SEO content Writing คืออะไร เขียนบทความอย่างไรให้ถูกใจ Google

Google เรียนรู้และจัดอันดับเว็บจากข้อมูลต่างๆ ที่คุณเขียนใส่ลงไปบนเว็บ SEO Specialist คือฝ่ายวางกลยุทธ์ ส่วน SEO content Writing คือฝ่ายขับเคลื่อนกลยุทธ์ต่างๆ ให้เกิดผลลัพธ์

SEO content Writing ก็คือคนเขียนคอนเทนต์ลงบนเว็บนั้นเอง แต่หน้าที่นี้ก็ไม่ได้ทำกันได้ง่ายๆ เพราะบทความ SEO ที่ดี ไม่ใช่เขียนอะไรก็ได้ แต่คุณต้องมีหลักการในการเขียนบทความเสียก่อน บทความนี้จะพูดถึงเรื่องนี้อย่างละเอียด

SEO content Writing คืออะไร

SEO content Writing คือ การเขียนบทความเพื่อเป้าหมายด้านการทำ SEO โดยเฉพาะ การเขียนบทความเพื่อการทำ SEO นอกจากจะต้องเขียนให้น่าสนใจ เป็นธรรมชาติ แต่ต้องเขียนเนื้อหาให้เป็นมิตรต่อการเก็บข้อมูลของ Google bot อีกด้วย

ความสำคัญของ SEO content Writing

การทำ SEO แพ้ชนะกันที่การลงมือทำ มีกลยุทธ์ดีแค่ไหน หากปราศจากคนลงมือทำ กลยุทธ์เหล่านั้นก็เปล่าประโยชน์ ตำแหน่งสำคัญที่นำพาเว็บคุณให้ประสบความสำเร็จในเรื่องการทำ SEO  วัดกันที่ทีมงานนักเขียนของคุณว่ามีคุณภาพมากน้อยแค่ไหน ซึ่งความสำคัญของ SEO content Writing มีดังนี้

  • ช่วยทำให้กลยุทธ์ SEO ต่างๆ เกิดผลลัพธ์เป็นรูปธรรม
  • บทความที่ดีช่วยให้การติดอันดับ SEO มีความยั่งยืน
  • เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์
  • ทำให้เว็บของคุณโดดเด่นแตกจากเว็บอื่นๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกัน
  • บทความที่ดีช่วยเพิ่มโอกาสในการปิดการขายได้มากขึ้น

ขอบเขตงานของ SEO content Writing

การทำ SEO มีขอบเขตสิ่งที่ต้องทำมากมาย เป็นงานที่ไม่สามารถทำจริงจังด้วยตัวคนเดียวได้ คนทำเว็บ คนทำ SEO และคนเขียนบทความ มีขอบเขตหน้าที่แตกต่างๆ กัน

ฝ่ายนักเขียนมีหน้าที่ดังนี้

  • เขียนเนื้อหา เพื่อสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพ ตรงประเด็น
  • คิดประเด่นสำหรับการทำ Landing Page
  • เขียนคำอธิบายสินค้าต่างๆ ให้ดูน่าสนใจ
  • แต่ง Title กับ Description ของแต่ละหน้าให้น่าสนใจและตรงตามหลัก SEO

ในความเป็นจริงคนทำ SEO ไม่ใช่คนเขียนบทความ และคนทำบทความก็ไม่ได้มีหน้าที่ทำ SEO ด้วย เช่น ผมเป็นนักทำ SEO แต่แน่นอนให้ผมไปเขียนบทความเรื่อง การทำจมูก ผมซึ่งไม่มีประสบการณ์เรื่องนี้มาก่อน ไม่เคยทำด้วย ให้เขียนบทความเรื่องนี้ก็คงเขียนไม่ออก

แล้วตกลงฝ่ายทำ SEO มีหน้าที่อะไรบ้าง หลายคนอาจจะเริ่มงง นึกว่าฝ่าย SEO มีหน้าที่ทำบทความด้วย ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิด เราอาจจะมีทักษะทั้ง 2 อย่างในคนเดียวกันก็ได้ แต่หากต้องการทำ SEO แบบมืออาชีพให้ได้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด ควรแบ่งงานกันให้ชัดเจน ว่าใครทำอะไรส่วนไหนบ้าง

อ่านเพิ่มเติม: สร้างทีมงานทำ SEO แบบจริงจัง ต้องมีกี่คน แต่ละคนมีหน้าที่ทำอะไรบ้าง

ทักษะของ SEO content Writing ทีต้องมี

จะเขียนบทความ SEO ให้ออกมาดี แน่นอนคุณต้องมีทักษะพื้นฐานบางอย่างก่อน แต่ต่อให้คุณไม่เก่งอะไรเลย ให้ระลึกไว้เสมอว่าทุกอย่างนั้นเรียนรู้ และฝึกฝนกันได้ ต่อไปนี้คือทักษะของ SEO content Writing ที่ควรมี

  • มีความเป็นนักอ่าน
  • ชอบการเรียนรู้สิ่งใหม่
  • มีความคิดสร้างสรรค์
  • มีทักษะการเขียนพื้นฐาน
  • มีทักษะการจับประเด่นเนื้อหา
  • เข้าใจเรื่อง SEO พื้นฐาน
  • มีความอดทน (อันนี้คือหัวใจเลย)

เราจะเป็นนักเขียนที่ดีได้ ต้องมาคู่กับการเป็นนักอ่าน เพราะการเขียนงานแต่ละเรื่อง ความรู้บางอย่างเราไม่สามารถนึกขึ้นมาเองได้ เราต้องอ่านหนังสือ หรือไล่อ่านข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ทั้ง online และ offline แล้วนำมาสรุป และมาเรียบเรียงใหม่ เพื่อจะได้เป็นข้อมูลสดใหม่ ส่งย้อนกลับไปให้ Google นั้นเอง

และหากคุณเป็นนักอ่าน หรืออ่านหนังสือมามากพอ เราจะมีเซ้น (sense) ในการแยกแยะว่าเนื้อหาแบบไหนตรงประเด่น อ่านง่าย เป็นธรรมชาติ และเป็นประโยชน์ ซึ่งสิ่งพวกนี้มันเป็นนามธรรมมากๆ สอนกันยากเพราะมันเป็นเรื่องของความรู้สึก นักเขียนที่ดี ต้องมีเซ้นในการแยกแยะจุดนี้

แนวทางการเขียนบทความให้ถูกใจ Google

เมื่อเรามีทักษะพร้อมแล้ว ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับการลงมือทำ แต่การลงมือทำสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวกับ SEO ในทุกขอบเขตของงาน เราจะใช้แต่ความขยันอย่างเดียวไม่ได้ คุณจำเป็นต้องมีแนวทางที่ถูกต้องด้วย

ซึ่งแนวทางการเขียนบทความที่ดีมีดังนี้

1. เตรียม Keyword ก่อนเสมอ

ภารกิจนี้ จริงๆ อาจจะเป็นหน้าที่ของฝ่าย SEO ก็ได้ คือเตรียม keyword ที่จะเขียนว่าแต่ละหน้า จะโฟกัสไปที่ keyword อะไรบ้าง หรือบางครั้งฝ่ายนักเขียนจะเป็นคนหา keyword เองก็ได้ แต่ไม่ว่าใครจะเป็นคนทำจุดนี้ สิ่งที่พวกเราต้องเตรียมคือ แต่ละหน้าให้เราเตรียม keyword เอาไว้ 2-5 คำ

2. ลืมเรื่อง SEO ไปก่อน แล้วทำทุกอย่างให้เป็นธรรมชาติ

ก่อนจะลงมือเขียนบทความหรือทำตามคำแนะนำให้หัวข้อถัดไป สิ่งที่ผมอยากจะแนะนำพวกเรามากที่สุด ก็คือ ให้ลืมเรื่องการทำ SEO ออกไปจากสมองก่อน เพราะหน้าที่ของฝ่ายเขียนบทความ คือ การเขียนบทความให้เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งานเป็นหลัก ดังนั้น พวกเราอย่าไปพยายามตั้งใจทำ SEO มันไม่ใช่หน้าที่เรา หน้าที่เรา คือความคิดสร้างสรรค์ และความเป็นธรรชาติ เพราะหากเราทำเนื้อหาที่คนชอบได้ Google เขาก็จะชอบเราด้วย เพราะแก่นของ Google Search Engine คือการตามหาบทความที่เป็นประโยชน์และคนชอบนั้นเอง

3. คิดหัวข้อและประเด่นที่จะเขียนเกี่ยวกับเรื่องนั้น

คิดประเด่นที่จะนำเสนอของแต่ละหน้าออกมาก่อน ให้สอดคล้องกับ Keyword ที่เราจะทำ เอาลูกค้าหรือคนอ่านเป็นตัวตั้ง นำเสนอสิ่งที่ลูกค้าสนใจอยากรู้ก่อน ไม่ใช่นำเสนอแต่สิ่งที่เราอยากบอก ลูกค้าอยากรู้อะไร กังวลเรื่องอะไรบ้าง ให้นำเสนอประเด่นนี้ก่อน ให้คิดเหมือนกับว่าเรากำลังโน้มน้าวเพื่อนให้มาซื้อของ หรือเราอยากเล่าข้อมูลบางอย่างให้เพื่อนฟัง เราจะเล่าในประเด่นไหนบ้าง

4. ไม่ต้องสนใจว่าในแต่ละหน้าควรทำกี่ประเด่น

การเขียน SEO content ไม่ได้มีสูตรสำเร็จ ให้ดูตามความเหมาะสม ว่าหัวข้อที่เราคิดขึ้นมา มันครอบคลุมในสิ่งที่ user จำเป็นต้องรู้เพียงพอใน keyword เรื่องนั้นๆ แล้วหรือยัง และให้มีคำ keyword ปรากฎอยู่ในหัวข้อเหล่านั้นบ้างก็เพียงพอแล้ว อย่าไปตั้งใจยัด keyword ให้มันปรากฏในทุกหัวข้อ ให้ท่องสิ่งเดียว คือ ความเป็นธรรมชาติ ความเป็นธรรมชาติ

แต่สิ่งที่เป็นเคล็ดลับสำหรับการทำ Content SEO นอกจากความเป็นธรรมชาติ ก็คือความสดใหม่ ดังนั้นในแต่ละบทความให้มีประเด่นสดใหม่ที่เราคิดขึ้นมาเองอย่างน้อย 1-2 ประเด่นเสมอ

ประเด่นสดใหม่ คือ ประเด่นที่เราหาไม่ได้จากเว็บอื่นๆ ก็คือการใส่ความคิดเห็นหรือการเสนอมุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับ keyword เรื่องนั้นๆ ลงไป จุดนี้พวกเราต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ลงไปกันสักหน่อยนะ

5. เขียนเนื้อหาให้กระชับ และสอดรับกับประเด่นที่เราตั้งขึ้นมา

เมื่อเราได้โครร่างประเด่นที่เราจะเขียนเรียบร้อยแล้ว ก็ให้ลงมือเขียนเนื้อหาได้เลย แต่ให้จำไว้เสมอว่าคอนเทนต์เพื่อ SEO เราต้องเขียนให้กระชับ ไม่ต้องเยิ่นเย้อ เขียนให้ตรงประเด่นและสอดรับกับหัวข้อที่เราตั้งขึ้นมา อย่าออกนอกเรื่อง ไม่ต้องพรรณนาหรือใช้คำฟุ่มเฟือย จุดนี้พวกเราต้องใช้เซ้น (sense) ของความเป็นนักอ่านมาเป็นตัวตัดสิน

สำหรับเคล็ดลับที่ผมอยากแนะนำในจุดนี้ ก็คือ เมื่อเราทำเนื้อหาเสร็จ ให้อ่านสิ่งที่เขียนซ้ำอีกรอบ แล้วดูว่าจุดไหนเอาออกได้ หรือใช้คำวนไปวนมา ก็ให้ลบออก เพื่อให้เนื้อหามันกระชับขึ้น ซึ่งจุดนี้เราต้องอ่านซ้ำๆ ในสิ่งที่เราเขียนอย่างเดียว แล้วมันจะเห็นเอง

6. อย่าคัดลอก คัดลอกคือแพ้ ให้คิดแบบนี้ไปเลย

การทำ SEO มันคือการแข่งขัน มีคนที่กำลังเขียน Keyword เดียวกับที่เรากำลังเขียนอยู่มากมาย และแน่นอน ทุกแพลตฟอร์มไม่ใช่แค่ Google ไม่ว่าจะเป็นการทำคอนเทนต์บน Facebook YouTube TikTok สิ่งที่พวกเขาต้องการคือความสดใหม่

ดังนั้น หากคุณอยากชนะบนแพลตฟอร์ม Google คุณต้องไม่คัดลอกข้อมูลจากที่อื่นๆ มาวางบนเว็บเราแบบทื่อๆ ต้องพยาม re-write เขียนสิ่งนั้นใหม่เสมอ

คำแนะนำแบบตรงๆ ของผมก็คือ ถ้าคิดจะคัดลอกบทความ ให้อยู่เฉยๆ ไม่ต้องทำบทความดีกว่า เว็บเราจะไม่เสียคะแนนภาพรวมด้วย แล้ววันไหนมีไอเดีย ค่อยกลับมาทำเนื้อหาต่อ

7. แปลบทความได้ในบางเรื่องเท่านั้น

การแปลบทความภาษาอื่นมาใส่บนเว็บ ถ้าในแง่แบบถูกลิขสิทธ์เราต้องขออนุญาติเจ้าของบทความก่อน แต่โดยมากจุดนี้ พวกเราส่วนใหญ่คงไม่ค่อยมีใครได้ไปขออนุญาติเจ้าของต้นฉบับกันสักเท่าไหร จุดนี้ผมก็ไม่ได้ห้าม เราจะขออนุญาตก่อน หรือแอบแปลเลย ก็เรื่องของพวกเรานะ

แต่สิ่งที่ผมจะแนะนำก็คือถ้าบทความไหนเป็นบทความจากเว็บดังๆ ซึ่งหากเว็บนั้นติดอันดับใน keyword คำภาษาอังกฤษที่เราไปค้นหาแล้วเจอพอดี ให้จำไว้เสนอ เมื่อเราค้นหา keyword แล้วไปเจอบทความนี้ แปลว่า ก็จะมีคนอื่นๆ ที่กำลังทำ keyword เดียวกับเราเขาก็ต้องเจอบทความนี้เช่นเดียวกัน

เมื่อต่างๆ คนต่างแปลบทความเดียวกัน จุดนี้ Google เขาจะดูว่าใครแปลคนแรก คนนั้นก็จะได้เป็นต้นฉบับในเวอร์ชั่นภาษาไทย ถ้าเรามาทีหลัง แล้วไปแปลทั้งบทความแบบเปะๆ เราอาจจะกลายเป็นฝ่ายผลิตคอนเทนต์ซ้ำแทนได้

ดังนั้น การแปลบทความภาษาอังกฤษที่ได้ผล เราต้องมั่นใจว่าเราเป็นคนแรกที่แปลบทความนี้ หรือถ้าไม่มั่นใจว่าเราจะเป็นคนแรกที่แปลเรื่องนี้หรือไม่ ให้ใช้การแปลแค่บางประเด่นพอ คือ ไปเอาบทความภาษาอังกฤษจากหลายๆ เว็บ แล้วคัดเลือกแค่บางประเด่นที่น่าสนใจของแต่ละเว็บ แล้วนำมาร่วมกันเป็นเป็นบทความของเรา แบบนี้เว็บเราก็จะถือว่ามีความสดใหม่ ไม่เหมือนบทความคนอื่นแล้ว

8. ใช้ AI สำหรับการหาไอเดียเท่านั้น อย่าใช้ AI สำหรับการเขียนบทความ

Google ไม่ได้ห้าม ไม่ให้เราใช้ AI เขียน ถ้าตอนจบเนื้อหาดี เป็นประโยชน์ สดใหม่ ไม่ซ้ำใคร ถ้าใช้ AI เขียนแล้วผ่านเงื่อนไขนี้ ก็ไม่มีปัญหา แต่ส่วนใหญ่หากเราใช้ AI ทำเนื้อหามักจะได้แค่ปริมาณตัวอักษร แต่ไม่ผ่านเงื่อนไขที่เป็นเป้าหมายของ Google

เพราะเนื้อหาจาก AI โดน Google จับง่ายมากที่สุด เพราะ AI ก็ต้องใช้ข้อมูลบน internet ก็คือข้อมูลจากฐานข้อมูล Google นั้นเอง ดังนั้น Google จึงรู้ได้อย่างรวดเร็วว่าเว็บไหนใช้ AI แต่งบทความบ้าง

ดังนั้น ถ้าคุณจะใช้ AI ช่วยทำบทความ ให้ใช้ AI ช่วยคิดประเด่นหัวข้อการนำเสนอจะดีกว่า เช่น  Keyword นี้ เรานึกไม่ออกว่าจะนำเสนอหัวข้ออะไรบ้าง ก็ไปถาม ChatGPT ให้ช่วยคิดประเด่นต่างๆ ได้เลย พอได้ประเด่นแล้ว เราค่อยเอาประเด่นเหล่านั้น มาแต่งบทความด้วยตนเองจะดีที่สุด

9. ไม่ต้องสนใจเรื่อง On page SEO

การปรับ On page SEO ไม่ใช่หน้าที่โดยตรงของ Content Writer หน้าที่หลักๆ ของนักเขียน คือเขียนคอนเทนต์ ทำคอนเทนต์ให้น่าอ่าน เขียนให้เป็นธรรมชาติ ตรงประเด่น ไม่ออกนอกเรื่อง สิ่งนี้คือภารกิจของเรา

เขียนเนื้อหาไปเลย ไม่ต้องนับคำว่าต้องยาวกี่คำ หรือต้องใส่กี่ครั้ง Google ในปัจจุบันเขาฉลาดและโหดขึ้นมากแล้ว ใครนับคำ หรือตั้งใจใส่ keyword เนื้อหามันจะผิดธรรมชาติทันที ไม่ต้องสนใจว่าอะไรคือ h1 h2 h3 หน้าที่เราคือแต่งบทความบน Ms word เป็นหลัก แบ่งหัวข้อให้อ่านง่าย ทำบทความเสร็จบรรลุเป้าหมายที่เป็นแก่นของ Google คือจบ

ส่วนหน้าที่ของคนที่จะเอาบทความนี้นี้ใส่บนเว็บ และปรับ on page บางส่วน เป็นหน้าที่ของฝ่าย SEO หรือหากคุณอยากจะช่วยฝ่าย SEO ก็ช่วยแค่แต่ง title ให้มันน่าสนใจ กับแต่ง description ให้เป็นเหมือนสรุปบทความทั้งหมดก็พอ ที่เหลือปล่อยให้ฝ่าย SEO เขาจัดการไป

สรุป

แก่นของของการเป็น SEO content Writing คือความเป็นธรรมชาติ เขียนเนื้อหาไปเลย ไม่ต้องเกร็ง โดยโฟกัสไปที่ประโยชน์ของคนอ่านหรือ user เป็นหลัก อย่าเอากรอบ SEO มาครอบงานเขียน ให้ลืมเรื่อง SEO ไปเลย ในขั้นตอนทำบทความ

แล้วผลลัพธ์มันจะออกมาดีเอง Google มองหาเว็บที่นำเสนอข้อมูลใหม่ๆ เสมอ ถ้าเราไปตั้งใจทำ SEO เมื่อไหร่ งานเขียนเราจะออกมาไม่ดี สุดท้าย ยิ่งตั้งใจ เขาก็ยิ่งจะไม่สนใจเรามากเท่านั้น

“Content is the reason search began in the first place.”

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *