VPN คืออะไร ทำงานอย่างไร พร้อมคู่มือการใช้งาน

อยากดูในสิ่งที่ไม่สามารถดูได้เมื่อเราอยู่ในประเทศไทย เช่น อยากดูหนังบางเรื่องบน Netflix แต่ยังไม่เข้ามาในช่องของไทย หรืออยากเข้าดูในบางเว็บที่โดนบล็อกในประเทศไทย หรือเราไปเมืองจีน อยากเล่น Facebook ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราจะสามารถทำได้ผ่าน VPN นั้นเอง

VPN คืออะไร

VPN (Virtual Private Network) คือ เครือข่ายเสมือนที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านการเข้ารหัสเพื่อความเป็นส่วนตัวและสร้างปลอดภัยมากขึ้นในการท่องอินเตอร์เน็ต

การใช้งาน VPN จะช่วยปกป้องข้อมูลส่วนตัวจากการถูกดักจับหรือขโมยข้อมูลได้ และยังสามารถช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงเว็บไซต์หรือบริการที่ถูกบล็อกหรือจำกัดการเข้าถึงในบางประเทศได้

หรือถ้าให้แปลเป็นภาษาเทาๆ ที่เข้าใจง่ายๆ VPN คือ “การสร้างเส้นทางไปยังที่ที่เขาห้ามไปนั้นเอง”

ประโยชน์ของ VPN

การใช้ VPN ในการท่องอินเตอร์เน็ตมีประโยชน์หลายด้าน ดังนี้

  • ความเป็นส่วนตัว: VPN ช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวของคุณโดยซ่อนที่อยู่ IP จริงของคุณและเข้ารหัสข้อมูล ทำให้ยากต่อการติดตามกิจกรรมออนไลน์ของคุณ
  • ความปลอดภัย: VPN ช่วยรักษาความปลอดภัยของข้อมูลของคุณโดยเข้ารหัสข้อมูลที่ส่งผ่านเครือข่ายสาธารณะ เช่น Wi-Fi สาธารณะ
  • เข้าถึงเนื้อหาที่ถูกจำกัด: VPN ช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงเว็บไซต์หรือบริการออนไลน์ที่ถูกจำกัดในบางภูมิภาคได้
  • หลีกเลี่ยงการถูกเซ็นเซอร์: VPN ช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงการถูกเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตในบางประเทศ
  • ความสะดวกในการทำงานระยะไกล: VPN ช่วยให้พนักงานที่ทำงานจากระยะไกลสามารถเข้าถึงเครือข่ายภายในของบริษัทได้อย่างปลอดภัย

หลักการทำงานของ VPN

  1. สร้างการเชื่อมต่อ: เมื่อคุณเชื่อมต่อกับ VPN อุปกรณ์ของคุณจะสร้างการเชื่อมต่อที่ปลอดภัยกับเซิร์ฟเวอร์ VPN ผ่านอินเทอร์เน็ต
  2. เข้ารหัสข้อมูล: ข้อมูลทั้งหมดที่ส่งระหว่างอุปกรณ์ของคุณและเซิร์ฟเวอร์ VPN จะถูกเข้ารหัส ทำให้บุคคลภายนอกไม่สามารถอ่านหรือเข้าใจข้อมูลได้
  3. ส่งผ่านข้อมูล: ข้อมูลที่เข้ารหัสจะถูกส่งผ่านอินเทอร์เน็ตไปยังเซิร์ฟเวอร์ VPN
  4. ถอดรหัสและส่งต่อ: เซิร์ฟเวอร์ VPN จะถอดรหัสข้อมูลและส่งต่อไปยังเว็บไซต์หรือบริการออนไลน์ที่คุณต้องการเข้าถึง
  5. รับข้อมูลกลับ: ข้อมูลจากเว็บไซต์หรือบริการออนไลน์จะถูกส่งกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ VPN ซึ่งจะเข้ารหัสข้อมูลอีกครั้งก่อนส่งกลับไปยังอุปกรณ์ของคุณ
  6. ถอดรหัสและแสดงผล: อุปกรณ์ของคุณจะถอดรหัสข้อมูลและแสดงผลบนหน้าจอ

ผู้ให้บริการ VPN ยอดนิยมมีที่ไหนบ้าง

การใช้งาน VPN นั้นมีทั้งแบบฟรี และแบบไม่ฟรี ผมไม่แนะนำให้เราใช้บริการ VPN ฟรี เพราะมีความเสี่ยงที่ข้อมูลส่วนตัวของคุณเองจะรั่วไหล เพราะในโลกของความเป็นจริง ไม่มีใครใจดี มาให้อะไรบางอย่างกับเราฟรีๆ อย่างแน่นอน

ผู้ให้บริการ VPN ที่มีความน่าเชื่อถือและเป็นนิยม มีดังนี้

  • ExpressVPN: เป็นที่รู้จักในด้านความเร็วและความน่าเชื่อถือ มีเซิร์ฟเวอร์จำนวนมากทั่วโลก เหมาะสำหรับการสตรีมมิ่งและการเข้าถึงเนื้อหาที่ถูกจำกัด
  • NordVPN: มีฟีเจอร์ความปลอดภัยที่แข็งแกร่งและเครือข่ายเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย
  • Surfshark: เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า มีราคาไม่แพงและอนุญาตให้เชื่อมต่ออุปกรณ์ได้ไม่จำกัด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ VPN ที่ใช้งานง่ายและราคาไม่แพง
  • CyberGhost: มีเซิร์ฟเวอร์ที่เหมาะสำหรับการสตรีมมิ่งและการ torrent มีอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ VPN ที่ใช้งานง่ายและมีฟีเจอร์หลากหลาย
  • Private Internet Access (PIA): มีตัวเลือกการปรับแต่งความปลอดภัยที่หลากหลายและเครือข่ายเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมการตั้งค่า VPN ของตนเอง

ผู้ให้บริการ VPN เหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนเท่านั้น ยังมีผู้ให้บริการ VPN อื่น ๆ อีกมากมายที่คุณสามารถเลือกได้ ขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณของคุณ

ข้อควรระวังในการเลือกใช้ VPN

การเลือกใช้ VPN อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องพิจารณาหลายปัจจัยเพื่อให้แน่ใจว่าคุณได้รับประโยชน์สูงสุดและหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ ต่อไปนี้คือข้อควรระวังและคำแนะนำในการเลือกใช้ VPN

1. ความน่าเชื่อถือและความปลอดภัย

  • เลือกผู้ให้บริการที่มีชื่อเสียง: ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการ VPN โดยอ่านรีวิวและความคิดเห็นจากผู้ใช้งานจริง เลือกผู้ให้บริการที่มีประวัติที่ดีและมีความโปร่งใส
  • ตรวจสอบนโยบายการบันทึกข้อมูล: ให้ความสำคัญกับผู้ให้บริการที่มีนโยบายไม่บันทึกข้อมูล (no-log policy) ที่เข้มงวด เพื่อให้แน่ใจว่ากิจกรรมออนไลน์ของคุณจะไม่ถูกติดตามหรือบันทึก
  • มาตรฐานการเข้ารหัส: ตรวจสอบว่า VPN ที่คุณเลือกใช้มาตรฐานการเข้ารหัสที่แข็งแกร่ง เช่น AES-256 เพื่อปกป้องข้อมูลของคุณจากการถูกดักจับหรือถอดรหัส

2. ความเร็วและประสิทธิภาพ

  • จำนวนและตำแหน่งของเซิร์ฟเวอร์: ผู้ให้บริการที่มีเซิร์ฟเวอร์จำนวนมากและกระจายอยู่ทั่วโลกจะช่วยให้คุณสามารถเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ที่ใกล้ที่สุด ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเร็วในการเชื่อมต่อ
  • ทดสอบความเร็ว: ก่อนตัดสินใจสมัครใช้บริการ ลองใช้ VPN ในช่วงทดลองใช้ฟรีเพื่อทดสอบความเร็วในการเชื่อมต่อในสถานการณ์จริง
  • แบนด์วิดท์ไม่จำกัด: เลือกผู้ให้บริการที่เสนอแบนด์วิดท์ไม่จำกัด เพื่อให้คุณสามารถใช้งาน VPN ได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการจำกัดปริมาณข้อมูล

3. คุณสมบัติและฟังก์ชัน

  • Kill Switch: ฟังก์ชันนี้จะตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของคุณโดยอัตโนมัติหากการเชื่อมต่อ VPN ขาดหาย เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลของคุณรั่วไหล
  • Split Tunneling: ฟังก์ชันนี้ช่วยให้คุณสามารถเลือกแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ที่ต้องการใช้งานผ่าน VPN และแอปพลิเคชันอื่น ๆ ที่จะใช้งานผ่านการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตปกติ
  • การสนับสนุนอุปกรณ์หลายเครื่อง: หากคุณต้องการใช้งาน VPN บนอุปกรณ์หลายเครื่อง เช่น คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต ให้เลือกผู้ให้บริการที่อนุญาตให้เชื่อมต่ออุปกรณ์หลายเครื่องพร้อมกัน

4. ราคาและการสนับสนุนลูกค้า

  • เปรียบเทียบราคา: ศึกษาและเปรียบเทียบราคาของผู้ให้บริการ VPN ต่าง ๆ เพื่อให้ได้ข้อเสนอที่คุ้มค่าที่สุด
  • การสนับสนุนลูกค้า: เลือกผู้ให้บริการที่มีช่องทางการสนับสนุนลูกค้าที่หลากหลายและตอบสนองรวดเร็ว เช่น แชทสด อีเมล หรือโทรศัพท์

5. ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยเพิ่มเติม

  • หลีกเลี่ยง VPN ฟรี: VPN ฟรีมักจะมีข้อจำกัดด้านความเร็วและความปลอดภัย และอาจมีการเก็บข้อมูลผู้ใช้เพื่อนำไปขาย
  • ใช้ VPN ร่วมกับมาตรการรักษาความปลอดภัยอื่นๆ: VPN ไม่ใช่เครื่องมือรักษาความปลอดภัยเพียงอย่างเดียว คุณควรใช้ร่วมกับมาตรการอื่น ๆ เช่น ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและการตรวจสอบความปลอดภัยของเว็บไซต์

วิธีการใช้งาน VPN

สำหรับหัวข้อวิธีการใช้งาน VPN ผมจะขอเลือกใช้ผู้ให้บริกา VPN ที่เป็นบริษัทของคนไทย ชื่อว่า bullvpn ซึ่งอาจจะไม่ใช่ VPN ที่ดีที่สุด แต่ผมเลือกใช้เพราะเขามีเจ้าที่คนไทยค่อยให้ความช่วยเหลือ และราคาไม่แพงมากนั้นเอง

ค่าบริการของ Bullvpn

หากใครสนใจก็สามารถเข้าไปสมัครและทดลองใช้งานฟรีดูก่อนครับ เราสามารถทดลองใช้งานได้ฟรี 1 วัน

สำหรับขั้นตอนการใช้งานมีดังนี้

1) ดาวน์โหลดตัวโปรแกรมมาใส่ยังเครื่องคอมของเราก่อน

2) ติดตั้งโปรแกรม VPN

3) เปิดใช้งานโปรแกรม

เมื่อเราติดตั้งโปรแกรมเสร็จเรียบร้อย เราจะเจอหน้า login เข้าสู่ระบบแบบนี้ ถ้าเราสมัครและลงทะเบียนไว้เรียบร้อยแล้ว ก็ให้คลิก Have a account แล้ว login เข้าสู่ระบบให้เรียบร้อย

4) เลือกประเทศของ server ที่ต้องการ

5) เข้าใช้งานอินเตอร์เน็ทได้ตามปกติ อยากเข้าเว็บไหน ก็ทำได้เลย เหมือนเราใช้งานเน็ตตามปกติ แต่การโหลดเว็บอาจจะช้ากว่าปกติบ้าง เพราะแต่ละตำแหน่ง server จะมีความช้าเร็วไม่เท่ากัน

6) เช็คว่าตอนนี้ IP address ที่เรากำลังใช้อยู่ประเทศไหน

ในระหว่างการใช้งานหากเราอยากตรวจเช็คว่า IP address ที่กำลังใช้งานอยู่ตรงตามประเทศของ server ที่เราเลือกไว้หรือไม่ เราก็ทำได้ด้วยการกดไปที่เมนู Check IP

ประโยชน์ของ VPN ในด้าน SEO มีอะไรบ้าง

VPN มีประโยชน์หลายด้านที่สามารถช่วยในการทำ SEO ได้ ดังนี้:

  • เข้าถึงและวิเคราะห์ผลการค้นหาในแต่ละภูมิภาค: VPN ช่วยให้คุณสามารถเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ทำให้คุณสามารถดูผลการค้นหาในแต่ละภูมิภาคได้เหมือนกับว่าคุณอยู่ในพื้นที่นั้นจริง ๆ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในการปรับแต่งกลยุทธ์ SEO ให้เหมาะสมกับแต่ละตลาด
  • วิเคราะห์คู่แข่ง: คุณสามารถใช้ VPN เพื่อดูว่าคู่แข่งของคุณอยู่ในอันดับใดในแต่ละภูมิภาค และใช้ข้อมูลนี้เพื่อปรับปรุงกลยุทธ์ SEO ของคุณเอง
  • หลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์: บางเว็บไซต์หรือเครื่องมือ SEO อาจถูกจำกัดการเข้าถึงในบางภูมิภาค VPN ช่วยให้คุณสามารถหลีกเลี่ยงข้อจำกัดเหล่านี้ได้
  • ปกป้องความเป็นส่วนตัว: VPN ช่วยปกป้องข้อมูลส่วนตัวของคุณและซ่อนที่อยู่ IP จริงของคุณ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการทำ SEO เนื่องจากบางเครื่องมือหรือเว็บไซต์อาจติดตามกิจกรรมของคุณ
  • เข้าถึงข้อมูลที่ถูกจำกัด: บางประเทศอาจจำกัดการเข้าถึงเครื่องมือหรือข้อมูลบางอย่างที่จำเป็นสำหรับ SEO VPN ช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้
  • ทดสอบเว็บไซต์ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน: VPN ช่วยให้คุณสามารถทดสอบเว็บไซต์ของคุณในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน เช่น การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ช้าลง เพื่อให้แน่ใจว่าเว็บไซต์ของคุณทำงานได้ดีในทุกสภาวะ

สรุป

VPN ก็เหมือนเกราะป้องกันตัวตนของคุณในโลกออนไลน์ ช่วยให้ท่องเน็ตได้อย่างสบายใจไร้กังวล ไม่ว่าจะเรื่องความปลอดภัย หรือการเข้าถึงเว็บไซต์ที่ถูกบล็อก ถ้าคุณอยากปกป้องข้อมูลส่วนตัว ปลดล็อกเว็บไซต์ต่างประเทศ หรือแค่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น VPN ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่ก่อนเลือกใช้ VPN ก็อย่าลืมตรวจสอบความน่าเชื่อถือและความเร็วของผู้ให้บริการด้วย เพื่อให้ได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *