Google ไม่ได้สมบูรณ์แบบ มีการแสดงผลลัพธ์ที่ผิดพลาด นักทำ SEO ต้องยอมรับมันให้ได้ก่อน

สรุป presentation ของ Google’s Public Liaison of Search ที่ออกมายอมรับถึงความไม่สมบูรณ์แบบของหน้าผลการค้นหาของ Google และสิ่งที่นักทำ SEO ควรให้ความสำคัญ

ต้นเดือน พฤศจิกายน ในงาน BrightonSEO 2023 Danny Sullivan ซึ่งเป็น Google’s Public Liaison of Search เขามีหน้าที่หลักในการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของ Google Search ให้กับผู้ใช้ทั่วไปและนักพัฒนาเว็บไซต์

เขาได้มีการนำเสนอ presentation เกี่ยวกับการแสดงผลลัพท์ของ Google search ที่ไม่สมบูรณ์แบบ การอัปเดตของ Google มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงผลลัพธ์เหล่านั้นอย่างไร และแนวทางของ Google ต่อคนทำ SEO ทั้งหลายว่าต้องปรับปรุงอะไรกันต่อบ้าง

ซึ่งผมขอสรุปมาเป็นประเด่นสำคัญๆ ให้พวกเราได้เรียนรู้ไปด้วยกัน ดังนี้

ผลลัพธ์ของ Google ไม่สมบูรณ์แบบ Google ยังมีข้อผิดพลาด Google ไม่ได้ทําให้ทุกอย่างถูกต้องเสมอไป และ Google จะไม่สามารถทำให้ทุกอย่างถูกต้องที่สุดได้ แต่สิ่งที่ Google ทําได้คือทํางานต่อไปเพื่อแสดงเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ที่สุดที่เราสามารถทําได้ อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้

Google’s helpful content system คือตัวอย่างหนึ่งของการปรับปรุง Google Search เปิดตัวเมื่อปีที่แล้วด้วยเป้าหมายเพื่อให้ผู้คนเห็นเนื้อหาต้นฉบับที่เป็นประโยชน์ซึ่งสร้างมาเพื่อผู้คนจริงๆ มากขึ้น ในเดือนกันยายน 2023 Google ได้ปรับปรุงระบบตัวนี้ ซึ่งทำให้เกิดคำถามและข้อกังวลของนักทำ SEO บางส่วน

หลายๆคนที่ Sullivan ได้พูดคุยด้วยในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา พวกเขาเชื่อว่าแนวทางของ Google เกี่ยวกับการอัพเดท Google Search นั้นเป็นสิ่งใหม่และพวกเขาต้องทำอะไรที่แตกต่างออกไป แต่สำหรับพนักงานของ Google ที่ Google นั้นรู้สึกตกใจ เพราะมันไม่ใช่เรื่องใหม่ การอัพเดทต่างๆ ก็ยึดตามแนวทางดั้งเดิมที่ทำกันมาหลายปีหรือหลายทศวรรษแล้วนั้นเอง

สิ่งนี้ทำให้ Sullivan ครุ่นคิดเป็นอย่างมาก หากแนวทางไม่ใช่เรื่องใหม่ เหตุใดผู้คนจำนวนมากจึงรู้สึกสับสน ดูเหมือนว่าคำแนะนำอันยาวนานของ Google ที่แนะนำว่า “อย่าทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อ Google” นั้นดูขัดแย้งกับสิ่งที่นักทำ SEO ทั้งหลายที่กำลังพยายามทำบางอย่างเพื่อให้ประสบความสำเร็จบน Google

แนวทางของ Google (Google’s guidance) โดยทั่วไปจะวางเป้าหมายแบบกว้างๆ เช่น การทำเนื้อหา ควรสร้างขึ้นมาเพื่อให้คนเกิดความน่าเชื่อถือในข้อมูลเหล่านั้นเป็นอันดับแรก (ไม่ใช่ทำเนื้อหาเพื่อ Google หรือเพื่อตัวคุณเอง) เช่น การใส่ประวัตินักเขียนลงไป ในบทความจะช่วยให้คนอ่านเกิดความน่าเชื่อถือได้

Google วางเป้าหมายแบบกว้างๆ ทำให้เนื้อหามีความน่าเชื่อถือ เชื่อใจได้แค่นั้น แต่สิ่งที่คุณได้ยินกับกลายเป็นเรื่องเฉพาะเจาะจง ไปซะอย่างนั้น

ผู้คนพากันไปโฟกัสว่า บนเว็บเราต้องมีหน้าประวัติผู้เขียน (author page) ผู้เขียนบทความต้องเป็นผู้มีชื่อเสียง มีลิงก์ส่งไปหน้าชื่อผู้เขียน ต้องมีหน้า About page? ผู้คนกับเชื่อว่าบนเว็บเราต้องมีหน้าเหล่านี้ ถึงจะช่วยให้การทำอันดับ SEO ดีขึ้นได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว Google ไม่ได้สนในสิ่งที่เฉพาะเจาะจงเหล่านี้

ยิ่งสร้างความสับสนกันไปใหญ่ นักทำ SEO บางคนถึงกับให้คำแนะนำว่าเป็นสิ่งจำเป็นต้องทำไปเลยด้วยซ้ำ ว่า คุณจำเป็นต้องมีหน้า Author bio page นะ แล้วอันดับเว็บคุณจะดีขึ้น เว็บคุณต้องมีผู้เชียวชาญมาริวิวให้นะ อันดับเว็บคุณถึงจะดีขึ้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว Google ไม่ได้ชี้ชัดเฉพาะเจาะจงแบบนี้

ดังนั้น คุณจำเป็นต้องวิเคราะห์และพิจารณาคำแนะนำจากแหล่งต่างๆ เกี่ยวกับการปรับปรุงการจัดอันดับเว็บบน Google เสมอ อย่าพึ่งไปเชื่ออะไรง่ายๆ แบบนั้น

หากเคล็ดลับแปลกๆ โบราณๆ เกี่ยวกับการลดน้ำหนักใน 1 สัปดาห์ ที่ไม่ได้ผล ก็ให้ระวังเคล็ดลับการทำ SEO แปลกๆ ไว้ด้วย ไม่มีอะไรเกี่ยวกับการจัดอันดับบน Google หรือในชีวิตทั่วไป ที่ง่ายได้ขนาดนั้น

ถ้ามีใครบางคนบอกคุณว่า “นี่คือสิ่งที่ Google บอกให้ทำ” คุณต้องหยุดคิดพิจารณาก่อนเสมอ ว่าสิ่งที่เขากำลังแนะนำคุณ เป็นสิ่งที่ Google พูด หรือเป็นการตีความของเขาเอง

ผู้คนมีอิสระที่จะคาดเดาและตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับวิธีการทำงานของ Google ได้เสมอ

หากมีคนมาบอกกับคุณว่า “นี่คือสิ่งที่ Google พูด” ให้มองหาลิงก์ หรือสถานที่คนจาก Google จริงๆ พูด

หากพวกเขาหาแหล่งอ้างอิงมาให้คุณดูไม่ได้ คุณอาจจะตั้งคำถามกลับไป ว่ามันคือการตีความหรือคาดเดาของเขาเองหรือไม่

รายชื่อเหล่านี้ คือคำแนะนำจากบุคคลภายนอกที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับการจัดอันดับใน Google @iPullRank, @lilyraynyc, @MarieHaynes, @ajkohn, @MediaWyse, @glenngabe เป็นบางคนที่ Danny กล่าวถึงในการพูดคุยของเขาและอีกมากมายและในภาษาอื่นนอกเหนือจากภาษาอังกฤษ คนเหล่านี้มักจะชัดเจนเมื่อมีบางสิ่งที่เป็นสิ่งที่พวกเขาเชื่อว่า “Google พูด”

ช่องว่างระหว่างสิ่งที่ Google พูด กับสิ่งที่เหลานักทำ SEO ได้ยิน เกี่ยวกับการทำเว็บให้ประสบความสำเร็จ ยังต้องมีการปรับปรุงให้ดีขึ้น เป็นสิ่งที่ใหญ่สำหรับเรา แต่เรากำลังทำงานในจุดนี้อยู่

ทำเนื้อหาโดยให้คำนึงถึงผู้ใช้งานจริง เป็นสิ่งที่เราอยากจะสื่อสาร และให้นักทำ SEO ทั้งหลายโฟกัสในสิ่งนี้ ซึ่งเราจะหาวิธีการสื่อสารให้ดีกว่านี้

ตัวอย่างเช่น แทนที่จะพูดว่า “อย่าทำอะไรเพื่อ Google” คำแนะนำของเราอาจจะบอกว่า “ใช่ ทำอะไรสำหรับ Google ถ้านั่นเป็นสิ่งที่คุณจะทำเพื่อผู้คน” ยังมีอีกมากที่ต้องคิด แต่คำว่า “อย่าทำ” น่าจะต้องเปลี่ยนเป็น ‘ทำไปได้เลย’ เพื่อปิดช่องว่างนั้น

บางทีเราอาจต้องพูดให้ชัดเจนขึ้นว่าระบบของเรากำลังตามหาสิ่งที่ผู้คนชื่นชอบ ดังนั้นถ้าคุณ “ตามหาอัลกอริทึม คุณก็จะตามหลัง แต่ถ้าคุณตามหาสิ่งที่ผู้คนชอบ คุณก็จะนำหน้าอัลกอริทึม”

แม้ว่าการสื่อสารของเรากับนักทำ SEO ทั้งหลายจำเป็นต้องดีขึ้น แต่นั่นไม่ได้ทำให้ข้อเท็จจริงที่ว่าบางคนทราบดีว่าพวกเขากำลังสร้างเนื้อหาที่ไม่ได้มอบความพึงพอใจต่อผู้ใช้งาน

การค้นหาของ Google จำเป็นต้องปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น เพราะผู้คนต้องการประสบการณ์ที่น่าพึงพอใจเมื่อพวกเขาค้นหาข้อมูลกับเรา

Google Search จำเป็นต้องปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพราะเราทุกคนเคยเห็นข่าวหัวข้อเกี่ยวกับความไม่พึงพอใจหรือไม่ถูกต้องของการแสดงผล และที่นี่ ในการพูดของผม ผมได้นำเสนอสามสไลด์ที่จริงๆ แล้วมาจากการพูดคุยของ Matt Cutts ในปี 2013 เมื่อเขาอยู่ที่ Google เกี่ยวกับความไม่พึงพอใจและเนื้อหาที่สร้างมาเพื่อการค้นหา สิ่งนี้นำไปสู่วงจรการปรับปรุงของเรา

การค้นหาและเนื้อหาก็ต้อนหมุนวนอยู่ในวงจรนี้ คุณอาจพบกับการเพิ่มขึ้นของเนื้อหาที่ไม่เป็นประโยชน์ และระบบการค้นหาก็พัฒนาขึ้นเพื่อจัดการกับมัน เราอยู่ในหนึ่งในวงจรเหล่านั้นในตอนนี้ เราผ่านมันมาแล้วในปี 2011 (ยุค ‘Panda’) และในปี 2003 (ยุค ‘Florida’) และแม้กระทั่งก่อนหน้านั้น เช่น ปี 1998

ในปี 1998 ก่อนที่ผมจะเข้าร่วมทำงานที่ Google หรือก่อนที่ Google จะถูกก่อตั้ง ผมเคยเขียนเกี่ยวกับวิธีที่เครื่องมือค้นหาในยุคนั้นพยายามที่จะเข้าใจวิธีการจัดการกับเนื้อหาที่ “โดยออกแบบมาหลักๆ ก็เพื่อเครื่องมือค้นหา ไม่ใช่สำหรับมนุษย์” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเพิ่มขึ้นของสิ่งที่เราเรียกว่า cloaking และ doorway pages

เครื่องมือค้นหาในสมัยนั้นไม่เคยพบเจอเนื้อหาประเภทนี้มาก่อน (เรียกว่า cloaking และ doorway pages) ความกังวลในขณะนั้น ก็แบบเดียวกันกับในปัจจุบัน คือ การที่มันอาจจะส่งผลกระทบต่อการแสดงผลลัพธ์ที่ดีให้กับผู้ใช้ ไม่น่าแปลกใจที่เครื่องมือค้นหาเหล่านั้นได้ดำเนินการต่อต้านมันอย่างรวดเร็ว (Google ยังถือว่ามันเป็นสแปมอีกด้วย) อ่านเพิ่มเติม cloaking และ doorway pages

ระบบของเราจะยังคงพัฒนาต่อไปเพื่อเพิ่มความพึงพอใจในผลลัพธ์ของเรา ตามที่เคยเป็นมา เรายังคงและจะยังคงพัฒนาระบบใหม่ ๆ และปรับปรุงระบบที่มีอยู่ของเราต่อไป

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลังจากเราอัปเดตแล้ว บางคนอาจชี้ให้เห็นถึงข้อบกพร่องหรือปัญหาในการค้นหา “แต่ว่าอย่างไรก็ตาม!” ตามที่กล่าวไว้ Google Search ไม่ใช่สิ่งที่สมบูรณ์แบบและจะไม่เคยเป็นเสมอ มีตัวอย่างที่ไม่ดีเพื่อชี้ให้เห็น คำติชมเหล่านั้น เราสนใจเสมอเพื่อปรับปรุงต่อไป

ตัวอย่างที่ไม่ดี ไม่ได้หมายความว่าการอัปเดตไม่ได้ปรับปรุงผลลัพธ์โดยรวมโดยทั่วไป มันอาจเกี่ยวข้องกับระบบอื่น ๆ ที่เราต้องการปรับปรุง พวกเรามองไปที่ตัวอย่างที่ไม่ดี เพื่อพยายามเข้าใจปัญหาที่ซ่อนอยู่ และก้าวหน้าไปพร้อมกับการปรับปรุงในอนาคต มีข้อมูลเพิ่มเติมที่นี่

Danny ยังได้กล่าวในการพูดคุยของเขา เขาเห็นบางปัญหาที่ผู้คนได้ยกขึ้นมาและมีการปรับปรุงการจัดอันดับหลายประเภทที่กำลังดำเนินการเพื่อจัดการกับเหล่านั้น นี่คือที่มาของโพสต์ “เตรียมตัวให้พร้อม” ที่บางคนอาจเคยเห็น Danny พูดตรงกันข้าม..”

Google มีการอัปเดตการจัดอันดับมากมายที่กำลังจะเกิดขึ้น Danny กล่าวบางอย่างเช่น “ผมไม่อยากจะบอกว่า ‘เตรียมตัวให้พร้อม’ เพราะสำหรับผู้ที่สร้างเนื้อหาที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว สิ่งเหล่านี้จริง ๆ แล้วไม่ควรเป็นเรื่องที่น่ากังวล” จริง ๆ แล้วไม่ควรเป็น ประเด็นคือ Google ให้ความสำคัญกับคำติชม ให้ความสำคัญกับตัวอย่างที่ไม่ดีอย่างจริงจัง และมองหาทางที่จะปรับปรุงอยู่

โดยสรุป Google Search ต้องการให้เปิดเว็บจากผู้ที่สร้างเนื้อหาที่ดีให้ประสบความสำเร็จ นั่นคือรากฐานสำหรับผลลัพธ์ที่เราต้องการแสดง

Google ชื่นชมผู้ที่สร้างเนื้อหาที่ยอดเยี่ยมทุกคน และ Google จะมองหาวิธีที่จะสื่อสารกับผู้สร้างคอนเทนต์หรือนักทำ SEO ทั้งหลายให้ดีขึ้นและให้รางวัลกับเนื้อหาที่ยอดเยี่ยมนั้น

สำหรับคนที่ต้องการอ่านเนื้อหานี้จากต้นฉบับ คลิกเข้าไปดูต่อที่นี่ครับ @searchliaison

ความคิดเห็นเพิ่มเติม

เราควรมุ่งเป้าการทำ SEO ไปที่การสร้างเนื้อหาที่ทำให้คนอ่านเกิดความเชื่อมั่นเป็นหลัก แม้ว่าเราอาจจะเจอหน้าเว็บที่มีเนื้อหาไม่ดี ยังคงติดอันดับอยู่ ไม่ใช่ว่า Google ไม่ปรับปรุง แต่เขากำลังพยายามอยู่ แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดา ทุกอย่างบนโลกนี้ ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบ 100% หากเว็บของเรายังไม่สำเร็จในการทำ SEO ก็ต้องปรับปรุงสิ่งที่ทำกันต่อไป ทำทุกอย่างให้ดีที่สุดในสิ่งที่เราควบคุมได้ ที่เหลือปล่อยเป็นหน้าที่ของ Google เขาจัดการไปครับ

และการทำ SEO ให้ประสบความเร็จก็ต้องเริ่มต้นจากพื้นฐานที่ถูกต้องการ สำหรับผู้เริ่มต้นและสนใจเรียนรู้เกี่ยวกับพื้นฐานการทำ SEO ว่ามีอะไรบ้าง สามารถศึกษาผ่านคู่มือนี้ได้ครับ: สอน SEO ฟรี step by step

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *