ทำ SEO ต้องมีทีมงานกี่คน? คนเดียวทำ SEO ได้มั้ย คนเดียวก็ทำ SEO ได้
แต่อาจต้องออกแรงมากหน่อย
แต่ถ้าต้องการทำ SEO แบบจริงจัง คุณต้องมีทีมงาน 5 ส่วน ดังนี้
1. ทีมทำเว็บ 1-2 คน
หน้าที่ของฝ่ายทำเว็บ
- จดโดเมน เช่าโฮส สร้างเว็บ
- ดูแลเว็บไม่ให้เว็บพัง
- ดูแลไม่ให้เว็บล่ม
- ค่อยติดต่อโฮสเมื่อเว็บล่ม เพื่อหาสาเหตุอย่างทันท่วงที
- คอยแก้ปัญหาทางเทคนิค
- ป้องกันไม่ให้เว็บถูกแฮค
- แก้ไขปัญหาเป็นเมื่อเว็บถูกแฮค
- คอย backup เว็บ
- ทำเว็บให้โหลดเร็ว
- คอยทำ Redirect 301 เมื่อต้องมีการเปลี่ยน URL หรือ เปลี่ยนชื่อโดเมน
- และการทำ SEO แบบจริงจัง คุณต้องมีเว็บในมืออย่างน้อยๆ 10 เว็บขึ้นไป
เมื่อเราต้องทำเว็บให้มีคุณภาพ และต้องทำกันหลายเว็บ แต่ละธุรกิจจึงจำเป็นต้องมีทีมทำเว็บประจำ office ของตัวเองอย่างน้อย 1-2 คน
2. ทีมกราฟิกอย่างน้อย 1 คน
ทำไมต้องมีฝ่ายกราฟิกประจำ office
เพราะการทำ SEO เป็นการตลาดผ่านข้อมูล ซึ่งข้อมูลในที่นี่ครอบคลุมข้อมูล ที่เป็นทั้งตัวอักษร และรูปภาพ
ซึ่งรูปภาพทีดีในด้าน SEO นั้นไม่ใช่แค่รูปสวยเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นรูปที่สวย
และมีความสดใหม่ไม่ซ้ำใครด้วย
และใน 1 เว็บต้องมีเนื้อหาขั้นต่ำ 100 หน้า แต่ละหน้าต้องมีรูปภาพประกอบสดใหม่ไม่ซ้ำใครบนโลกใบนี้อย่างน้อยๆ 3 รูป
ดังนั้น ฝ่ายกราฟฟิก มีหน้านี้ตัดต่อภาพอย่างเดียว ตัดต่อภาพเสร็จ ก่อนอัปโหลดขึ้นเว็บ ให้เอาไปเช็คก่อนเสมอ ว่ารูปภาพที่เราตัดต่อ หรือออกแบบมานั้น ซ้ำกับเว็บคนอื่นหรือไม่
ใครยังเช็ครูปภาพซ้ำหรือไม่ซ้ำไม่เป็น
ให้อ่านบทความนี้หัวข้อที่ 11 ครับ https://padveewebschool.com/seo-audit/
3. ทีมคอนเทนต์ 3-4 คน (ฝ่ายนี้ยิ่งเยอะยิ่งดี)
หน้าที่หลักๆ คือ
- เขียนเนื้อหาทำบทความอย่างเดียว
- ทีมเขียนบทความจะจ้างเป็นทีมงานประจำ หรือจ้าง outsource ก็ทำได้ตามสะดวก
- ส่วนหน้าที่หลักๆ ของฝ่ายคอนเทนต์ คือรอ keyword ที่ฝ่าย SEO ส่งมาให้ เราก็ไปเขียนเนื้อหาของเรื่องๆ นั้น
- เขียนให้มีประเด็นชัดเจนสอดรับกับ Keyword
- ยืนพื้นความยาวขั้นต่ำ 1000 คำ Ms Word
- เนื้อหาต้องสดใหม่ ไม่ซ้ำใคร อ่านรู้เรื่อง
- และแต่ละบทความต้องมีอย่างน้อย 6 หัวข้อย่อย
- เขียนบน Ms Word เป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องเป็นคนเอาเนื้อหานี้อัพขึ้นเว็บ
4. ทีม seo ต้องมีอย่างน้อย 2 คน แต่มีเกินได้
หน้าที่หลักๆ คือ
- คนทำ SEO ไม่ใช่คนเขียนบทความ แต่เป็นคนหา keyword ส่งให้ฝ่ายคอนเทนต์
- ฝ่าย seo ต้องมีความสามารถในการแยกแยะ ระหว่างคำยาก คำง่าย คำไหนคนทำเยอะ คำไหนคนทำน้อย คำไหนควรทำก่อน คำไหนควรทำทีหลัง keyword ไหนไม่ควรทำ keyword ไหน เป็นคำทำเงิน keyword ไหนที่ห้ามแพ้
- เป็นคนปรับ on page
- เป็นคนที่นำบทความที่ฝ่ายคอนเทนต์เขียนส่งมา เอาขึ้นไปบนเว็บ และปรับ on page SEO ให้ถูกหลัก Google
- เป็นคนคอยทำ Backlink ทั้งทำ Backlink เอง และซื้อ Backlink
- เป็นคนคอยเช็คภาพรวมความเรียบร้อยของตัวเว็บ เมื่อพบปัญหาทางเทคนิคจะได้แจ้งฝ่ายทำเว็บให้แก้ไข
- ต้องวิเคราะห์เว็บตัวเองเป็น
- ดัน keyword เป็น
- แก้ปัญหา เมื่ออันดับตกเป็น
- และต้องรักษาอันดับเป็น เมื่อติดอันดับหน้าแรกได้แล้ว
5. ฝ่ายSocial ฝ่าย ads (สร้าง brand awareness, สร้าง direct traffic)
หน้าที่หลักๆ คือ
- การทำ SEO ช่วยแรก traffic ยังไม่มีแน่นอน ดังนั้น 3-4 เดือนแรก ต้องสร้าง traffic จาก ads ทุกช่องทางก่อน
- จากนั้นให้ใช้ ฝ่ายSocial สร้าง brand awareness ให้คนรู้จักชื่อเว็บ หรือรู้ว่าเราขายอะไร แล้วให้เกิดภาพจำ
- ฝ่าย Social ทีดีต้องช่วยสร้าง direct traffic คือ ดึงคนคลิกเข้าเว็บตรงๆ จาก social ไม่ว่าจะเป็น Facebook Line TikTok YouTube ต้องพาคนคลิกกลับมาที่เว็บให้ได้ ซึ่งต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์
ปล. ทีมงาน 1 คน อาจทำหน้าที่หลายอย่างได้ แต่แบ่งหน้าที่กันให้ชัดเจนจะดีที่สุด
ปล. ขอบเขตด้านบนนั้นเป็นขอบเขตแบบกว้างๆ นะ อาจจะมีภาระหน้าที่เพิ่มเติมอีกได้ที่ผมไม่ได้เขียน
ปล. ทีมงานทั้งหมดจะเป็นทีมงานประจำ หรือจ้างคนนอกแบบแยกส่วนก็ได้ แต่ต้องจ้างคนให้ครอบคลุมทั้ง 5 ส่วน

สรุป
การทำ SEO คือ การทำเว็บให้ติดหน้าแรก Google โดยไม่ลงโฆษณา แต่ไม่ได้แปลว่าคุณจะไม่ใช่เงิน
ในความจริงนั้น การทำ SEO ก็ใช้เงินไม่ได้แตกต่างจากการลงโฆษณา ใช้เงินมากพอกัน แต่แค่เราไม่ได้จ่ายเงินให้ Google แต่ไปจ่ายเงินให้ทีมงานแทนนะ
ซึ่งช่วงแรกเราอาจต้องเตรียมเงินไว้ทั้ง 2 ส่วน ทั้งด้านยิง ads และการทำ SEO แต่เราจะค่อยๆ ลดค่า Ads ลง เมื่อเรามี organic Traffic จากการทำ SEO มากพอแล้วนั้นเอง
ทำไมการทำ SEO ต้องมีทีมงานทำคนเดียวไม่ได้ ลองฟังคลิปนี้ดูนะ
แต่การมีทีมครบทั้ง 5 ส่วนก็ยังไม่พอ เพราะสิ่งที่ยากที่สุดคือการมีคนคอยกำหนดทิศทางให้ทุกฝ่ายทำงานไปในเป้าหมายเดียวกัน ทั้งฝ่ายทำเว็บ กราฟิก คอนเทนต์ และ SEO ต้องเดินตามแผนเดียวกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ หลายธุรกิจมีทีมงานพร้อม แต่ติดตรงที่ไม่มีคนวางกลยุทธ์และคุมภาพรวม งานเลยกระจัดกระจายและไม่เห็นผลเท่าที่ควร
ถ้าธุรกิจของคุณมีทีมอยู่แล้วแต่ยังขาดคนคุมทิศทาง การมี ที่ปรึกษา SEO เข้ามาช่วยวิเคราะห์เว็บ วาง Keyword Map และ Content Roadmap จัดลำดับว่างานไหนควรทำก่อนหลัง แล้วตรวจงานให้ต่อเนื่อง จะช่วยให้ทีมที่คุณมีอยู่เดินไปถูกทางและทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น โดยที่ความรู้และกระบวนการทำงานยังสะสมอยู่กับทีมของคุณเอง