SEO 2019 [Roadmap] เตรียมความพร้อมให้เว็บคุณขึ้นอันดับ 1 Google

SEO 2019

ความรู้เรื่อง SEO นั้นมีอยู่มากมาย เรียนรู้เท่าไหร่ ก็ไม่มีวันจบสิ้น เพราะการทำ SEO ไม่มีสูตรสำเร็จ เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ แต่ละธุรกิจใช้กลยุทธ์ทำ SEO ที่ไม่เหมือนกัน สำหรับบทความ Roadmap SEO 2019  ชุดนี้ จึงเป็นเพียงวิธีการที่ผมใช้ทำบนเว็บของผมเองเท่านั้น

seo 2019

สารบัญเนื้อหา

  1. SEO คือ อะไร?
  2. ทำไมต้องทำ SEO?
  3. ทำ SEO ยากหรือง่าย?
  4. SEO จ้างทำได้หรือไม่?
  5. ถ้าอยากจ้างทำ SEO ต้องจ้างอย่างไร?
  6.  SEO Roadmap
    On site optimization
    Mobile friendly
    User experience
    Keyword research
    Useful Content
    Social Media
    Backlink

1. SEO คือ อะไร?

การทำ SEO คือ การปรับแต่งเว็บให้เหมาะกับการค้นหาของ Search Engine เพื่อทำให้เว็บของคุณติดหน้าแรกเวลาค้นหาบน google ด้วยคีย์เวิร์ดที่ต้องการ ซึ่งคำนี้ย่อมาจากคำภาษาอังกฤษว่า Search engine optimization

SEO คือ

“การทำ SEO ก็เปรียบเหมือนการแต่งเพลง
ยังไม่มีเพลงไหนเพราะที่สุด
มีแค่เพลงที่เพราะกว่า
อันดับบน google serp มีขึ้นมีลง
หน้าที่ของเราคือแต่งเพลง หรือเขียนบทความให้ดี
หรือทำเว็บให้ดีกว่าคู่แข่งแค่นั้น”

2. ทำไมต้องทำ SEO?

ทำไมต้องทำ SEO

  • เว็บที่ติดอันดับ 1 บน Google จะมี Traffic คนเข้าเว็บ มากกว่าเว็บที่อยู่อันดับ 10 มากถึง 10 เท่าเลยนะ
  • จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการทำ SEO ให้เว็บเราติดอันดับต้นๆ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะหากเว็บของคุณ ไม่ติดอันดับหน้าแรก จำนวนคนเข้าเว็บของคุณ แทบจะเป็น 0 เลยกว่าได้
  • ผมขอบรวบรวมตัวอย่าง volume การค้นหาของ Keyword ต่างๆ มาเปรียบเทียบให้พวกเราเห็นระหว่างเว็บอันดับ 1 กับอันดับ 10 ว่ามันจะแตกต่างกันขนาดไหน
  • โปรแกรมที่ใช้ดูสถิติพวกนี้คือ kwfinder ครับผม (สำหรับเนื้อหาการใช้เครื่องมือตัวนี้ จะมีพูดถึงในหัวข้อถัดไปครับ

ทัวร์ญี่ปุ่น

ที่พักเชียงใหม่

กล้องติดรถยนต์

นาฬิกาวิ่ง

CUSTOMER JOURNEY

Aware       > รู้จัก (seo ช่วยได้มากที่ด่านแรก)

Appeal     > ชอบ

Ask          > หาข้อมูล เปรียบเทียบ

Act           > inbox ซื้อสินค้า

Advocate > สนับสนุน บอกต่อ ซื้อซ้ำ

การเดินทางของลูกค้า

digital Touchpoints

เพิ่ม Traffic = เพิ่มยอดขาย

  • ทำให้เว็บเราติดอันดับหน้าแรก หลายๆ keyword
  • กับทำ Keyword ที่ติดอยู่แล้ว มีอันดับสูงขึ้น

เพิ่มคนเข้าเว็บ

“สินค้าดีที่สุด ราคาดีที่สุด บริการดีที่สุด
แทบจะไร้ความหมาย
หากลูกค้า ค้นหาคุณไม่เจอ

การทำ SEO คือ เครื่องมือทรงพลัง
ที่จะช่วยให้ลูกค้าเจอคุณ
และช่วยเพิ่มยอดขาย บนโลกออนไลน์”

3. ทำ SEO ยากหรือง่าย?

  • จะทำ SEO ได้ผลดี ต้องมาจากเว็บที่ดีก่อนนะ
  • สมมุติถ้าคู่แข่งคุณคือ Lazada เขาทำเว็บไว้ดีแค่ไหน หากคุณอยากจะชนะเขา การทำ SEO คือ การทำเว็บให้ดีกว่า Lazada แค่นั้น จึงไม่ต้องถามว่าการทำเว็บให้ดีกว่าคู่แข่งมันยากแค่ไหน
  • ถ้า​คู่​แข่ง​เว็บ​เขา​สวย​อยู่​แล้ว เว็บของคุณ​ต้อง​สวย​กว่า​ ถ้า​เขา​เขียน​บทความ​ดี​อยู่​แล้วคุณ​ต้อง​เขียน​ให้​ดี​กว่า​เขา​ ถ้า​เว็บ​เขา​มี​ 100 บท​ความ​ คุณก็​ต้อง​มี​ 200 บทความ​ ถ้า​คู่แข่ง​เว็บ​เปิด​เร็ว​แค่​ไหน​ เว็บคุณ​ก็​ต้อง​เปิด​เร็ว​กว่า​
  • ดังนั้น​ความ​ยาก​หรือ​ง่าย​ แต่​ละ​ธุรกิจ​จึง​ไม่​เหมือน​กัน​ ขึ้น​อยู่กับ​ว่าเว็บ​ที่​ติด​อันดับ​คือ​ใคร​ และ​เขา​ทำ​ไว้​ดี​แค่​ไหน​ หน้าที่​คุณคือ​ต้อง​ทำ​ให้​เว็บ​ของตัวคุณเองให้ดี​กว่า​เขา​ แค่​นั้น

user behavior factor

สิ่งที่เป็นตัวตัดสินว่าเว็บไหนจะทำอันดับได้ดีกว่า

  • หากคุณเคยดูรายการประกวดร้องเพลง เมื่อถึงรอบชิงชนะเลิศ ผู้แข่งขันทุกคนต่างร้องเพลงเพราะทั้งสิ้น แต่สิ่งที่เป็นตัวตัดสินว่าใครจะเป็นแชมป์ คือ คะแนนโหวตจากทางบ้านนั้นเอง
  • คนที่จะได้คะแนนโหวตเยอะๆ อาจไม่ใช่คนที่ร้องเพลงเพราะที่สุด แต่เป็นคนที่ร้องเพลง แล้วทำให้คนฟัง มีอารมณ์ร่วมไปกับเพลง ไม่ว่าจะเป็น ความสนุก ความเศร้า ความสงสาร หรือความสะเทือนใจ นักร้องคนนั้นจึงได้คะแนนโหวตมากไปด้วย
  • การทำ SEO ก็เช่นเดียวกัน เมื่อทุกคนรู้หลักการทำ SEO ซึ่งไม่ได้ต่างกัน เพราะการทำ SEO มันเป็นหลักการสากล
  • แต่สิ่งที่ทำให้บางเว็บแพ้หรือชนะ คือ การทำให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์ของเรามีส่วนร่วม เช่น ใช้เวลาอ่านนานกี่นาที อ่านจนจบบทความมั้ย? อ่านจบแล้ว มีการคลิกต่อไปยังหน้าอื่น ๆ อีกกี่หน้า
  • ซึ่งจุดนี้แหละคือสิ่งที่ยากที่สุดของการทำ SEO เพราะการจะทำให้คนมีส่วนร่วมบนเว็บของเรามันเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ และยังต้องสร้างคุณค่าให้กับผู้เข้าชมเว็บของเราด้วย

*User behavior factor
ยังมีอีกหลายปัจจัย ด้านบนเป็นแค่ตัวอย่างเบื้องต้นเท่านั้น

4. SEO จ้างทำได้หรือไม่?

จ้างทำ SEO แบบตรง ๆ ไม่ได้ หมายความว่า หากคุณมีเงินแล้วเอาเงินมาให้ผม แต่ผมไม่ได้เข้าไปปรับแต่ง หรือออกแบบอะไรใหม่ที่เว็บคุณเลย เช่น ผมอาจจะเพิ่มปริมาณ Backlink หรือใช้โปรแกรมสร้างเป็น Bot เข้ามาเปิดปิดเว็บของคุณ

ถ้าคุณไปจ้างใครทำ SEO แล้วเขาทำอยู่แค่นี้ แสดงว่าคุณกำลังถูกหลอก สิ่งที่เขากำลังทำให้คุณมันไม่ได้ช่วยให้เว็บคุณดูดีขึ้นเลยในสายตาของ Google

คุณต้องเข้าใจ Model ทำเงินของ Google และ Facebook ก่อน พวกเขามีรายได้จากค่าโฆษณา ดังนั้น หน้าที่ของ Google และ Facebook เขาต้องบีบให้ให้พวกเราซื้อโฆษณา โดยการปรับอัลกอลิทึม ของเว็บที่จะติดหน้าแรกได้ ต้องยากที่สุด คือจะมีแค่เว็บที่มีคุณภาพดีเท่านั้นที่ติดหน้าแรกได้

เพราะหากการทำ SEO มันจ้างกันแบบง่ายๆ ได้ คนก็จะไม่ไปซื้อโฆษณากับ Google เขาก็ต้องเสียรายได้ ดังนั้น Google จึงไม่มีทางยอมแน่ๆ

In 2018, stuffing your website
with backlinks may hurt
more than help.
คำว่า “more backlinks,
higher ranking”
จึงเป็นแนวคิวที่ใช้การไม่ได้แล้วในยุคนี้

Google’s ad revenue from 2001 to 2017 (in billion U.S. dollars)

Google's ad revenue

5. ถ้าอยากจ้างทำ SEO ต้องจ้างอย่างไร?

เพราะการทำ SEO เราไม่สามารถจ้างใครทำตรงๆ ได้ ถึงจ้างได้ ก็การันตีให้ติดหน้าแรกไม่ได้อยู่ดี คำแนะนำหากคุณต้องการใช้เงินสำหรับการจ้างทำ SEO การจะจ้างทำ SEO ให้ได้ผลเราต้องจ้างเป็นองค์รวม โดยมี 3 ส่วนหลักๆ

  1. จ้างคนทำเว็บ
  2. จ้างคนทำกราฟฟิค
  3. จ้างคนทำคอนเทนต์ (เขียนบทความให้น่าอ่าน)

คุณต้องไปสร้างทีมงานเก่งๆ มา 3 ส่วนหลักๆ ด้านบน จากนั้นค่อยนัดผมไป training ทีมงานของคุณ หรือจะให้พวกเขาเรียนรู้เรื่อง SEO ด้วยตนเองก็ได้ เพื่อให้การทำงานแต่ละส่วนถูกหลัก SEO

คนทำกราฟฟิคต้องรู้หลักการ SEO จะได้ออกแบบและวางตำแหน่งของรูปภาพถูกต้อง เราจะทำเว็บให้สวยอย่างเดียวยังไม่พอ

คนทำเว็บต้องรู้หลักการออกแบบโครงสร้างเว็บ อะไรที่จำเป็น อะไรที่ไม่จำเป็น อะไรควรทำและไม่ควรทำ เพื่อให้เว็บเป็นมิตรกับ  Google Search Engine มากที่สุด

คนเขียนบทความ ต้องรู้ก่อนว่า Google ชอบบทความประเภทไหน โครงสร้างของบทความต้องจัดเรียงเนื้อหาอย่างไรบ้าง เขียนบทความดี น่าอ่าน อย่างเดียวยังไม่พอ ต้องเขียนให้ดีในสายตาของ Google ด้วยนั้นเอง

ทำเว็บก็เหมือนเราสร้างบ้าน ต้องออกแบบก่อน แต่ไม่ใช้การออกแบบให้สวยตามใจ ต้องสวยในมิติที่ google ชอบด้วย

“แต่โดยมากส่วนใหญ่
จะทำเว็บกลับด้าน
คือออกแบบเว็บตามใจ ไม่มีหลักการ
พอถึงเวลาต้องทำ SEO จริงจัง
ได้เสียเวลาทำเว็บใหม่กันทุกคน”

6. SEO 2019 Roadmap

องค์ประกอบเริ่มต้นสำหรับการทำ SEO ให้มีประสิทธิภาพครับ

seo 2019

6.1 On site optimization

  • On page Structure (ปรับแต่งโครงสร้างเนื้อหาบนเว็บ)
  • Page loads FAST (ความเร็วในการเปิดเว็บ)
  • Use SEO-Friendly URLs (การเขียน URL ให้ Google เข้าใจง่ายๆ)
  • Use Responsive Design (ออกแบบเว็บไซต์ให้สามารถแสดงได้บนทุกอุปกรณ์)
  • Internal Links & Outbound Links (การวางลิงค์ให้เนื้อหาแต่ละหน้ามีความเชื่อมโยงหากัน)
  • Image Optimization (การปรับแต่งรูปภาพให้เป็นมิตรกับการค้นห้าบน Google)
  • Social media signals (ทำให้ง่ายต่อการแชร์ไปยัง Social media ต่างๆ)
  • Long-form content (สร้างเนื้อหาเจาะลึก ลงรายละเอียด)

On page Structure

On page Structure

ดูเนื้อหาฉบับเต็ม The Most Massive SEO Copywriting Guide That Will Make Your Traffic Soar

6.2 Mobile friendly

คำว่า Mobile Friendly ไม่ได้หมายถึงเว็บไซต์ที่ดูได้บนมือถือ แต่หมายถึงเว็บไซต์ที่ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและสะดวกสบายบนมือถือ การที่ผู้ใช้งานเว็บไซต์ยังต้องคอยซูมเข้า ซูมออก เลื่อนซ้าย เลื่อนขวา เพื่ออ่านข้อมูลต่าง ๆ บนหน้าเว็บเหล่านี้ไม่ได้ให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีต่อผู้ชมเว็บไซต์ เพราะไม่เป็น Mobile Friendly

ที่มา: What is mobile friendly

6.3 User experience

User experience

  • User experience คือ ความพึงพอใจของผู้ใช้ที่มีต่อเว็บของเรา โจทย์ใหญ่ของการสร้าง UX คือ จะทำยังไงให้คนที่เข้าเว็บของคุณ เกิดความพึงพอใจ เกิดความเชื่อถือในสินค้า และช่วยให้เขาเข้าถึงสิ่งที่เข้าต้องการได้ง่ายๆ
  • เพราะหากเราทำเว็บให้ ดูน่าเชื่อถือ โอกาสปิดการขายก็จะเพิ่มมากขึ้นด้วยนั้นเอง
  • ดังนั้นการออกแบบเว็บไซต์ เราจึงต้องใส่ใจ ทำเล่นๆ ไม่ได้

อ่านเพิ่มเติม The 7 Factors that Influence User Experience

6.4 Keyword research

Keyword research คือ การค้นหาคำที่ผู้คนอยากรู้คำตอบ หรือคำที่สะท้อนปัญหาต่าง ๆ หรือความต้องการของคนๆ นั้น แล้วนำไปค้นหาคำตอบบน Google

การหา Keyword แม่นๆ จึงช่วยเก็บกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บของเราเพิ่มขึ้นได้

การเขียนบทความตามใจ โดยไม่สนว่าจะมีคนอยากรู้หรือไม่ เราจะเสียเวลาไปเปล่าๆ และไม่มีผลต่อการติดอันดับใด ๆ เลย

โปรแกรมแนะนำ สำหรับการทำ Keyword research

*สำหรับวิธีการใช้งานจะมีพูดถึงในบทต่อ ๆ ไปครับ
อ่านเพิ่ม สูตรหา Keyword เพื่อทำ SEO

6.5 Useful Content

content-marketing-seo-combination

  • การทำ SEO ไม่มีทางลัด การเติมบทความที่เป็นประโยชน์เข้าไปเยอะๆ คือ ทางด่วน
  • ถ้าคุณสังเกตเว็บใหญ่ๆ แทบทุกเว็บจะต้องมีหมวด Blog ที่เต็มไปด้วยบทความจำนวนมาก
  • Google Bot หลงรักเว็บไซต์ ที่มีบทความเยอะๆ เสมอ
  • บทความยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือทั้งต่อ User และในสายตา Google
  • แน่นอนเมื่อคุณมีบทความมากเท่าไหร่ เว็บไซต์ของคุณก็จะถูกหาเจอผ่าน Keyword ที่หลากหลาย จำนวนคนเข้าเว็บก็จะเพิ่มมากขึ้นด้วย

*แต่การเขียนบทความให้ดี ให้น่าอ่านอย่างเดียวคงยังไม่พอ คุณต้องรู้วิธีเขียนบทความให้ถูกหลัก SEO ด้วย

“มีนักเขียน ที่เขียนงานดีอยู่มากมาย
แต่หากต้องนำสิ่งที่เขียน
มาอยู่บนโลกออนไลน์
มันน่าเสียดาย หากคุณเขียนดี
แต่ไม่มีใครค้นหา งานเขียนของคุณเจอ”

ทำไมเราต้องเขียนบทความ (Blog)

why writing blog

ที่มาของภาพ Infographic: Why Content For SEO?

จาก Infographic ด้านแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเขียน Blog ไว้ดังนี้

  • 52% ของผู้บริโภค บอกว่าบทความ มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า
  • 60% ของเจ้าของกิจการ บอกกว่าบทความ จาก Brand ต่างๆ ช่วยให้เขาพัฒนาสินค้าตัวเองได้ดียิ่งขึ้น
  • 61% ของผู้บริโภคชอบซื้อสินค้าจากธุรกิจที่มีการทำคอนเทนต์ เป็นประโยชน์ เพื่อลูกค้าอยู่เสมอๆ
  • 57% ของนักการตลาด ได้ลูกค้าใหม่ๆ จากบทความของพวกเขา
  • 42% ของผู้บริโภคมักเข้าไปดูหลายๆ บทความเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการตัดสินใจซื้อสินค้า
  • 19% ของผู้ซื้อสินค้าเกี่ยวกับความสวยความงาม บอกว่าเขาสนใจสินค้าที่พบเจอ  ผ่านบทความที่เขาอ่าน จากการค้นหา

“Try to make a site
that is so fantastic
you become an authority
in your niche.”
Matt Cutts, the former head of search quality at Google

6.6 Social Media

Social Media
  • เขียนบทความเสร็จแล้ว ใครจะมาอ่านบทความของเรา?
  • Social Media คือ ช่องทางกระจายคอนเทนต์บนเว็บของเรา ไปให้คนรู้จักเพิ่มมากขึ้น
  • นอกจากนี้ Social media ยังเป็น Signal ให้ Google
    มา Index ข้อมูลบนเว็บของเราได้เร็วขึ้น
  • ดังนั้นการแชร์บทความไปยัง Social media ต่างๆ
    จะเป็นตัวช่วยเพิ่ม Traffic เข้าสู่เว็บของเรานั้นเอง
  • การแชร์สิ่งต่างๆ ไปยัง Social media ให้ได้ผล คุณต้องเข้าใจธรรมชาติของ Social media ว่าเขาชอบคอนเทนต์ลักษณะไหนบ้าง และอะไรที่เขาไม่ชอบ

6.7 Backlinks

Backlinks

Backlink คือ ลิงค์จากเว็บอื่นๆ ที่ชี้กลับมาที่เว็บไซต์ของเรา เป็นสิ่งที่บอก Google ให้รู้ว่าเนื้อหาของเว็บไซต์เราได้รับการยอมรับ และมีการทำเป็น reference เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับหน้าเว็บของเรา ส่งผลให้เราได้คะแนน SEO จาก Google มากขึ้นไปด้วย

ประเภทของ Backlinks

  1. Natural-Editorial : เป็น Backlink ที่ไม่ต้องเสียเงินซื้อ ซึ่งเกิดจากเนื้อหาในเว็บของเราดีและมีประโยชน์ แล้วจึงมีเว็บไซต์อื่นทำการอ้างอิงเนื้อหา เขียนถึงและทำลิงค์กลับมาให้
  2. Manual Link Building : คือลิงค์ที่เราสร้างเอง เอาไปปล่อย เอาไปแปะตามที่ต่างๆ
    คำแนะนำสำหรับ manual link building คือ ถ้าหากต้องการสร้าง backlink ด้วยการ “ซื้อ” แล้ว ควรทำเป็นลักษณะซื้อบทความ editorial และมีลิงค์กลับมาที่เว็บของเรา ผ่านเว็บไซต์ที่มีคุณภาพ ไม่ใช่พวก spam เว็บไซต์ หรือถ้าต้องการสร้าง Backlink เองแล้ว วิธีที่ง่ายที่สุด ก็อาจจะเริ่มด้วย
    Owned asset ก่อน เช่น การทำ Video content บน Youtube ที่มีลิงค์กลับมาที่เว็บไซต์
    การสร้าง Social channels ต่างๆ รวมถึงการสร้างเว็บ Blogs ขึ้นมาเอง เป็นต้น
  3. Non-Editorial : เป็นพวกลิงค์ที่กลับมาจากคอมเม้นท์ในเว็บไซต์ต่างๆ
    ที่ให้คนทั่วไปเข้าไปเขียนคอมเม้นท์ได้

อ่านเพิ่มเติม Backlinks คืออะไร สำคัญอย่างไรในการทำ SEO

Backlink ยังมีความจำเป็นอยู่หรือไม่? ในยุคนี้

  • Google ลดความสำคัญของ Backlink เพราะจำนวนของ Backlink ไม่ได้เป็นตัวบอกว่าเนื้อหาบนเว็บมีคุณภาพดีเสมอไป
  • Backlink ยังมีความจำเป็น แต่ต้องเป็นลิงค์ที่เราได้รับจากเว็บ ที่มีคุณภาพ และมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับ
    คอนเทนต์ ของเรา และต้องมีความเป็นธรรมชาติ
  • หากคุณสร้างบทความที่มีคุณภาพ หน้าเว็บนั้นก็มีโอกาสติดหน้าแรกได้เช่นเดียวกัน เพราะ Google มีหลายร้อยเกณฑ์สำหรับการจัดอันดับเว็บ และเขาจะมองหาเว็บที่มีเนื้อหาที่ดีที่สุดอยู่เสมอ

การทำ backlinks

รูปภาพนี้เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าบทความที่มีคุณภาพ สำคัญกว่า Backlink จำนวนมาก

In 2018, stuffing your website
with backlinks may hurt
more than help.
คำว่า “more backlinks,
higher ranking”
จึงเป็นแนวคิวที่ใช้การไม่ได้แล้วในยุคนี้

สรุป: SEO Roadmap 2019

ความยากของ การทำ SEO ไม่ใช่เพราะว่าเรายังไม่มีความรู้ แต่เป็นเพราะความรู้ SEO ที่มีอยู่ตอนนี้มันเยอะเกินไป เราจึงรู้สึกว่ามันยาก จนไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นตรงไหนก่อนดีความรู้ SEO นั้นไม่มีสูตรสำเร็จ เราต้องเรียนรู้ ลองผิด ลองถูกไปเรื่อยๆ ห้ามหยุด ห้ามพัก เพราะ Google เขามีการอัพเดทตลอดเวลา เช่นเดียวกัน ผมก็ไม่มีสูตรสำเร็จมามอบให้ มีเพียง Roadmap SEO ตั้งต้น สำหรับผู้ที่ยังไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี กับการทำ SEO บนเว็บตัวเองแค่นั้นครับ

ประชาสัมพันธ์

สำหรับท่านใดที่อ่านบทความนี้แล้ว สนใจการทำ SEO บน WordPress แบบจริงจัง ในวันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 นี้ ผมได้เปิดคอร์สสอน SEO WordPress แบบกลุ่มเล็กๆ 1 รอบ สอนสดรอบละ 10 คน เพื่อให้ผู้เรียนได้ประโยชน์สูงสุด เรียนรู้และทำตามไปพร้อมๆ กันได้ 

รายละเอียดคอร์สเรียน

SEO WordPress

  • ค่าเรียน 5,500 บาท
  • เรียนวันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562
  • ระยะเวลาเรียน 6 ชั่วโมง
  • เราเปิดสอน 1 รอบ
    รอบเช้า 10.00 – 16.00 น. (ว่าง)
  • เรียนกลุ่มเล็กรอบละ 10 คนเท่านั้น
  • สถานที่เรียน Seatz Station
  • ปากซอยงามวงศ์วาน 44 ก่อนถึง รพ.วิภาวดี ฝั่งตรงข้าม ม.เกษตรประตูงามวงศ์วาน 3
  • จองที่นั่งเรียนผ่าน Lind ID : padveewebschool ได้เลยครับ
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

ตัวอย่างผลงาน SEO Ranking ของเรา

ทำ seo
อบรม SEO

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *