Canonical Tags คืออะไร มีความสำคัญต่อการทำ SEO อย่างไรบ้าง

Canonical Tags คือ

การทำความเข้าใจเรื่อง Canonical Tags เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะหลายคนยังมีความเข้าใจผิดๆ ว่า หากฉันอยากให้ keyword นี้ติดหน้าแรก ก็จงเขียนบทความเรื่องนั้นเยอะๆ ไว้ก่อน เดี๋ยวมันต้องติดหน้าแรกสักอันแน่นอน

แต่เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าการกระทำดังกล่าวส่งผลไม่ดีต่อเว็บไซต์ของเรา โดยวันที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมาทีมงาน Google ได้มีการอัพเดท Broad Core Algorithm Update โดยมีเป้าหมายหลักคือจัดการข้อมูลที่ซ้ำซ้อนกันออกไปจากระบบการค้นหา ส่งผลให้บางเว็บไซต์ถูกลงโทษ ทำให้มีจำนวน Traffic และอันดับเว็บลดลงอย่างมาก

Broad Core Algorithm Update

สำหรับทางแก้ปัญหานี้คือการใช้ Canonical Tags มาช่วยจัดการเนื้อหาที่ซ้ำซ้อนกันบนเว็บของเรานั้นเอง แต่จะใช้งานกันยังไง บทความนี้มีคำตอบครับ

เพื่อให้การทำ SEO มีประสิทธิภาพสูงสุด
ผมแนะนำให้คุณอ่านบทความนี้ก่อนครับ Roadmap สอน SEO step by step

สารบัญเนื้อหา

คลิกดูเนื้อหาที่ละตอนได้

  1. Canonical Tags คืออะไร
  2. ความสำคัญต่อการทำ SEO
  3. วิธีการสร้าง Canonical Tags
  4. ควรใช้ Canonical Tags ตอนไหนบ้าง
  5. วิธีแก้ไขเว็บที่ Traffic ลดหลังจาก Algorithm Update
  6. บทสรุป

Canonical Tags คือ อะไร

Canonical Tags คือ วิธีการบอก Search Engine ให้รู้ว่า URL ที่อยู่ภายใต้ tag นี้คือหน้าหลักของเว็บไซต์ (หรืออาจจะเรียกว่า “rel canonical” ก็ได้) เพื่อป้องกันการ index ข้อมูลเว็บเราผิดหน้า และช่วยป้องกันการเกิดข้อมูลซ้ำ (Duplicate content) ของเว็บเรา กรณีที่เว็บของเรามีข้อมูลซ้ำหรือคล้ายกันหลายหน้า การที่เว็บเรามีข้อมูลที่คล้ายกันเยอะเกินไป จะทำเว็บเราด้อยค่าลงในสายตาของ Google นั้นเอง

ความสำคัญต่อการทำ SEO

หน้าที่หลักของ Google คือ การค้นหาข้อมูลที่ดีสุด ที่เป็นคำตอบ ให้กับผู้ใช้งานเสมอ นั้นหมายความว่า หาก Google Bot เข้ามาเก็บข้อมูลที่เว็บเรา แล้วพบว่ามีข้อมูลที่ซ้ำซ้อนกันเป็นจำนวนมาก ทำให้ Bot ไม่สามารถเลือกได้ว่าจะ index ข้อมูลหน้าไหนดี หน้าที่ควร index ไม่ได้ถูก index ส่วนหน้าที่ถูก indexอาจจะเป็นหน้าที่เราไม่ต้องการก็ได้

คำสำคัญของ canonical

การใช้ Canonical Tags อย่างถูกต้องช่วยให้ Google index เว็บเราได้อย่างถูกต้อง และช่วยป้องกันปัญหาข้อมูลซ้ำ (Duplicate content) ได้อีกด้วย จึงส่งผลให้เว็บของเรามีความน่าเชื่อถือในสายตาของ Google เพิ่มมากขึ้นอีกด้วยครับ

วิธีการสร้าง Canonical Tags

สำหรับเว็บ WordPress เราจะใช้ปลั๊กอิน Yoast สร้าง Canonical Tags ใครยังไม่รู้จักว่า Yost คืออะไร ใช้งานอย่างไร เข้าไปอ่านบทความนี้ก่อนนะ การใช้ Yoast SEO ให้เต็มประสิทธิภาพ สำหรับวิธีการสร้าง Canonical Tags มีดังนี้

หน้าเว็บที่เป็นคอนเทนต์หลักเราไม่ต้องทำอะไร หน้านั้นจะเป็น Canonical ของตัวมันเองอยู่แล้ว แต่สำหรับหน้าที่มีเนื้อหาซ้ำกัน หรือคล้ายกัน ให้เราใส่ Canonical Tags ในส่วนของ advanced tab ตรงส่วน Yoast SEO metabox: ดูภาพประกอบนะ คลิกตรงที่เป็นรูปเฟืองนั้นเอง

Canonical Tags คือ

ให้เราใส่ URL หน้าที่เป็นเนื้อหาหลัก หรือหน้าที่เราต้องการบอกให้ Google มา index มากที่สุดลงไปครับ

สำหรับเว็บที่ไม่ใช่ WordPress ให้วาง Canonical Tags นี้พร้อม URL ของหน้าเป้าหมาย ในส่วน <head> … </head> ของ HTML เช่น <link rel=”canonical” href=”URL” />

canonical url html

ดูคำอธิบายเพิ่มเติมได้ที่บทความนี้ครับ CANONICALIZATION

วิธีเช็คว่า Canonical Tags ทำงานถูกต้องแล้วหรือยัง

เราสามารถเช็คผ่าน Moz bar ซึ่งเป็น extension ของเบราเซอร์ chrome ได้ครับ ก่อนจะเช็คเราต้องติดตั้ง Moz bar ให้เรียบร้อยก่อนนั้นเอง

mozbar canonical check

ให้คลิกดูที่ General Attributes ครับ จะมีข้อมูลส่วนของ Rel=”canonical” ว่าอ้างอิงไปยัง URL หลักที่ไหน

ควรใช้ Canonical Tags ตอนไหน?

โดยมากเราจะเรียกใช้ Canonical Tags ในกรณีเหล่านี้ครับ

1) Duplicate content เนื้อหาบทความที่เหมือนๆ กัน รวมถึงบทความที่เราตั้งค่า Focus Keyword ซ้ำกันด้วย

duplicate content

2) Similar content โดยเฉพาะเว็บขายของที่มีรายละเอียดของสินค้าคล้ายๆ กัน อาจจะแตกต่างกันเฉพาะราคา หรือขนาด

Similar content

image source: marccx.com

3) URL parameters: URL parameters คือ URL ที่ถูกสร้างมาเพื่อ Tracking ข้อมูลผู้ใช้งานบนเว็บของเราในหลายๆ objectives ซึ่งแต่ละ URL ก็มีเนื้อหาเหมือนกันนั้นเอง

  • http://example.com/wordpress/seo-plugin/
  • http://example.com/wordpress/seo-plugin/?isnt=it-awesome
  • http://example.com/wordpress/seo-plugin/?cmpgn=twitter
  • http://example.com/wordpress/seo-plugin/?cmpgn=facebook

canonical url

วิธีแก้ไขเว็บที่ Traffic ลดหลังจาก Broad Core Algorithm Update

สำหรับเว็บที่ถูกลงโทษจาก Google ไปแล้ว ต้องทำใจนะเราไม่สามารถทำให้ Traffic ที่หายไปแล้วกลับมาได้ครับ สิ่งที่เราทำได้คือปรับส่วนที่มีอยู่ให้ดีขึ้น สิ่งพื้นฐานที่พอจะทำได้ มีดังนี้

1) ลบหน้าเว็บที่ไม่ซ้ำคัญออกให้หมด เช่น หน้าที่ไม่ค่อยมีใครเข้ามาดู, หน้าที่เนื้อหาไม่ได้เรื่อง หน้าที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้า ลบทิ้งให้หมด แต่ก่อนจะลบทิ้งให้เราเก็บ URL เหล่านั้นมาทำ Redirect มาหน้าหลักที่เราต้องการด้วยนะ

2) หน้าที่มีเนื้อหาซ้ำกัน คล้ายกันก็สร้าง Canonical Tags เข้าไปให้เรียบร้อย

3) เพิ่มบทความเรื่องอื่นๆเข้าไป ที่ต้องไม่ไปซ้ำกับ Keyword ที่มีซ้ำซ้อนอยู่แล้วก่อนหน้านี้ การเพิ่มบทความใหม่ๆ ที่มีคุณภาพเข้าไป จะเป็นการช่วยให้ Google index status เกิดความสมดุล คือมีหน้าที่เนื้อหามีคุณภาพ กับไม่มีคุณภาพ อยู่ในอัตราส่วนที่เหมาะสมนั้นเอง

บทสรุป

ก่อนที่เราจะเพิ่มข้อมูล หรือลงสินค้า เราควรวางแผนให้ดีก่อน ว่าต้องการให้หน้าไหนคือตัวหลัก ที่เราต้องการให้ Google มา index มากที่สุด ส่วนบทความสนับสนุน ไม่ควรตั้ง Focus keyword เป็นคำเดียวกับหน้าที่เป็นเนื้อหาหลัก ให้พยายามบิด หรือเปลี่ยนไปใช้คำอื่นๆ แทน แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็ให้ใช้ Canonical Tags มาช่วงป้องกันการ Duplicate content นั้นเอง

ประชาสัมพันธ์

สำหรับท่านใดที่อ่านบทความนี้แล้ว สนใจการทำ SEO บน WordPress แบบจริงจัง ในวันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม 2561 นี้ ผมได้เปิดคอร์สสอน SEO WordPress แบบกลุ่มเล็กๆ 1 รอบ สอนสดรอบละ 10 คน เพื่อให้ผู้เรียนได้ประโยชน์สูงสุด เรียนรู้และทำตามไปพร้อมๆ กันได้ 

รายละเอียดคอร์สเรียน

SEO WordPress

  • ค่าเรียน 5,500 บาท
  • เรียนวันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม 2561
  • ระยะเวลาเรียน 6 ชั่วโมง
  • เราเปิดสอน 1 รอบ
    รอบเช้า 10.00 – 16.00 น. (ว่าง)
  • เรียนกลุ่มเล็กรอบละ 10 คนเท่านั้น
  • สถานที่เรียน Seatz Station
  • ปากซอยงามวงศ์วาน 44 ก่อนถึง รพ.วิภาวดี ฝั่งตรงข้าม ม.เกษตรประตูงามวงศ์วาน 3
  • จองที่นั่งเรียนผ่าน Lind ID : padveewebschool ได้เลยครับ
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

ตัวอย่างผลงาน SEO Ranking ของเรา

ทำ seo
อบรม SEO

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *