาสัก 1 คน แน่นอนจุดนี้เราก็ไม่รู้หรอกว่าใครเขียนดีหรือไม่ดี ก็สุ่มๆ ไปเลย หรือจะเน้นเลือกคนที่มี Role เป็น owner หรือคนที่มีผลงานเยอะๆ ก็ได้ครับ

เมื่อเลือกนักเขียนเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณก็จะเจอตัวเลือก 2 บริการคือ Content Placement กับ content creation ก็เลือกว่าเราจะใช้บริการแบบไหน แค่ว่าถ้าเลือก Content Placement คุณต้องแต่งบทความภาษาอังกฤษส่งไปให้เขานั้นนั้นเอง แล้วก็แจ้งหน้าปลายทางบนเว็บของเรา รวมถึงแจ้งคำที่เราต้องการจะทำลิงก์

เมื่อกด order now ที่เหลือก็รอเวลาเขาดำเนินการต่อให้ตามกระบวนการครับ

สรุป

แหล่งซื้อ Backlink นั้นมีมากมาย คุณใช้เงินได้เต็มที่ แค่ว่าตอนจะจ่ายเงินซื้อ Backlink กับใคร หรือเลือกซื้อด้วยวิธีการอย่างไร ให้นำหลักองค์ประกอบของ Backlink ที่ดี มาพิจารณาร่วมด้วยเสมอ ถ้าสิ่งที่เขาทำให้เข้าเงื่อนไของค์ประกอบของลิงก์ที่ดี เราก็ใช้เงินซื้อ backlink นั้นได้ ถ้าเราเลือกซื้อ Backlink ตามแนวทางนี้ลิงก์ต่างๆ ที่เราได้รับมันจะเป็นธรรมชาติ ไม่มีความเสี่ยงของการเป็นแสปมในสายตา google นั้นเอง

ปล. แต่อย่าลืมว่า Google มีหน้าที่ จัดหาข้อมูลที่ดีที่สุดและเกี่ยวข้องมากที่สุดให้กับผู้ใช้งาน นั้นแปลว่า คุณต้องทำเนื้อหาให้มันดีก่อน แล้วเลือกใช้ Backlink เป็นตัวเสริม ถ้าเนื้อหายังไม่ดีพอ Backlink ที่ซื้อมาก็ไม่ได้ช่วยอะไรนั้นเอง

และทุกคนมีสิทธิตีความเกี่ยวกับการทำ SEO ได้หลากหลายอย่างมีอิสระ เพราะ Google เขาเพียงวางหลักการกว้างๆ ไว้เท่านั้น ดังนั้นความรู้เรื่องการซื้อ Backlink จากบทความนี้ ก็คือความรู้ที่ผมเขียนจากทัศนะของผมเอง อาจจะถูกต้อง หรือไม่ถูกต้องก็ย่อมได้ ดังนั้น คุณจะลงมือทำตามสิ่งใด ให้ใช้สติพิจารณา ถึงเหตุและผล ของสิ่งนั้นอยู่เสมอ ถ้าคิดวิเคราะห์แล้วดูมีเหตุผล ก็ค่อยไปลงมือทำตามนะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *