รวม 7 เว็บไซต์แหล่งเรียนรู้ SEO ระดับโลก เพื่อให้คุณทำ SEO ระดับมือโปร

เรียน SEO ที่ไหนดี

คำถามที่ผมถูกถามบ่อยๆ คือ เราจะ เรียน SEO ที่ไหนดี จะไปเสียเงินลงเรียน หรือจะเรียนทำ SEO ด้วยตนเอง หากคุณต้องการศึกษา SEO ด้วยตัวเอง ผมบอกได้คำเดียวว่ามันไม่ง่าย คุณจำเป็นต้องอ่านบทความเป็นจำนวนมาก เพื่อจะได้ทำความเข้าใจสิ่งทีเรียกว่า Search Engine Optimization (SEO) ให้ถึงแก่น

ตัวผมเองเช่นเดียวกัน ผมมีอาชีพสอนทำเว็บ ผมก็ต้องหาคนมาเรียนทำเว็บกับผมให้ได้ (หรือแม้ว่าคุณจะขายสินค้าหรือบริการอะไรอยู่ก็ตาม) หากเรามีแค่เว็บแต่ไม่มีใครค้นหาบน Google แล้วเจอเว็บของเรา เว็บที่เรามีก็จะไร้ความหมาย แต่จะให้เรามุ่งใช้เงินลงแต่โฆษณาอย่างเดียว เราคงไปสู้พวกแบรนด์ใหญ่ๆ ที่เงินหนากว่าเราไม่ได้นั้นเอง

การลงทุน เรียน SEO ด้วยตนเองจึงเป็นสิ่งที่ผมเลือกที่จะทำ แน่นอนผมต้องใช้พลัง และเวลาในการเรียนรู้หลายเดือน (รวมๆ 6 เดือน) กว่าจะเริ่มเข้าใจว่า SEO คืออะไร แล้วถึงจะค่อยๆ ปรับแต่งเว็บตัวเองให้สามารถติดอันดับหน้าแรก Google ได้

“สินค้าดีที่สุด ราคาดีที่สุด บริการดีที่สุด แทบจะไร้ความหมาย หากลูกค้า ค้นหาคุณไม่เจอ
การทำ SEO คือ เครื่องมือทรงพลัง ที่จะช่วยให้ลูกค้าเจอคุณ และช่วยเพิ่มยอดขาย บนโลกออนไลน์”

ดังนั้น ผมจึงไม่อยากให้คุณต้องเสียเวลาเรียนรู้ ผมจึงขอรวบรวมแหล่ง เรียน SEO ระดับโลก มาเป็นทางลัดสำหรับคนที่ต้องการทำ SEO ด้วยตนเองครับ

7 เว็บไซต์แหล่ง เรียน SEO ระดับโลก + 4 เว็บไซต์เรียน SEO ภาษาไทย

คลิกดูเนื้อหาที่ละตอนได้

ประหยัดเวลาเรียนรู้ สนใจเรียน SEO รอบสอนสด คลิกดูข้อมูลเพิ่มเติม

1. Google Webmaster Central Blog

ไม่ต้องไปเรียน SEO ที่ไหนให้ไกล มาเรียนจากแหล่งเรียน SEO แบบเป็นทางการ ก็ต้องเรียนรู้จากเจ้าของ Search Engine ก็คือจาก Google โดยตรงนั้นเอง อยากรู้ว่า Google ทำงานอย่างไร? อะไรที่เขาชอบ อะไรที่ Google ไม่ชอบ ที่ Google Webmaster Central Blog ทีมงาน Google เขาอธิบายไว้หมดแล้วนั้นเอง

หลักการพื้นฐาน ที่ทาง Google เขาแนะนำเกี่ยวกับการทำ SEO มีดังนี้

  • สร้างหน้าเว็บสำหรับผู้ใช้ ไม่ใช่สำหรับเครื่องมือค้นหา
  • อย่าหลอกลวงผู้ใช้ของคุ
  • หลีกเลี่ยงกลอุบายที่มีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงการจัดอันดับของเครื่องมือค้นหา หลักการทั่วไปที่ดีคือ คุณรู้สึกสบายใจที่จะอธิบายสิ่งที่ได้ทำต่อเว็บไซต์ที่เป็นคู่แข่ง หรือต่อพนักงานของ Google ไหม การทดสอบที่มีประโยชน์อีกอย่างคือ การถามคำถามว่า “สิ่งนี้มีประโยชน์ต่อผู้ใช้ของฉันไหม ฉันจะทำสิ่งนี้ไหมหากไม่มีเครื่องมือค้นหา”
  • คิดถึงสิ่งที่ทำให้เว็บไซต์ของคุณมีเอกลักษณ์ มีคุณค่า หรือน่าสนใจ ทำให้เว็บไซต์ของคุณโดดเด่นจากเว็บไซต์อื่นๆ ในแวดวงของคุณ

ข้อดีของการเรียน SEO จาก Google Webmaster Central Blog คือ คุณจะได้ข้อมูล และได้รับข่าวสารการอัพเดทเกี่ยวกับ Google Algorithm ที่ถูกต้องที่สุด แต่ข้อเสียก็คือเนื้อหาอ่านจะอ่านยากสักเล็กน้อย คือ เขาใช้คำเป็นทางการเกินไป อ่านไม่ลื่นนั้นเอง

สิ่งที่ Google อยากจะสื่อสารกับคนทำโลกก็คือ จงทำเว็บเพื่อให้คนจริงๆ อ่านแล้วได้ประโยชน์ อย่าพยายามทำเว็บเพื่อให้ Google bot ชอบอย่างเดียว

Eric Schmidt, Executive Chairman ของ Google ได้กล่าวข้อความตอนหนึ่งไว้ว่า

“Google is for USERS – not websites. Google wants to offer the best to it’s USERS – not to each of us site owners. If webmasters don’t like where they rank – tough. But if USERS don’t like the results they find – BIG problem.”

ที่มาของข้อมูล webbastard.net

2. neilpatel.com

หากคุณยังไม่รู้ว่าจะไป เรียน SEO ที่ไหนดี เว็บที่ 2 ที่ผมอยากแนะนำคือ neilpatel.com เรียกได้ว่าแต่ละบทความเกี่ยวกับการทำ SEO ของเขานั้นแทบจะไม่มีกั๊ก ละเอียดสุดๆ ภาษาที่ใช้เขียนก็อ่านง่าย อ่านเพลินอีกด้วย (ปล. ผมก็อ่านภาษาอังกฤษไม่เก่งหรอกนะ แต่ผมยังรู้สึกว่าเข้าอธิบายง่าย และเป็นระบบดีมาก

neil patal

ตัวอย่างบทความในตำนานที่ผมอ่านและพยายามทำตามตอนเริ่มต้นเรียนรู้การทำ SEO บทความนี้เลยครับ SEO Made Simple: A Step-by-Step Guide

นอกจากนี้ Neil ยังมีช่อง YouTube ที่ควรค่าแก่การติดตามเป็นอย่างมาก Neil Patel on YouTube

3. The Moz Blog

Moz Blog คือเว็บให้ความรู้เกี่ยวกับ SEO และยังเป็นบริษัทสร้างเครื่องมือเจ๋งๆ สำหรับการทำ SEO อีกด้วยนอกจากนี้ Moz ยังเป็นต้นตำรับการให้คะแนนเว็บไซต์ ซึ่งจะแสดงผ่านค่าที่เราเรียกกันว่าค่า PA DA

  • DA (Domain Authority): เป็นคะแนนที่คิดค้นขึ้นโดย MOZ คะแนนจะแสดงด้วยตัวเลขตั้งแต่ 1-100 (ยิ่งเยอะยิ่งดี) ค่า DA แสดงถึงความสำคัญและความน่าเชื่อถือของโดเมนนั้นๆโดย Moz คิดคำนวณค่า DA ขึ้นมากจากหลายๆปัจจัยรวมกัน โดยปกติแล้วเว็บไซต์ที่มีค่า DA สูงๆมักจะ Rank ในอันดับที่ดีกว่าเว็บไซต์ที่มี DA ต่ำๆ (แต่ก็ไม่เสมอไป)ในปัจจุบันค่า DA ถูกใช้กันอย่างแพร่หลาย เครื่องมือทำ SEO ที่นิยมในยุคนี้หลายๆตัวมีการนำเอาค่า DA ไปใช้ ถือเป็นคะแนนที่มีความสำคัญสำหรับหลายๆ คนแต่ก็ยังมีอีกหลายๆ คนที่ไม่ให้ความสำคัญกับค่า DA เช่นกัน
  • PA (Page Authority): ถูกคิดค้นโดย MOZ เช่นเดียวกัน แค่จะมีความแตกต่างจาก DA คือค่า PA จะมีความคล้ายคลึงกับ DA แต่จะโฟกัสไปที่เพจใดเพจหนึ่งแทนที่จะเป็นทั้งโดเมนเหมือนกับค่า DA ทำให้บางครั้งในหนึ่งเว็บไซต์สามารถที่จะค่า PA ที่หลากหลาย บางหน้าอาจจะมี PA สูง แต่บางหน้าอาจจะมี PA ต่ำ

ที่มาของความหมาย hooktalk.com

บทความของ Moz ที่ผมพยายามเลียนแบบในการสร้างเนื้อหาเพจที่เขียนเรื่อง สอน SEO ของผม คือบทความนี้ครับ The beginners guide to seo

บทความ สอน SEO ยอดนิยมของ The Moz Blog อื่นๆ เช่น

4. Search Engine Journal

อีกหนึ่งเว็บไซต์ ที่ผมเข้าไปอ่านเพื่อ เรียน SEO ที่เว็บ Search Engine Journal

นอกจากเขาจะให้ความรู้เรื่อง SEO ตั้งแต่ระดับเริ่มต้น จนถึงระดับมือโปรแล้ว ยังมีบทความความเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์อื่นๆ อีกด้วย ความรู้ที่ได้คือเขาให้แบบไม่มีกั๊ก รายละเอียดลึกสุดๆ

บทความยอดนิยมของ Search Engine Journal เช่น

5. Backlinko

backlinko

Backlinko สร้างโดย Brian Dean ซึ่งเป็นตัวของเว็บที่ทำ SEO ได้สุดๆ คือ เขียนบทความไม่ต้องเยอะ แต่ขอให้ติดใน Keyword ที่มีคำค้นหาสูงๆ ซึ่งเว็บเข้ามีบทความประมาณ 40 บทความแต่สามารถสร้าง Traffic คนเข้าเว็บได้ระดับ 1 ล้านคนต่อเดือน

บทความในตำนานที่ถูกค้นหาจากคนทั้งโลกคือบทความนี้เลยครับ Google’s 200 Ranking Factors

ตัวอย่างบทความดังๆ ของ Backlinko เช่น

6. Yoast SEO Blog

Yoast

หากคุณใช้ WordPress ทำเว็บ เรียกได้ว่าปลั๊กอิน SEO สามัญประจำเว็บที่เกือบทุกคนต้องมีคือ ปลั๊กอิน Yoast SEO นั้นเอง Yoast คือสุดยอดเครื่องมือ ปรับโครงสร้างเว็บ WordPress ของคุณ ให้ Google bot ชอบนั้นเอง แน่นอนหากคุณต้องการใช้ปลั๊กอิน Yoast ให้เต็มประสิทธิภาพ คุณก็ต้องมาอ่านวิธีการใช้งานจาก Yoast SEO Blog โดยตรงนั้นเอง เรียกได้ว่า ทาง Yoast เองเขาต้อพยายามติดตามทุกการเคลื่อนไหว จาก Google ตลอดเวลา

แต่แน่นอนหากคุณไม่เก่งภาษาอังกฤษ แต่อยากใช้ปลั๊กอิน Yoast ให้เต็มประสิทธิภาพ ผมมีคำแนะนำครับ ลองเข้ามาอ่านคู่มือการใช้ Yoast เวอร์ชั่นภาษาไทยได้ที่บทความนี้นะ สอนใช้ Yoast SEO สำหรับผู้เริ่มต้น

7. Search Engine Land

Search-Engine-Land

สำหรับใครที่ไม่อยากพลาดทุกข่าวสาร ที่อัพเดทล่าสุดในวงการ SEO โลก ต้องมาติดตามเว็บบล็อคเจ้านี้ได้เลยครับ Search Engine Land เรียกได้ว่าหากคุณทำ SEO แล้วยังไม่ได้ติดตามข่าวสารจากเว็บนี้ แสดงว่าคุณยังไม่ใช่ตัวจริงในการทำ SEO

ตัวอย่างบทความยอดฮิตของเว็บนี้

อ่านภาษาอังกฤษไม่เก่ง แล้วจะ เรียน SEO ที่ไหนดี ?

แน่นอนแม้ว่าเราจะได้พบกับแหล่งเรียน SEO ระดับโลกฟรีๆ แต่มันก็ติดปัญหา ที่ว่าพวกเราส่วนใหญ่รวมถึงผมด้วย อ่านภาษาอังกฤษไม่ค่อยเก่ง ช่วงสุดท้ายของบทความนี้ ผมจึงขอแนะนำ 4 เว็บไซต์สำหรับเรียน SEO ที่เป็นเว็บภาษาไทย แต่ไม่ต้องห่วงเรื่องคุณภาพ เพราะทั้ง 4 เว็บที่ผมแนะนำ ก็ศึกษาความรู้มาจากเว็บระดับโลกด้านบน แล้วมาย่อยในภาษาที่จะช่วยให้เราเข้าใจได้ง่ายๆ นั้นเอง

4 เว็บไซต์ เรียน SEO ด้วยตัวเอง เวอร์ชั่นภาษาไทย

บทสรุป

คุณจะ เรียน SEO ที่ไหนดี อย่างไร ก็แล้วแต่คุณ แต่เมื่อคุณเรียนรู้ SEO มากเท่าไหร่ คุณจะรูว่าการทำ SEO นั้นมันซับซ้อน มั้นไม่ง่าย มันเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ คล้ายๆ คุณกำลังแต่งเพลง หน้าที่ของพวกเราคือแต่งเพลงให้เพราะที่สุด แล้วส่งเข้าประกวดที่ Google สิ่งที่เราทำได้คือ แต่งเพลงไปเรื่อยๆ แค่นั้น เพลงที่เราแต่งนั้นจะดังหรือไม่ จะติดอันดับหน้าแรก Google หรือไม่ ตรงจุดนี้เราควบคุมไม่ได้ครับ

ทีมาของไอเดียการเขียนบทความนี้ The 25 Best SEO Blogs & Resources to Learn SEO

ฟรี SEO Tool วิเคราะห์เว็บไซต์

similarweb.com

  • วิเคราะห์ traffic คนเข้าเว็บ
  • วิเคราห์ว่าคนเข้ามาเว็บเราจากช่องทางไหนบ้าง
  • คำไหนที่ถูกค้นหาเจอเยอะที่สุด 
  • สามารถเปรียบเทียบกับเว็บอื่นๆ ได้
  • แต่สถิติพวกนี้จะแสดงถูกต้องเฉพาะเว็บที่มีคนเข้าชมเยอะ คือ หลักแสนขึ้นไป
  • ถ้าเว็บไหนมี traffic น้อย ข้อมูลอาจไม่แสดง หรือแสดงไม่ถูกต้อง

alexa.com

  • เช็ค Traffic คนเข้าเว็บ แต่จะแสดงเป็นแบบ rank แทน 
  • เอาไว้ใช้กรณีที่เราไปเช็คที่ similar เว็บแล้วสถิติไม่ขึ้น
  • ดู Bounce Rate, Daily Pageviews per Visitor และ Daily Time on Site ภาพรวมได้
  • ดู keyword ที่มีคนค้นหาเยอะๆ 

kwfinder.com

ในตัวของ kwfinder ยังแบ่งฟันชั่นการวิเคราะห์ออกเป็น 4 ประเภท

  • KW finder ใช้วิเคราะห์ keword และปริมาณการค้นหา พร้อมกับแสดงหน้า Google SERP
  • SERP Checker แสดงหน้า SERP แบบละเอียด แยกการแสดงผลระหว่าง desktop กับ mobile
  • SERP Watcher แสดง Keyword Ranking ที่เราอยากรู้ของเว็บนั้นๆ
  • Link Miner เอาไว้เช็คว่าเว็บคู่แข่งมี  back link มาจากที่ไหนบ้าง

Mozbar

เป็น extension ที่เราสามารถติดตั้งลงไปที่ chrome ได้เลย

  • เช็คโครงสร้างเนื้อหา ดูพวก Page Title, Meta Description
  • เช็คจำนวนของ H1, H2, Alt text ในแต่ละหน้าเว็บ
  • ดูความเร็วการเปิดหน้าเว็บ
  • ดูค่า PA DA
  • เช็คจำนวน internal link และ external

serprobot.com

อีกหนึ่งเว็บเช็คอันดับ keyword เผื่อใครยังไม่เคยลองเล่น ใครสร้างอันนี้ผมไม่รู้ แต่ผมว่าโปรแกรมที่เขาเขียนสำหรับการดึงข้อมูลจาก Google มาใช้จัดเรียงอันดับ มันดูง่าย เราสามารถเช็คอันดับ keyword ได้ครั้งละ 5 คำเลยนะ ลองเข้าไปเล่นดูนะ

เช็คอันดับเว็บ

Google PageSpeed Insights

การปรับความเร็วเว็บนั้นไม่ง่าย เพราะต้องอาศัยความรู้เชิงเทคนิคนิดหน่อย คำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ เราไม่จำเป็นต้องปรับ speed ให้ได้คะแนนะ 100% เพราะเว็บเราอาจพังได้ ปรับให้ได้สัก 70% ขึ้นไปก็เพียงพอแล้วครับ

google pagespeed

gtmetrix.com

อีกหนึ่งเว็บที่ไว้สำหรับเช็คความเร็วหน้าเว็บของเรา แต่เหมือนเดิมการปรับความเร็วเว็บ อยู่ไปยึดติดที่ตัวเลขมากนัก เพราะหลายๆ ครั้งตัวเลขสูงแต่เว็บเปิดช้าก็มี ดังนั้นนอกจากดูที่ตัวเลข ดูที่ความรู้สึกตอนเปิดเว็บของเราจริงๆ ถ้าไม่หมุนช้าจดหงุดหงิด ก็ถือว่าใช้ได้แล้วนั้นเอง

GTMetrix

ประชาสัมพันธ์

สำหรับท่านใดที่อ่านบทความนี้แล้ว สนใจการทำ SEO บน WordPress แบบจริงจัง ในวันเสาร์ที่ 29 กันยายน 2561 นี้ ผมได้เปิดคอร์สสอน SEO WordPress แบบกลุ่มเล็กๆ 1 รอบ สอนสดรอบละ 10 คน เพื่อให้ผู้เรียนได้ประโยชน์สูงสุด เรียนรู้และทำตามไปพร้อมๆ กันได้ 

รายละเอียดคอร์สเรียน

SEO WordPress

  • ค่าเรียน 4,500 บาท
  • เรียนวันเสาร์ที่ 29 กันยายน 2561
  • ระยะเวลาเรียน 6 ชั่วโมง
  • เราเปิดสอน 1 รอบ
    รอบเช้า 10.00 – 16.00 น. (ว่าง)
  • เรียนกลุ่มเล็กรอบละ 10 คนเท่านั้น
  • สถานที่เรียน Seatz Station
  • ปากซอยงามวงศ์วาน 44 ก่อนถึง รพ.วิภาวดี ฝั่งตรงข้าม ม.เกษตรประตูงามวงศ์วาน 3
  • จองที่นั่งเรียนผ่าน Lind ID : padveewebschool ได้เลยครับ
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

ตัวอย่างผลงาน SEO Ranking ของเรา

ทำ seo
อบรม SEO