ทำ SEO แบบตัวคนเดียวทำยังไง ถึงจะสู้กับเว็บใหญ่ๆ ได้

การทำ SEO คือ การตลาดช่องทางหนึ่ง มันจึงเป็นการแข่งขัน และมันเป็นการแข่งขัน ผ่านข้อมูลที่เราใส่ลงบนเว็บ แต่ละเว็บต้องทำข้อมูลที่มีคุณภาพมาแข่งขันกัน เพื่อให้ Google เป็นคนคัดเลือก

และการทำ SEO ให้ประสบความสำเร็จ เราต้องทำกันหลายเว็บ แต่ละเว็บต้องทำเนื้อหากันเป็นร้อยหน้า ธุรกิจหรือบริษัทที่มีทีมงานหลายคนก็จะได้เปรียบมากในจุดนี้ เพราะข้อมูลต่างๆ มันต้องมีคนช่วยกันทำ

ถ้าจะทำ SEO แบบจริงจัง ต้องมีทีมงาน 5 ส่วนดังนี้

  1. คนทำเว็บ (ทำเว็บนั้น ไม่ยาก ถ้าพื้นฐานแน่น)
  2. คนทำ seo (คนวางแผน / ดูภาพรวม / หา keyword /ปรับ on page / ทำ backlink)
  3. คนทำคอนเทนต์ (เขียนบทความอย่างเดี๋ยว บน ms word)
  4. คนทำกราฟิค (ทำรูปภาพอย่างเดียว)
  5. คนทำ social (ทำโซเชียลให้ปัง เพื่อทำ brand awareness เพื่อพาคนกลับมาคลิกที่เว็บ)

อ่านเพิ่มเติม: ทีมงาน SEO ต้องมีกี่ตำแหน่ง แต่ละตำแหน่งมีขอบเขตอะไรบ้าง

ธุรกิจเล็กๆ ทำคนเดียว จะทำ SEO สู้บริษัทใหญ่ๆ ได้อย่างไร

ถ้าเราเป็นธุรกิจเล็กๆ ทำคนเดียว หรือที่เราเรียกกันว่า Solo Entrepreneur คือทำมันคนเดียวทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นทำเว็บ ทำ SEO ทำการตลาด เมื่อเราไม่มีทีมงาน เราก็ต้องหาช่องทางสู้กับยักษ์ใหญ่ ด้วยวิธีการแบบคนตัวเล็ก เราจะไปทำ SEO ตามเว็บใหญ่เราก็จะยิ่งเสียเปรียบ

การที่คนตัวเล็กจะทำ SEO สู้กับคนตัวใหญ่ได้ ก็คือ การทำ SEO ที่เจาะลึกมันแค่เรื่องเดียว ไม่ต้องทำเนื้อหาเยอะ แต่ทำเนื้อหาย้ำซ้ำๆ มันเรื่่องเดิม จน Google รู้สึกว่าเราเป็นผู้เชี่ยวชาญ ใน keyword เรื่องนั้น

แผนการทำ SEO สำหรับคนตัวเล็กเป็นอย่างไร

เนื่องจากเรามีตัวคนเดียว จะไปทำเนื้อหาเป็นหลายร้อยหน้าหรือ หรือเป็นพันหน้า ทำคนเดียวคงไม่ไหว ดังนั้น ทุกหน้าที่เราใส่ลงบนเว็บ แม้จะมีน้อย แต่เราจะทำแบบเน้นๆ แต่ยังไงก็ตามคุณต้องทำเนื้อหาขั้นต่ำให้ได้อย่างน้อย 50 หน้าขึ้นไป แต่ไม่จำเป็นต้องเขียนแบบหลายร้อยหน้าก็ได้

ขั้นตอนที่ 1. ลิสต์ keyword

เมื่อเรากำลังคนน้อย มีแรงน้อย เราต้องวางแผนจุดเริ่มต้นให้ดี ด้วยการลิสต์ Keyword ที่เป็นคำสำคัญหรือที่เป็นคำทำเงินของเราออกมาก่อน คำทำเงิน โดยมากก็จะเป็นคำที่เป็นชื่อสินค้าที่เราขาย หรือชื่อบริการที่คุณทำนั้นเอง พิมพ์คำพวกนั้นออกมาก่อนนะ

ตัวอย่าง คำทำเงินของธุรกิจของผม

สอน SEO, เรียน SEO = 1 หน้า
https://padveewebschool.com/learn-seo-free/

.

รับสอน SEO = 1 หน้า
https://padveewebschool.com/seo-consult/

.

การทำ SEO = 1 หน้า
https://padveewebschool.com/seo-roadmap/

.

สอน WordPress, เรียน WordPress = 1 หน้า
https://padveewebschool.com/learn-wordpress/

.

สอนทำเว็บ, เรียนทำเว็บ = 1 หน้า
https://padveewebschool.com/

.

รับทำเว็บไซต์ WordPress = 1 หน้า
webservice.padveewebschool.com/

* 1 หน้า ในที่มีหมายถึง

เอาคำเหล่านั้นทำมาเนื้อหาลงบนเว็บ 1 หน้า ตามกลุ่มคำที่เราเตรียมไว้

ผมก็จะทำเนื้อหา 6 หน้านี้ให้ดีที่สุดก่อน  ปรับ on page ให้เรียบร้อย ทำเสร็จก็จบ เพราะบริการของเรามีแค่นี้

ขั้นตอนที่ 2. หา keyword เพื่อทำบทความสนับสนุน

ค้นหาคำต่างๆ เพื่อเอามาทำบทความสนับสนุน keyword คำทำเงินด้านบน ซึ่งเราจะเอาคำพวกนี้มาทำเป็นบทความให้ความรู้ ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราขายหรือบริการที่เราทำ

ลิสต์ keyword ออกมาเลยสัก 50-100 คำ Search volume เยอะหรือน้อยไม่ต้องสนใจ แค่พอให้มี Search Volume บ้าง

ตัวอย่างเช่น

คำ Keyword ที่สนับสนุนบริการ SEO เช่น

คำศัพท์ทั้งหมดเกี่ยวกับการทำ SEO

คำ Keyword ที่สนับสนุนบริการ WordPress

  • วิธีจดโดเมน
  • วิธีเช่าโฮส
  • วิธีสร้างเว็บ
  • วิธีเลือกธีม
  • การติดตั้ง WordPress
  • การใช้งาน Woocommerce
  • รีวิวปลั๊กอินต่างๆ
  • ฯลฯ

ขั้นตอนที่ 3. ลงมือทำเนื้อหา

ค่อยๆ ไล่ทำเนื้อหาไป เก็บไปที่ละคำ ทำเรื่องๆละ 1 หน้าพอ และให้ทุกบทความสนับสนุนมีลิงก์เชื่อมโยง ส่งออกไปยังหน้า ที่เป็นคำทำเงิน หรือคำที่เป็นบริการหลักของเรา

ถ้าคิดว่าทำมาได้สัก 80-100 หน้า แล้วคิดว่า มันครอบคลุมทุกเรื่องที่ลูกค้าเราจำเป็นต้องรู้ก็ให้พอแระ สำหรับบทความที่มี Keyword

ขั้นตอนที่ 4. ทำบทความตอกย้ำความเชี่ยวชาญ

ทุกคนรู้ดีว่าการทำ SEO เราต้องทำเว็บให้มีการเคลื่อนไหว คือ ต้องมีการทำบทความใหม่ๆ เข้ามาเติมบนเว็บไปเรื่อยๆ

แต่เทคนิคสำหรับขั้นตอนนี้ก็คือ เราไม่ต้องพยายาม ไปเขียนเรื่องอื่น ในเรื่องที่เราไม่ถนัด แต่เราจะเขียนย้ำเรื่องเดิมด้วยการนำเสนอใหม่ เนื้อหาใหม่

เช่น ผมไม่ได้มีความรู้เรื่อง

  • การตลาดออนไลน์
  • การตลาดบน Facebook
  • หรือเรื่องเกี่ยวกับการลงโฆษณา google ads

ผมก็จะไม่ทำบทความเรื่องพวกนี้ แม้ว่าทั้ง 3 เรื่องนี้ จะมี keyword ให้เราเอามาทำบทความได้มากมาย เพราะมันเป็นเรื่องที่ผมไม่ได้ทำในชิวิตประจำวัน และไม่ใช่บริการที่เรามีด้วย

ถ้าเราเอาคำเหล่านั้นมาเขียน เราก็จะได้แค่เขียนบทความไปงั้นๆ แต่โอกาสที่จะเขียนให้ออกมาดีนั้นยาก เพราะเราจะไม่สามารถทำเนื้อหาสู้กับคนที่เชี่ยวชาญเรื่องนั้นจริงๆ ได้

แต่วิธีการที่ผมใช้สำหรับการทำบทความเพิ่มเติม คือ การทำบทความตอกย้ำให้ Google รู้สึกว่าเราเป็นผู้เชียวชาญเรื่องๆนั้น ซึ่งบทความพวกนี้ผมจะไม่ได้ตั้งต้นด้วย keyword คือจะไม่สนใจว่าหน้านั้นจะมีคำที่มีปริมาณการค้นหาหรือไม่

แต่ผมจะเอาความรู้เรื่อง SEO และ WordPress มานำเสนอด้วยมุมมองใหม่ หรือความคิดเห็นใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีใครเขียนมาก่อน

ที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อคนที่ได้เข้ามาอ่านด้วย เพื่อว่าถ้าใครเข้ามาเจอเว็บผม แล้วกดไปเจอหน้าเนื้อหาพวกนี้ พวกเขาจะได้หยุดเข้าไปอ่านดู

ตัวอย่างบทความพวกนี้ก็จะเป็นประมาณนี้

ถ้าเราสังเกต 4 บทความด้านบน ไม่ได้ตั้งต้นด้วยคำ keyword ทีมี search volume แต่มันเป็นบทความที่เขียนด้วยประสบการณ์ล้วนๆ

บทความพวกนี้แหละจะเป็นตัวทำให้เว็บของเราดูแตกต่างๆ จากคู่แข่ง และเป็นการตอกย้ำ ให้ Google รู้สึกว่าเราเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ ด้วย และเราก็ไม่จำเป็นต้องเขียนมันทุกวัน อาจจะทำสักเดือนละ 1-2 บทความก็เพียงพอแล้ว

เมื่อเราเขียนบทความในเรื่องที่เราถนัด เราจึงสามารถทำเนื้อหาเรื่องนั้นได้ออกมาดีและเป็นธรรมชาติได้นั้นเอง และบทความพวกนี้ก็ยังเป็นช่องทางในการกระจายลิงก์เชื่อมโยง ออกไปยังหน้าขายของ หน้าบริการต่างๆ รวมถึงหน้าบทความอื่นๆ อีกด้วย ทุกหน้าบนเว็บของเรามันก็จะมีความสัมพันธ์ เชื่อมโยงถึงกันได้หมด

บทสรุป

เมื่อเราทำ SEO แบบตัวคนเดียว เราไม่จำเป็นต้องทำบทความเยอะ เพราะเราจะไม่สามารถเขียนเรื่องอื่นๆ ที่เราไม่ถนัดให้ออกมาดีได้ แต่ให้ทำบทความตอกย้ำสิ่งที่เราทำ ด้วยมุมมองใหม่ ซ้ำเข้าไปเรื่อยๆ จุดนี้แหละที่จะทำให้เว็บเล็กๆ  สู้กับเว็บใหญ่ๆ ได้นั้นเอง

ลองเอาไอเดียนี้ไปปรับใช้กันดูนะ 😊

สำหรับคนที่ต้องการผู้ช่วยวิเคราะห์เว็บ วางแผนเพิ่มเติม วางกลยุทธ์ ให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ หลังจากเรียนคอร์สออนไลน์จบแล้ว อาจต้องมาเรียนเพิ่มเติมแบบส่วนตัวครับ ดูค่าใช้จ่ายและรายละเอียดการเรียนก่อนได้ครับ

รับสอน SEO

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *