ในยุคที่การทำ SEO มีการแข่งขันสูงและการปรับเปลี่ยนของอัลกอริทึมจาก Search Engine เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา “Brand Search” ได้กลายมาเป็นอาวุธลับที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างความได้เปรียบอย่างยั่งยืนในตลาดออนไลน์ การค้นหาที่ระบุชื่อแบรนด์ไม่เพียงแต่สะท้อนความนิยมของแบรนด์ในกลุ่มผู้บริโภค แต่ยังมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนสำหรับ SEO ด้วย
Google มีการปรับอัลกอริทึ่มและให้ความสำคัญกับ Brand Search Volume ให้เป็นปัจจัยหลักในการทำ SEO เลยก็ว่าอ่าน อ่านเพิ่มเติม: 5 ปัจจัย SEO ที่ต้องทำในปี 2025 ไม่ทำไม่ได้
Brand Search คืออะไร?
Brand Search คือ การค้นหาโดยใช้คำค้นที่เกี่ยวข้องกับชื่อแบรนด์ หรือชื่อผลิตภัณฑ์ บริการ หรือสิ่งอื่น ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับแบรนด์โดยตรง เช่น การค้นหาคำว่า “Nike รองเท้าวิ่ง” หรือ “สมัครงานที่ Nike”
ความสำคัญของ Brand Search เพิ่มขึ้นในยุคที่เรามีข้อมูลท้วมท้น และสินค้ามหาศาล และเหมือนๆ กัน ทำให้ผู้บริโภคบางครั้งตัดสินใจไม่ถูก สุดท้ายตัวโน้มน้าวให้ผู้บริโภคตัดใจซื้อสินค้าหรือบริการมาจากความน่าเชื่อถือ หรือความมีชื่อเสียงของ Brand นั้นๆ นั้นเอง
ประมาณ 1 ใน 3 ของการค้นหาบน Google เป็นการค้นหาเกี่ยวกับ “แบรนด์”
จากการวิจัยจากผู้เชี่ยวชาญ SEO หลายๆแห่ง พบว่า เว็บไซต์ที่มีปริมาณการค้นหาชื่อแบรนด์สูง มีแนวโน้มที่จะมีอันดับสูงกว่าคู่แข่งที่ไม่มีปริมาณการค้นหา
ประโยชน์ของ Brand ต่อ SEO
- ความยั่งยืนในระยะยาว SEO แบบดั้งเดิมอาจประสบปัญหาอันดับที่ผันผวน การติดอันดับมีขึ้นมีลง แต่การมี Brand Search ช่วยสร้างฐานลูกค้าที่มั่นคง เนื่องจากการค้นหาโดยใช้ชื่อแบรนด์แสดงถึงความไว้วางใจและความภักดีของลูกค้า
- สร้างความน่าเชื่อถือ แบรนด์ที่มีชื่อเสียงช่วยให้เว็บไซต์ดูเป็นมืออาชีพ และช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้าเมื่อเปรียบเทียบกับเว็บไซต์ที่ไม่มีแบรนด์
- ลูกค้า Loyalty ลูกค้าประจำที่มีความภักดีต่อแบรนด์มักจะกลับมาซื้อสินค้าและบริการซ้ำ ซึ่งส่งผลดีต่อ SEO ในระยะยาว
- เพิ่มความง่ายในการทำ SEO แบรนด์ที่เป็นที่รู้จักมักได้รับ Backlink และการกล่าวถึงจากเว็บไซต์อื่น ๆ อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้การทำ SEO ง่ายขึ้น
- ขยายโอกาสทางการตลาด การมี Brand Search ช่วยเปิดโอกาสให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ ได้ง่ายขึ้นผ่านคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ รวมถึงเกิดการบอกต่อจากลูกค้าเก่าที่ประทับใจสินค้าเรา ให้กับกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ อีกด้วย
ประเภทของคีย์เวิร์ดแบบมี Brand
- ชื่อแบรนด์โดยตรง เช่น “Nike,” “Nike Thailand,” และ “สมัครงานที่ Nike”
- ชื่อผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ เช่น “Nike Air Max,” “Nike Air Force 1 ราคา”
- ชื่อบริการของแบรนด์ เช่น “Nike Membership,” “Nike Training App ดาวน์โหลด”
- ชื่อที่มีเครื่องหมายการค้า เช่น “Nike Just Do It” และ “Nike Free RN 5.0”
การค้นหาแบบมีแบรนด์ vs. การค้นหาแบบไม่มีแบรนด์
การค้นหาแบบมีแบรนด์และไม่มีแบรนด์มีความแตกต่างกันในแง่ของความเฉพาะเจาะจงและวัตถุประสงค์ของผู้ค้นหา ตัวอย่างการเปรียบเทียบมีดังนี้
เปรียบเทียบเว็บที่มีแบรนด์กับไม่มีแบรนด์
การตั้งชื่อโดเมนให้เอื้อต่อการปั้น Brand
1. ไม่ควรตั้งชื่อโดเมนเป็น Keyword ตรงๆ
- เช่น จักรยานพับได้.com แม้จะเจาะจง แต่ขาดความยืดหยุ่นในระยะยาว
2. ตั้งชื่อเป็นแบรนด์ + Keyword
- เช่น abcbike.com ที่ช่วยสร้างตัวตนของแบรนด์
3. ตั้งชื่อเป็นแบรนด์ตรงๆ
- เช่น abc.com ซึ่งง่ายต่อการจดจำและส่งเสริมการตลาดในระยะยาว
4. กรณีที่ใช้โดเมนเป็น Keyword ไปแล้ว
- ปรับเว็บไซต์เดิมให้เป็นเว็บรอง
- สร้างเว็บไซต์ใหม่ที่เน้นแบรนด์เป็นหลัก
การใช้คีย์เวิร์ดในชื่อโดเมนเคยมีผลต่อการทำ SEO ในอดีต แต่ปัจจุบัน Google ให้ความสำคัญกับเนื้อหาคุณภาพและความเกี่ยวข้องมากกว่า ดังนั้นการเลือกชื่อโดเมนที่สะท้อนแบรนด์และง่ายต่อการจดจำจึงมีความสำคัญมากกว่า
สำหรับใครที่ตั้งชื่อโดเมนไว้ไม่ดีแต่แรก แต่ไม่กล้าทำเว็บใหม่ หรือทำเว็บไม่เป็น เพราะคิดว่าการทำเว็บนั้นยาก ให้เปลี่ยนแนวคิดใหม่ได้เลย เพราะการทำเว็บยุคนี้มีเครื่องมือต่างๆ มากมายและง่ายกว่าในอดีต ทุกคนสามารถทำเว็บด้วยตนเองได้ทั้งหมดโดยที่ไม่จำเป็นต้องรู้เรื่อง Code เลย ลองศึกษาคู่การสร้างเว็บนี้ดูครับ สอน WordPress ฟรี สำหรับผู้เริ่มต้น
แนวทางการสร้าง Brand Search
1. สร้างเนื้อหาคุณภาพที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์
ผลิตเนื้อหาที่เจาะลึกเกี่ยวกับสินค้าและบริการ เช่น Blog, Video, Infographic หรือคู่มือการใช้งาน ที่ไม่เพียงแค่ช่วยสร้างการจดจำแบรนด์ แต่ยังช่วยเพิ่มอันดับ SEO ด้วย
2. ใช้ Social Media ในการโปรโมตแบรนด์
โพสต์คอนเทนต์ที่กระตุ้นการมีส่วนร่วม เช่น วิดีโอที่บอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์ การแชร์เคล็ดลับหรือประสบการณ์ของลูกค้า เพื่อสร้างการจดจำและความสัมพันธ์กับผู้ติดตาม
3. ทำโฆษณาเพื่อเสริมการรับรู้แบรนด์
ลงทุนใน Google Ads หรือ Facebook Ads เพื่อเจาะจงกลุ่มเป้าหมายด้วยคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ ช่วยเพิ่มการมองเห็นและเพิ่มทราฟฟิกเข้าสู่เว็บไซต์
4. สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า
ส่ง Email Marketing ที่เน้นข้อเสนอพิเศษหรือข้อมูลที่มีประโยชน์ พร้อมทั้งจัดกิจกรรมพิเศษ เช่น การสัมมนาออนไลน์ หรือแคมเปญแจกของรางวัลเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี
5. ปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้งานบนเว็บไซต์
ให้ความสำคัญกับ UX/UI โดยออกแบบเว็บไซต์ให้ใช้งานง่าย โหลดเร็ว และรองรับการใช้งานบนทุกอุปกรณ์ เพื่อให้ลูกค้ามีประสบการณ์ที่ดีและอยากกลับมาใช้งานซ้ำ
วิธีวัดผลเกี่ยวกับ Brand Search
1. ปริมาณการค้นหาที่ระบุชื่อแบรนด์
ใช้ Google Trends หรือ Google Keyword Planner เพื่อวิเคราะห์ปริมาณการค้นหา
2. การเข้าชมเว็บไซต์ที่มาจากการค้นหาแบรนด์
ใช้ Google Analytics เพื่อตรวจสอบแหล่งที่มาของทราฟฟิก
3. Social Media Mentions
ตรวจสอบการกล่าวถึงแบรนด์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย
4. อัตราการคลิก (CTR) บนโฆษณาแบรนด์
วิเคราะห์ CTR ในแคมเปญโฆษณาที่ใช้ชื่อแบรนด์
5. การเพิ่มขึ้นของ Backlinks ที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์
ใช้ Ahrefs หรือ Ubersuggest เพื่อตรวจสอบ Backlinks
สรุปเนื้อหา
Brand Search เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยสร้างความยั่งยืนใน SEO ด้วยการสร้างความน่าเชื่อถือและความภักดีของลูกค้า ธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์จากคีย์เวิร์ดแบบมีแบรนด์และการตั้งชื่อโดเมนที่เหมาะสมเพื่อเสริมสร้างการค้นหาแบบมีแบรนด์ แนวทางนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มอันดับ SEO แต่ยังสร้างผลลัพธ์ในระยะยาวสำหรับธุรกิจอีกด้วย การวัดผลที่เหมาะสมจะช่วยให้เห็นถึงความสำเร็จและโอกาสในการพัฒนาต่อไปในอนาคต