คู่มือตั้งค่าจัดส่ง Woocommerce สำหรับผู้เริ่มต้น พร้อมตัวอย่าง 8 แบบ

ตั้งค่าจัดส่งสินค้า Woocommerce

วิธี ตั้งค่าจัดส่งสินค้า Woocommerce เราสามารถตั้งค่าได้หลายรูปแบบมาก เรียกได้ว่าแทบทุกอย่างที่เราต้องการนั้นเอง จะให้คิดค่าส่งของตามความใกล้-ไกล ส่งแบบไว-แบบช้า ส่งฟรี หรือจะส่งตามน้ำหนัก เราสามารถตั้งค่าได้หมด

แต่ในการใช้งานจริงการตั้งค่าบางอย่างมีความสลับซับซ้อน และเสียเวลาในการตั้งค่า โดยมากเว็บอีคอมเมิร์ช ที่ใช้งานได้จริงๆ โดยมากเขาจะตั้งค่าจัดส่งแบบง่ายๆ ไม่ซับซ้อน หรือไม่ก็ส่งฟรีไปเลย เช่น Lazada สินค้าทุกชิ้นเขาส่งฟรีให้เราได้หมด คือคิดค่าจัดส่งรวมไปที่ราคาสินค้าแล้วนั้นเอง หรือบางร้านอาจจะตั้งเป็นราคาเดียวกลางๆ  เช่น ละทะเบียน 30,  Ems 60, Kerry 80 อะไรประมาณนี้ ยอมขาดทุนนิดหน่อยในบางพื้นที่ เป็นต้น

ตั้งค่าจัดส่งสินค้า Woocommerce ทำได้กี่แบบ?

ขอตอบว่าทำได้ทุกแบบ ได้ทุกไอเดีย แต่จะทำยังไงนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งบทความชุดนี้ขอสอนวิธีตั้งค่าจัดส่ง ที่เป็นแบบมาตรฐาน ที่ปลั๊กอิน Woocommerce ตัวฟรีเขาสามารถทำให้ได้ก่อนนั้นเอง ซึ่งบทความชุดนี้ผมขอเสนอตัวอย่างการ ตั้งค่าจัดส่ง Woocommerce มาสัก 8 แบบล่ะกันนะ

ค่าจัดส่งคงที่ตามเขตจัดส่งสินค้า

ส่งแบบลงทะเบียน กับส่งแบบ EMS

ส่งฟรีเมื่อซื้อตามยอดที่กำหนด

คิดค่าจัดส่งต่อจำนวนชิ้น

คิดค่าจัดส่งเป็นเปอร์เซนต์จากยอดขาย

คิดค่าจัดส่งตามกลุ่มสินค้า

คิดค่าจัดส่งตามน้ำหนัก

คิดค่าจัดส่งฟรี แบบมีเงื่อนไข

การคำนวนค่าจัดส่ง

ค่าจัดส่งสินค้าในบ้านเรามีหลายแบบ แต่ละคนต้องคิดวางแผนกันให้ดี จะจัดส่งฟรี หรือจะคิดค่าจัดส่ง เพราะมันเกี่ยวกับข้องกับกลยุทธ์การตลาดของแต่ละคนด้วย

ปัจจัยที่เกี่ยวข้องในการคิดค่าจัดส่งที่เราควรนำมาพิจารณามีดังนี้

  • สินค้าของเราเป็นอะไร มีขนาดเล็กหรือใหญ่ ต้องบรรจุกล่องเล็ก หรือใหญ่ ต้องมีห่อกันกระแทกด้วยหรือไม่
  • ราคาค่าจัดส่ง มันผันแปรตามความใกล้-ไกล ตรงจุดนี้มันเป็นศิลปะ ถ้าเราตั้งค่าจัดส่งสูงเกินไป คนซื้ออาจลังเลใจ แต่ถ้าเราคิดค่าจัดส่งน้อย หรือส่งฟรี เราต้องตั้งราคาสินค้าให้ดี ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว

อธิบายคำศัพท์เกี่ยวกับการตั้งค่าจัดส่ง

การตั้งค่าจัดส่งมาตรฐานที่เราสามารถทำได้ผ่านปลั๊กอิน Woocommerce ที่เป็นตัวฟรี อาจจะมีบางคำศัพท์ที่ผู้เริ่มต้นอาจจะยังไม่เข้าใจ ผมขออธิบายเสริมความหมายสักเล็กน้อยครับ

Shipping Zones

Shipping Zones คือ ภูมิภาค หรือโซน ที่เราจะจัดส่งของไปให้ได้ เราสามารถแบ่งโซนการจัดส่ง ได้ตั้งแต่ แบบทั้งทวีป แยกตามประเทศ แบ่งตามภาค ตามจังหวัด หรือจะแบ่งโซนตามรหัสไปรษณีย์ก็ยังได้เลย

Flat Rate

Flat Rate คือ การตั้งอัตราค่าจัดส่งแบบคงที่ เช่น ตั้งราคาส่งในเขตกรุงเทพและปริมณฑลราคานึง ต่างจังหวัดราคานึง โดยไม่สนใจว่าจะซื้อกี่ชิ้น หรือราคากี่บาท การตั้งค่าแบบ Flat Rate ยังถูกนำมาใช้กับการจัดส่งแบบแยกประเภทการจัดส่ง เช่น ส่งลงทะเบียนราคานึง Ems อีกราคานึง kerry ราคานึง แต่ราคาที่ตั้งไว้จะคงที่เท่ากันทั่วประเทศ

Free Shipping

Free Shipping คือ การไม่คิดค่าจัดส่ง ก็คือส่งฟรีนั้นเอง แต่การในส่งฟรีนั้น เราสามารถตั้งเงื่อนไขได้ เช่น ดส่งฟรีเมื่อซื้อสินค้าครบ xxx บาท สั่งซื้อสินค้า 2 ชิ้นขึ้นไปจัดส่งฟรี อะไรประมาณนี้

Local Pickup

Local Pickup คือ การให้ลูกค้าสามารถมารับสินค้าเองที่หน้าร้านของเราได้ ถ้าลูกค้าอยู่ในโซนที่ไม่ไกลจากร้านของเรา ช่วยให้ลูกค้าประหยัดค่าจัดส่งนั้นเอง

ตั้งค่าจัดส่งแบบผสมผสาน?

คือ การคิดค่าจัดส่ง ตามความใกล้-ไกล, ตามน้ำหนัก, ตามแพคเกจจิ้ง ตามวิธีการจัดส่ง แต่เรารวมทุกอย่างไว้ในการคำนวนค่าส่งทีเดยว ถ้าเป็นฟังชั่นแบบนี้ตัว Woocommerce ที่เป็นตัวใช้งานฟรี แบบนี้เราจะไม่สามารถตั้งค่าได้ ถ้าเราต้องการความซับซ้อนขึ้นในการคิดค่าจัดส่ง เราต้องซื้อปลั๊กอินมาช่วยตั้งค่าให้เพิ่มเติม ตัวปลั๊กอินที่สามารถทำได้ เช่น

สรุป

การ ตั้งค่าจัดส่งสินค้า Woocommerce แม้ว่าเราสามารถตั้งค่าได้ทุกไอเดียที่เราต้อง แต่การตั้งค่าเพื่อใช้งานจริงๆ นั้นมันมีรายละเอียดอีกเยอะมาก หลายครั้งสิ่งที่เราคิด กับสิ่งที่ลูกค้าต้องการอาจะเป็นคนละอย่างกันก็ได้ สำหรับผู้เริ่มต้น ยังไม่จำเป็นต้องตั้งค่าอะไรให้ซับซ้อน ใช้แค่ปลั๊กอินตัวฟรี เราก็ได้ระบบที่เพียงพอต่อการสร้างเว็บร้านค้าออนไลน์ของเราแล้วนั้นเอง

ประชาสัมพันธ์

สำหรับท่านใดที่อ่านบทความนี้แล้ว สนใจการสร้างเว็บร้านค้าออนไลน์ด้วย WordPress + Woocommerce แบบมืออาชีพ ในวันที่ 18 - 19 สิงหาคม 2561 นี้ ผมได้เปิดคอร์สสอน Woocommerce Expert  แบบกลุ่มเล็กๆ 1 รอบ สอนสดรอบละ 5 คน เพื่อให้ผู้เรียนได้ประโยชน์สูงสุด เรียนรู้และทำตามไปพร้อมๆ กันได้ 

รายละเอียดคอร์สเรียน

Woocommerce expert

สอน Woocommerce

  • ค่าเรียน 8,500 บาท
  • เรียนวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 18-19 สิงหาคม 2561
  • เวลาเรียน 10.00- 16.000 น. 
  • เรียนกลุ่มเล็กรอบละ 5 คนเท่านั้น (ว่าง)
  • เราสอนด้วยธีม Flatsome Theme
    (No.1 Best selling Woocommerce Theme 2018)
  • สถานที่เรียน Seatz Station
  • ปากซอยงามวงศ์วาน 44 ก่อนถึง รพ.วิภาวดี ฝั่งตรงข้าม ม.เกษตรประตูงามวงศ์วาน 3
  • จองที่นั่งเรียนผ่าน Lind ID : padveewebschool ได้เลยครับ
สอบถามเพิ่มเติม

คอร์สเรียนนี้เหมาะกับใคร ?

  • เนื่องจากคอร์สเรียนนี้เราสอนเป็นกลุ่ม จึงไม่เหมาะกับทุกคน
  • คอร์สนี้เหมาะสำหรับผู้ที่เคยใช้งาน WordPress มาบ้าง รู้พื้นฐานแบบงูๆปลาๆ หากคุณเคยลง WordPress เอง ลงปลั๊กอินได้ เคยสร้าง page หรือ post แบบนี้เรียนได้
  • หรือหากคุณไม่เคยใช้งาน WordPress มาก่อนเลย แต่คุณมีทักษะไอที เช่น เคยใช้พวกโปรแกรมกราฟฟิค Photoshop, illustrator เคยใช้พวกโปรแกรมตัดต่อวีดีโอ อะไรก็ได้มาบ้าง
  • ถ้าคุณเคยใช้โปรแกรมดังกล่าวข้างต้น แสดงว่าคุณมีทักษะไอที สามารถลงเรียนคอร์สนี้ได้
  • เนื่องจากเราเรียนกันหลายคน หากผู้เรียนไม่มีทักษะไอทีเลยจะทำให้เรียนรู้ตามเพื่อนไม่ทันนั้นเอง

คอร์สเรียนนี้ไม่เหมาะกับใครบ้าง ?

  • ผู้ที่ไม่มีทักษะด้านไอทีต่างๆ 
  • ผู้สูงวัยที่ใช้คอมพิวเตอร์ยังไม่คล่อง หรือหากรู้สึกว่าตัวเองเรียนรู้ได้ช้า คุณไม่เหมาะกับคอร์สเรียนนี้
  • สำหรับคนที่ไม่มีทักษะด้านไอที หรือคิดว่าตนเองเรียนรู้ได้ช้า และชอบความเป็นส่วนตัว แต่ต้องการที่จะสร้างเว็บด้วยตนเอง
  • ผมแนะนำให้ลงเรียนรอบสอนแบบตัวต่อตัวจะดีที่สุดครับ
คอร์สเรียนแบบตัวต่อตัว