รวมวิธี ติดตั้ง Theme WordPress : 2018’s Best Selling Themes

ติดตั้ง Theme WordPress

ความยากของการ ติดตั้ง Theme WordPress ก็คือ ในแต่ละธีมจะมีวิธีการ setup ธีม ที่ไม่เหมือนกันเลย จึงทำให้หลายคนยังไม่กล้าซื้อธีม เพราะกลัวว่าจะเซ็ทอัพธีมที่ซื้อมาไม่ได้

อยากทำเว็บให้มี layout สวยๆ เราต้องซื้อธีมครับ เพราะของฟรีและดีไม่ค่อยไม่มีในโลก แม้ว่าในรายละเอียดของแต่ละธีมจะไม่เหมือนกัน แต่สิ่งที่ทุกธีมมีเหมือนๆ กัน คือ การติดตั้ง Theme WordPress และการลงเดโม

แหล่งซื้อธีมอันดับ 1 ของโลกต้องยกให้ที่นี่ครับ ThemeForest.net โดยในบทความนี้ผมจะรวบรวมวิธีติดตั้ง Theme WordPress โดยเลือกมาเฉพาะธีมที่เป็นตัว Bestseller 10 อันดับแรก เหตุผลที่เราควรใช้ธีมที่ขายดี เพราะว่าธีมเหล่านี้เขาจะมีคลิปสอนการใช้งานบน youtube เยอะนั้นเอง และติดขัดตรงไหนเราจะ search หาคำตอบบน google ได้ง่ายอีกด้วย เหมาะสำหรับมือใหม่โดยเฉพาะเลยครับ

best selling theme

รวมวิธี ติดตั้ง Theme WordPress : 2017’s Best Selling Themes

1. Avada | Responsive Multi-Purpose Theme

สำหรับขั้นตอนการติดตั้ง Avada Theme และลงเดโม มีดังนี้ครับ

1. ซื้อธีมและดาวน์โหลดธีม ที่นี่ Avada Theme
2. อัพโหลดธีมขึ้นสู่เว็บของเรา
3. ติดตั้ง Child Theme และ Activate ที่ Child Theme
4. สร้างรหัส token มาใส่ที่ธีม หากเราไม่ใส่เราจะไม่สามารถลงเดโมได้
5. ติดตั้งปลั๊กอินที่จำเป็นสำหรับธีมนี้ให้ครบ

ทำไมต้องติดตั้ง Child Theme ด้วย ลองอ่านดูจากบทความนี้ได้ครับ Child Theme คืออะไร?

2. BeTheme – Responsive Multi-Purpose WordPress Theme

สำหรับขั้นตอนการติดตั้ง Be Theme และลงเดโม มีดังนี้ครับ

1. ซื้อธีมและดาวน์โหลดธีม ที่นี่ Be Theme
2. อัพโหลดธีมขึ้นสู่เว็บของเรา
3. ติดตั้ง Child Theme และ Activate ที่ Child Theme
4. ติดตั้งปลั๊กอินที่จำเป็นสำหรับธีมนี้ให้ครบ
5. ลงเดโมที่เราต้องการ
6. Import Revolution Slider
7. ลบ widget ที่ไม่จำเป็นออกจาก footer

3. Flatsome | Multi-Purpose Responsive WooCommerce Theme

สำหรับขั้นตอนการติดตั้ง Flatsome Theme และลงเดโม มีดังนี้ครับ

1. ซื้อธีมและดาวน์โหลดธีม ที่นี่ Flatsome Theme
2. อัพโหลดธีมขึ้นสู่เว็บของเรา
3. ทำตาม Wizard ช่วย setup ธีม
4. ลงเดโมที่เราต้องการ

4. Newspaper

สำหรับขั้นตอนการติดตั้ง Newspaper Theme และลงเดโม มีดังนี้ครับ

1. ซื้อธีมและดาวน์โหลดธีม ที่นี่ Newspaper Theme
2. อัพโหลดธีมขึ้นสู่เว็บของเรา
3. ติดตั้งปลั๊กอินที่จำเป็นให้ครบ
4. ลงเดโมที่เราต้องการ

คอร์สเรียน SEO WordPress

5. Enfold – Responsive Multi-Purpose Theme

สำหรับขั้นตอนการติดตั้ง Enfold Theme และลงเดโม มีดังนี้ครับ

1. ซื้อธีมและดาวน์โหลดธีม ที่นี่ Enfold Theme
2. อัพโหลดธีมขึ้นเว็บของเรา
3. ติดตั้งปลั๊กอินที่จำเป็น
4. ลงเดโมที่เราต้องการ

6. X | The Theme

สำหรับขั้นตอนการติดตั้ง X The Theme และลงเดโม มีดังนี้ครับ

1. ซื้อธีมและดาวน์โหลดธีม ที่นี่ X The Theme
2. อัพโหลดธีมขึ้นสู่เว็บของเรา
3. Verify purchase code
4. ติดตั้งปลั๊กอินที่จำเป็น
5. ลงเดโมที่เราต้องการ

7. The7 — Responsive Multi-Purpose WordPress Theme

สำหรับขั้นตอนการติดตั้ง  The7 Theme และลงเดโม มีดังนี้ครับ

1. ซื้อธีมและดาวน์โหลดธีม ที่นี่ The7 Theme
2. อัพโหลดธีมขึ้นสู่เว็บของเรา
3. ติดตั้งปลั๊กอินที่จำเป็น
4. ลงเดโมที่เราต้องการ

8. Jupiter – Multi-Purpose Responsive Theme

สำหรับขั้นตอนการติดตั้ง  Jupiter Theme และลงเดโม มีดังนี้ครับ

1. ซื้อธีมและดาวน์โหลดธีม ที่นี่ Jupiter Theme
2. อัพโหลดธีมขึ้นสู่เว็บของเรา
3. ติดตั้งปลั๊กอินที่จำเป็นให้ครบ
4. ลงทะเบียนธีม
5. ลงเดโมที่เราต้องการ
6. ลง Layer Slider
7. สร้างเมนู

9. Bridge – Creative Multi-Purpose WordPress Theme

สำหรับขั้นตอนการติดตั้ง Bridge Theme และลงเดโม มีดังนี้ครับ

1. ซื้อธีมและดาวน์โหลดธีม ที่นี่ Bridge Theme
2. อัพโหลดธีมขึ้นสู่เว็บของเรา
3. ติดตั้งปลั๊กอินที่จำเป็นให้ครบ
4. ลงเดโมที่ต้องการ
5. สร้างเมนู

10. Salient – Responsive Multi-Purpose Theme

สำหรับขั้นตอนการติดตั้ง Salient Theme และลงเดโม มีดังนี้ครับ

1. ซื้อธีมและดาวน์โหลดธีม ที่นี่  Salient Theme
2. อัพโหลดธีมขึ้นสู่เว็บของเรา
3. ติดตั้ง child theme และ activate ที่ child theme
4. ติดตั้งปลั๊กอินที่จำเป็นให้ครบ
5. ตั้งค่าปักหมุดหน้าแรก static front page
6. สร้างเมนู

คอร์สเรียน SEO WordPress

======

ติดตามอ่านสาระน่ารู้ การทำเว็บไซต์สำหรับมือใหม่ ด้วย WordPress พร้อมกับให้ความรู้เรื่องการตลาดออนไลน์ และการปรับแต่ง SEO ให้ติดอันดับ google ได้ที่ padveewebschool.com

ที่นี่เราสอนทำเว็บไซต์ถึงบ้าน.