Last Click เมตริกที่ Google ใช้คำนวนความพึงพอใจของผู้เข้าชมเว็บ

Google มีเกณฑ์ที่ใช้เอาไว้ใช้จัดอันดับเว็บไซต์อยู่หลายเมตริกมาก text หรือเนื้อหาเป็นสิ่งที่ทำให้ Google เข้ามาเก็บข้อมูล เพื่อไปประมวลผล จัดหมวดหมู่ และแยกประเภทของข้อมูล

แต่พฤติกรรมของผู้เข้ามามีส่วนร่วมบนเว็บของเรา (user event) คือสิ่งที่ทำให้เว็บเราติดอันดับ Google จะรู้ว่าเว็บใครทำเนื้อหาได้ออกมาดีที่สุดโดยใช้พฤติกรรมของผู้ใช้งานเป็นคนตัดสินนั้นเอง พฤติกรรมของผู้ใช้งานก็มีเมตริกที่ใช้ในการวัดผลอยู่หลายตัว แต่ Last Click คือ เมตริกที่สำคัญที่สุด

User event ที่เป็นเมตริก ในการวัดผลด้าน SEO มีอะไรบ้าง

Google ใช้ User Events หลายอย่างเป็นเมตริกในการวัดผลด้าน SEO เพื่อประเมินว่าเว็บไซต์มีประสิทธิภาพและมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งานอย่างไร ตัวชี้วัดเหล่านี้ช่วยให้ Google เข้าใจว่าผู้คนโต้ตอบกับเว็บไซต์ในผลการค้นหาอย่างไร และนำข้อมูลนี้ไปปรับปรุงอัลกอริทึมการจัดอันดับ

User Events ที่สำคัญที่ Google ใช้มีดังนี้:

  • การคลิก (Clicks): จำนวนครั้งที่ผู้ใช้คลิกที่ลิงก์ไปยังเว็บไซต์ของคุณจากผลการค้นหาของ Google เป็นตัวบ่งชี้ว่าเว็บไซต์ของคุณมีความเกี่ยวข้องและน่าสนใจเพียงใด
  • อัตราการคลิกผ่าน (Click-Through Rate – CTR): เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้ที่เห็นผลการค้นหาของคุณแล้วคลิกเข้าไปยังเว็บไซต์ของคุณ เป็นการวัดว่าชื่อเรื่อง (Title) และคำอธิบาย (Description) ของเว็บไซต์ของคุณดึงดูดใจเพียงใด
  • วลาที่ใช้บนเว็บไซต์ (Dwell Time): ระยะเวลาที่ผู้ใช้ใช้บนเว็บไซต์ของคุณหลังจากคลิกจากผลการค้นหา Google หากผู้ใช้ใช้เวลาบนเว็บไซต์ของคุณนาน แสดงว่าเนื้อหาของคุณมีคุณภาพและน่าสนใจ
  • อัตราการตีกลับ (Bounce Rate): เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้ที่ออกจากเว็บไซต์ของคุณหลังจากดูเพียงหน้าเดียว เป็นไปได้ว่าเนื้อหาไม่เกี่ยวข้อง หรือเว็บไซต์ใช้งานยาก
  • จำนวนหน้าต่อเซสชัน (Pages per Session): จำนวนหน้าเฉลี่ยที่ผู้ใช้ดูในแต่ละครั้งที่เข้าชมเว็บไซต์ของคุณ เป็นการวัดความสนใจของผู้ใช้ในเนื้อหาของคุณ
  • Core Web Vitals: เป็นชุดของเมตริกที่วัดประสบการณ์ของผู้ใช้บนเว็บไซต์ เช่น ความเร็วในการโหลดหน้าเว็บ (LCP), ความล่าช้าในการตอบสนองต่อการป้อนข้อมูลครั้งแรก (FID) และ ความเสถียรของเลย์เอาต์ (CLS)
  • Pogo-sticking: เมื่อผู้ใช้คลิกที่ผลการค้นหา แล้วคลิกกลับไปที่หน้าผลการค้นหาอย่างรวดเร็ว อาจเป็นเพราะเนื้อหาไม่ตรงกับความต้องการ หรือเว็บไซต์ใช้งานยาก

สัญญาณการคลิก 3 ประเภท

หนึ่งในเมตริกการวัดผลว่าเว็บใครทำเนื้อหาได้ออกมาดีกว่ากัน Google จะใช้การจับสัญญาณการคลิกบนหน้าเว็บของเรานั้นเอง แม้ว่า Google จะไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าใช้สัญญาณเหล่านี้อย่างไรในการจัดอันดับ แต่ก็มีหลักฐานบ่งชี้ว่าสัญญาณเหล่านี้มีอิทธิพลต่อการจัดอันดับและสามารถนำมาใช้ปรับปรุง SEO ได้

3 สัญญาณการคลิกที่สำคัญมีดังนี้:

  • First Click: การคลิกครั้งแรกที่ผู้ใช้ทำบนผลการค้นหา บ่งบอกถึงความเกี่ยวข้องของผลลัพธ์นั้นกับคำค้นหา หากมีคนคลิกที่ผลลัพธ์ของคุณเป็นอันดับแรกบ่อยๆ Google อาจตีความว่าเนื้อหาของคุณมีความเกี่ยวข้องและมีคุณภาพสูง
  • Long Click: การคลิกที่ผู้ใช้ใช้เวลาบนเว็บไซต์ของคุณนานหลังจากคลิกจากผลการค้นหา บ่งบอกถึงความพึงพอใจและความเกี่ยวข้องของเนื้อหา หากผู้ใช้ใช้เวลาบนเว็บไซต์ของคุณนาน แสดงว่าเนื้อหาของคุณน่าสนใจและมีประโยชน์
  • Last Click: การคลิกสุดท้ายที่ผู้ใช้ทำก่อนออกจากหน้าผลการค้นหา บ่งบอกถึงความพึงพอใจโดยรวมของผู้ใช้ หากผู้ใช้คลิกที่ผลลัพธ์ของคุณเป็นครั้งสุดท้ายก่อนออกจากหน้าผลการค้นหา แสดงว่าพวกเขาพบสิ่งที่ต้องการบนเว็บไซต์ของคุณ

ความสำคัญของ Last Click ในการทำ SEO

เมตริกที่เป็นสัญญาณที่สำคัญที่สุด ในการส่งสัญญาณเรื่องความพึงพอใจ ก็คือ การที่เว็บของเราได้รับสัญญาณเป็น “Last click”

Last click คือ พฤติกรรมของ user ที่เข้ามาหาข้อมูลบนเว็บของเราแล้วไม่มีการถอยหลังกลับไปค้นหาข้อมูล เพื่อเข้าเว็บอื่นๆ ในหน้า Google ต่อ

ถ้าใครก็ตามจบการคลิกบนเว็บของเรา แปลว่าข้อมูลที่เขาได้รับจากเว็บของเรา เป็นคำตอบที่ทำให้เขาพึงพอใจแล้วนั้นเอง เขาจึงไม่ถอยกลับไปไล่เปิดเว็บอื่นๆ ดูต่อ

แม้ว่า Google จะไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าใช้ Last Click อย่างไรในการจัดอันดับเว็บไซต์ แต่มีหลักฐานบ่งชี้ว่า Last Click เป็นสัญญาณที่ Google ใช้ในการวัดความพึงพอใจของผู้ใช้ หากผู้ใช้คลิกที่ผลลัพธ์ของคุณเป็นครั้งสุดท้ายก่อนออกจากหน้าผลการค้นหา Google อาจตีความว่าเว็บไซต์ของคุณให้ข้อมูลที่ผู้ใช้ต้องการและมีคุณภาพสูง ซึ่งอาจส่งผลดีต่ออันดับเว็บไซต์ของคุณในระยะยาว

หากผู้ใช้คลิกที่ผลลัพธ์ของคุณเป็น Last Click บ่อยๆ แสดงว่าเนื้อหาของคุณมีคุณภาพสูงและตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้ดี สิ่งนี้จะส่งผลต่อการจัดอันดับ SEO แม้ว่าจะไม่ใช่ปัจจัยเดียว แต่ Last Click อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ Google ใช้ในการวัดคุณภาพของเนื้อหานั้นเอง

วิธีการออกแบบเนื้อหาให้ได้ Last Click

โจทย์ของนักทำ SEO ก็คือ เราจะออกแบบเนื้อหาบนเว็บ ให้เป็น Last click ได้อย่างไร? เราจะเป็น Last click ได้ ขึ้นอยู่กับ 2 ส่วน คือ keyword ที่เราเลือกมาทำ กับเนื้อหา ที่มันตอบโจทย์ สิ่งที่ user กำลังมองหา

สมมุติคุณเป็นโรงงานรับผลิตเสื้อ มี keyword ที่อยากติดอันดับดังนี้

  • เสื้อโปโล
  • รับผลิตเสื้อโปโล

2 คำนี้ คือคนละเรื่องกัน การนำเสนอเนื้อหา ต้องทำคนละแบบ ถ้าอยากได้ Last click ต้องแยกหน้าเนื้อหาออกจากกัน

ถ้าคนค้นหาคำว่า “เสื้อโปโล” โดยส่วนใหญ่ เจตนาของ user คือ ต้องการซื้อเสื้อจำนวนน้อยแค่ 1-2 ตัว ไม่ได้ต้องการซื้อเสื้อจำนวนมาก

ถ้าธุรกิจคุณเป็นโรงงานรับผลิตเสื้อ แล้วไปเลือกทำคำว่า “เสื้อโปโล” โอกาสที่จะเป็น Last click ได้น้อย พอ user มาเจอเว็บเรา เว็บเราก็จะไม่ตอบโจทย์ ที่เขากำลังค้นหา เขาก็กดออก แล้วไปค้นหาเว็บอื่นๆ ต่อไป ทำให้เว็บเราไม่ได้เป็น Last click คุณควรโฟกัสไปที่คำหลักของธุรกิจไปได้เลย คือคำว่า “รับผลิตเสื้อโปโล”

การทำเนื้อหาเราก็จะแสดงให้ลูกค้าเห็นว่า การสั่งซื้อจำนวนมากกับเราดียังไง มีกี่แบบ สั่งขั้นต่ำได้ตั้งแต่กี่ตัว มีขั้นตอนการสั่งทำเสื้ออย่างไรบ้าง

และในอนาคตอยากลองทำคำว่า “เสื้อโปโล” ก็ให้แยกมาทำอีกหน้าต่างหาก และออกแบบเนื้อหาให้แสดงถึงการขายปลีก รายชิ้นได้

การทำ SEO เหมือนงานศิลปะKeyword กับ เนื้อหา และพฤติกรรมของ user ต้องสัมพันธ์กัน แต่ละธุรกิจจึงมีแผนการทำ SEO แตกต่างกัน เพื่อโอกาสให้เว็บของเราได้เป็น Last click นักทำ SEO ต้องวางแผนเลือก Keyword ของแต่ละหน้าที่  อย่าไปพยายามหว่านอยากติดอันดับหลาย keyword ใน 1 หน้ามากเกินไป

สรุป

Last Click เป็นการคลิกครั้งสุดท้ายที่ผู้ใช้ทำบนผลการค้นหาก่อนออกจากหน้าผลการค้นหา ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่อาจบ่งชี้ถึงความพึงพอใจของผู้ใช้ต่อเนื้อหาที่พบ และอาจมีผลต่อการจัดอันดับเว็บไซต์

การปรับปรุง Last Click ไม่ใช่เรื่องง่ายและต้องใช้เวลา แต่หากคุณสามารถทำให้ผู้ใช้คลิกที่ผลลัพธ์ของคุณเป็น Last Click ได้บ่อยๆ ก็จะช่วยปรับปรุงอันดับเว็บไซต์ของคุณบนหน้าค้นหา Google ได้อย่างแน่นอน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *